เครื่องมือวัดผลทางการตลาดที่ควรรู้
คนทำงานด้าน Marketing จะต้องมีเครื่องมือวัดผลว่าการตลาดที่เราทำและลงทุน ลงเงินไปนั้น ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่แม้แต่คนทำงานด้านการตลาดบางคนมักเข้าใจผิดและหยิบเครื่องมือบางตัวไปใช้ผิดประเภท นำไปสู่ความคลาดเคลื่อน แล้วมันจะวัดค่าตรงกับที่เราอยากตรวจสอบได้อย่างไร
ต่อไปนี้คือการอธิบายเครื่องมือด้าน Marketing ที่มักนิยมใช้กัน...
การเข้าถึง (Reach) คือ จำนวนคนที่เห็นคอนเทนต์ของคุณ ถ้าคนเดิมมีการเห็น ค่านี้ก็จะไม่เพิ่ม เมื่อไหร่ที่คุณต้องการให้คอนเทนต์ถูกนำส่งออกไปหาคนจำนวนมาก ๆ คุณจำเป็นต้องโฟกัสที่ค่านี้
อิมเพรสชัน (Impression) คือ จำนวนครั้งที่คอนเทนต์คุณปรากฏ โดยจะนับทุกครั้งที่คอนเทนต์ถูกแสดงผล และไม่สนใจว่าคนที่เห็นคอนเทนต์นั้นจะเคยเห็นมาแล้วหรือไม่ ถ้าคุณต้องการให้คอนเทนต์คุณมีการแสดงผลเยอะ ๆ เป็นหลัก ค่านี้คือค่าที่คุณต้องดูครับ
การเพิ่มขึ้นของการจดจำ (Recall Lift) คือ จำนวนคนที่จดจําคอนเทนต์หรือแบรนด์ของคุณได้หลังจากเห็นคอนเทนต์ของคุณ ถือเป็นการดูผลลัพธ์ด้านการรับรู้ในเชิงคุณภาพ เพราะการได้ผลลัพธ์นี้มา นอกจากคนคนนั้นจะเห็นคอนเทนต์คุณแล้ว ยังต้องเอาใจใส่คอนเทนต์ของคุณด้วย ซึ่งการจะได้ค่านี้มา คุณจำเป็นจะต้องทำการสำรวจแบรนด์ (Brand Survey) แบบออนไลน์หรือออฟไลน์เพิ่มเติมภายหลัง
ความถี่ (Frequency) คือ จำนวนครั้งโดยเฉลี่ยที่คนคนหนึ่งเห็นคอนเทนต์ของคุณ ซึ่งคำนวณได้จากการนำเอาจำนวนอิมเพรสชันคุณซ้ำเรื่อย ๆ ในจำนวนที่เหมาะสม คุณต้องคำนวณค่าความถี่ออกมาหารด้วยจำนวนการเข้าถึง ถ้าคุณใส่ใจเรื่องการทำให้คนเห็นคอนเทนต์
ลูกค้าเป้าหมาย (Leads) คือ คนที่แสดงตนให้คุณเห็นถึงความสนใจหรือความต้องการในสินค้าหรือบริการของคุณ และเป็นคนที่มีโอกาสจะกลายเป็นลูกค้าตัวจริงของคุณได้ในอนาคต โดยคุณจะต้องได้ข้อมูลติดต่อของเขามาจึงจะเรียกเขาได้ว่าเป็นลูกค้าเป้าหมายครับ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือการแชตผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถติดต่อพวกเขาเพื่อทำการขายต่อไป
อัตราการรักษาลูกค้าเก่า (Retention Rate) คือ ค่าเปอร์เซ็นต์ของจำนวนลูกค้าเก่าที่เหลืออยู่ในช่วงเวลาหนึ่งคำนวณได้จากการเทียบกันระหว่างจำนวนลูกค้าเก่าที่เหลืออยู่ในช่วงเวลาที่สิ้นสุดกับจำนวนลูกค้าในช่วงเวลาเริ่มต้น การดูจำนวนลูกค้าที่เหลืออยู่อาจมาจากลูกค้าที่ยังมีการซื้อซ้ำหรือลูกค้าที่ยังเป็นสมาชิกอยู่ เป็นต้น
คอนเวอร์ชัน (Conversions) คือ จํานวนผลลัพธ์ทางการตลาดที่คุณต้องการ ซึ่งเป็นตัวสะท้อนสู่ความสําเร็จของการทําการตลาด ค่านี้ถือเป็นการสื่อแบบกลางๆ ไม่ชี้ชัดว่าหมายถึงจํานวนอะไรกันแน่ คุณจําเป็นจะต้องกําหนดรายละเอียดเองครับ เช่น คอนเวอร์ชันอาจ หมายถึง จํานวนลูกค้า จํานวนครั้งที่เกิดการซื้อขาย จํานวนสินค้าที่ขายไป เป็นต้น
ROAS (Return on Ad Spend) เป็นตัวชี้วัดอีกหนึ่งตัว ที่ผมอยากกล่าวถึงในขั้นตอนการซื้อนี้ และเป็นค่าตัวชี้วัดที่ดีที่สุด ในการวัดผลลัพธ์การทำโฆษณาออนไลน์ ค่านี้หมายถึง ผลตอบแทนจากการทําโฆษณาครับ เป็นการนําเอายอดขายที่เกิดขึ้นจากการทํา โฆษณาหารด้วยจํานวนเงินที่ใช้ในการทําโฆษณา ค่านี้ยิ่งสูงยิ่งดี แปลว่า คุณได้ยอดขายกลับคืนมามาก และเป็นค่าที่จะทําให้นักการตลาด รวมทั้งผู้บริหารสามารถกําหนดงบประมาณในการทําการตลาดง่ายขึ้น รวมถึงทิศทางในการทําการโฆษณาออนไลน์ได้ชัดเจนขึ้นอีกด้วย
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
นักศึกษาฝึกงานทิ้ง Rolex ลงถังขยะ ศาลชี้ใครต้องรับผิดชอบ
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
รู้จัก Toby เจ้าเหมียว 28 นิ้วเท้า ที่ขึ้นแท่นแมวสุดพิเศษของกินเนสส์
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ปิงปองเกิดขึ้นได้อย่างไร จากเกมเล่นในบ้านสู่กีฬาโอลิมปิก
ทำไมในตู้เย็นเย็น แต่ข้างหลังตู้กลับร้อน
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
สาเหตุที่แม่จากไป..??
หญิงอินเดียคลอดลูกเองที่บ้านตามวิดีโอยูทูบ ก่อนเสียชีวิตจากตกเลือดหลังคลอด
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
ร่างของ "รองเท้าบู๊ตสีเขียว" อันโด่งดัง ซึ่งถูกฝังอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์มาเกือบ 30 ปี กำลังจะกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมแล้ว
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ ญี่ปุ่น มีระบบใหม่แล้ว! ตอนนี้ตั๋วขายแบบ "ตั๋วเครื่องบิน" – ยิ่งซื้อเร็ว ยิ่งถูกลง
ลิงแสนรู้ฉกโทรศัพท์มือถือนักท่องเที่ยวไปถ่ายเซลฟี่ และต้องมีของมาแลกเปลี่ยนถึงจะคืนโทรศัพท์
หญิงสาวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก" จัดงานแต่งงานที่ปารีส
