หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ท็อป 8 สินค้าไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก ทำไมโด่งดัง ใครเป็นเจ้าของ

เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

ประเทศไทยเรามีสินค้าที่แข็งแกร่งในตลาดโลกหลายแบรนด์ และ นี่คือ 8 รายชื่อสินค้าไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมรายละเอียดตามที่คุณต้องการ (หมายเหตุ: ข้อมูลกำไรบางส่วนเป็นประมาณการหรืออ้างอิงจากรายงานงบการเงินล่าสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ)

1. กระทิงแดง (Red Bull) เป็นเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อหนึ่ง มีส่วนผสมหลักได้แก่ น้ำตาล กาเฟอีน และแร่ธาตุอื่น ๆ ผลิตโดยบริษัทในประเทศไทย กระทิงแดงเป็นที่นิยมของผู้ใช้แรงงานมาเป็นเวลานาน เนื่องจากทำให้ตื่นตัว

และเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้ขยายรวมถึงกลุ่มนักเดินทาง พนักงานรุ่นใหม่ที่นิยมทำงานล่วงเวลา และนักเที่ยวที่นิยมผสมกระทิงแดงกับเครื่องดื่มอื่น ๆ โดยเฉพาะเหล้าวอดก้า]ปัจจุบัน กระทิงแดงมีขายในหลายประเทศทั่วโลกและได้รับความนิยมอย่างมาก

ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2519 (ในไทย) และเริ่มขยายไปทั่วโลกใน พ.ศ. 2530 เป็นผู้บุกเบิกเครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก เน้นการตลาดผ่านกีฬาเอ็กซ์ตรีมและการเป็นสปอนเซอร์ทีมฟอร์มูล่าวัน (F1) จนกลายเป็น Lifestyle Brand

เจ้าของ: ตระกูลอยู่วิทยา (ถือหุ้น 51%) และตระกูล Mateschitz (49%)

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): มียอดขายทั่วโลกกว่า 1.2 หมื่นล้านกระป๋องต่อปี (ปี 2023) ทำรายได้รวมกว่า 1 หมื่นล้านยูโร โดยมีกำไรสุทธิเฉลี่ยปีละประมาณ 50,000 - 60,000 ล้านบาท (อ้างอิงผลประกอบการ Red Bull GmbH)

 

2. มาม่า (MAMA) ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2515  เป็นเครื่องหมายการค้า ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลิตโดย บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) และจัดจำหน่ายโดย บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) รสชาติ "ต้มยำกุ้ง" เป็นเอกลักษณ์ที่คนทั่วโลกยอมรับ ส่งออกไปกว่า 60 ประเทศ และติดอันดับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อร่อยที่สุดในโลกจากหลายสำนักรีวิว

เจ้าของ: บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) - ตระกูลพรรณเชษฐ์และเครือสหพัฒน์

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): เฉลี่ยปีละ 3,500 - 5,000 ล้านบาท โดยในปีล่าสุด (2567-2568) ทำรายได้นิวไฮจากการขยายโรงงานในต่างประเทศ

 

3. ศรีราชาพานิช (Sriraja Panich)  ก่อตั้งเมื่อ: กว่า 80 ปีที่แล้ว (เริ่มทำขายเชิงพาณิชย์ พ.ศ. 2488) เป็นต้นตำรับซอสพริกศรีราชาแท้ ผลิตครั้งแรกโดยคุณแม่ถนอม จักกะพาก ณ ตรอกแหลมฟาน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

โดยเริ่มจากการทำน้ำพริกสูตรลับกินในครัวเรือนและแจกจ่ายเพื่อนบ้าน ต่อมาได้รับความนิยมจนกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อ และในปี พ.ศ. 2527 บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการ โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติเผ็ด เปรี้ยว หวาน และไม่ใส่วัตถุกันเสีย

ทำไมถึงโด่งดัง: เป็น "ต้นตำรับ" ซอสศรีราชาของโลก แม้ในอเมริกาจะมีแบรนด์ตราไก่โด่งดัง แต่ในแง่รสชาติดั้งเดิม ศรีราชาพานิชได้รับการยอมรับว่าเป็นรสชาติแท้จริงของไทย

เจ้าของ: บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) - ตระกูลวิญญรัตน์

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): บริษัทไทยเทพรส (รวมซอสภูเขาทอง) มีกำไรเฉลี่ยปีละ 400 - 600 ล้านบาท

 

4. นารายา (NaRaYa) ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2532 โดยคุณวาสนา รุ่งแสนทอง และสามี เริ่มต้นจากธุรกิจเทรดดิ้งก่อนผันตัวมาทำแบรนด์กระเป๋าผ้าที่มีเอกลักษณ์คือ "ผูกโบว์" และคุณภาพดีราคาถูก ด้วยกลยุทธ์สินค้า OTOP ผสานดีไซน์แฟชั่นและทำเลทอง ทำให้เป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนที่เรียกว่า "ม่านกู่เปา" (กระเป๋ากรุงเทพ)

ทำไมถึงโด่งดัง: กระเป๋าผ้าติดโบว์ที่เป็น "ของฝากระดับชาติ" สำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนและญี่ปุ่น ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และราคาที่จับต้องได้

เจ้าของ: บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด - คุณวาสนา และคุณวาสิลิโอส ลาทูรัส

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): เคยทำรายได้สูงสุดระดับพันล้านบาทต่อปี แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิดแต่ปัจจุบันฟื้นตัวกลับมามีกำไรในระดับ หลายสิบล้านถึงร้อยล้านบาท

 

5. คิง เพาเวอร์ (King Power) ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2532  เริ่มจากร้านค้าปลอดอากรแห่งแรกที่มหาทุนพลาซ่า เติบโตเป็นผู้นำธุรกิจดิวตี้ฟรีและค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย โดยได้รับสัมปทานหลักในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินภูมิภาคตั้งแต่ปี 2549 รวมถึงเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้

ทำไมถึงโด่งดัง: เป็นธุรกิจดิวตี้ฟรีอันดับต้นๆ ของโลก และสร้างชื่อเสียงผ่านการเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ในอังกฤษ

เจ้าของ: ตระกูลศรีวัฒนประภา

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): ก่อนโควิดมีกำไรระดับหมื่นล้านบาท ปัจจุบันในปี 2567 รายได้กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรสุทธิรวมกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 2,000 - 5,000 ล้านบาท

 

6. ไทยยูเนี่ยน (Thai Union / แบรนด์ Sealect/Chicken of the Sea) ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2520  เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารทะเลในประเทศไทย และมีการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โดยมีโรงงานตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี กานา โปแลนด์ โปรตุเกส ปาปัวนิวกินี นอร์เวย์ เซเชลส์ สก็อตแลนด์ เวียดนาม ไทย และสหรัฐอเมริกา ธุรกิจของบริษัทประกอบด้วยปลาทูน่า กุ้ง ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารสำเร็จรูป

ทำไมถึงโด่งดัง: เป็นผู้ผลิตปลาทูน่าบรรจุกระป๋องรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารทะเลระดับโลกมากมายในอเมริกาและยุโรป

เจ้าของ: บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - ตระกูลจันศิริ

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): เฉลี่ยปีละ 5,000 - 8,000 ล้านบาท (ยกเว้นปี 2566 ที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ Red Lobster)

 

7. เบียร์สิงห์ (Singha) ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2476 เป็นชื่อตราสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์เบียร์ของประเทศไทย ซึ่งผลิตโดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และจัดจำหน่ายโดย บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (เดิมชื่อบริษัท บุญรอดเทรดดิง จำกัด)

ทำไมถึงโด่งดัง: เบียร์ไทยรายแรกที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการเป็นสปอนเซอร์รายการแข่งขันระดับโลก เช่น F1 และฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

เจ้าของ: บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด - ตระกูลภิรมย์ภักดี

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): เฉพาะกลุ่มบุญรอดฯ มียอดขายรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีกำไรสุทธิประมาณการอยู่ที่ 10,000 - 15,000 ล้านบาท ต่อปี

 

8. มิสทิน (Mistine) ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2531 และสร้างชื่อเสียงจากสโลแกน "นิ้งหน่อง มิสทินมาแล้วค่ะ" และโมเดลขายตรงผ่านแค็ตตาล็อกจนเป็นแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของไทย ปัจจุบันปรับโฉมสู่ยุคดิจิทัลด้วยแอปพลิเคชัน Yupin และประสบความสำเร็จสูงสุดในตลาดจีนด้วยยอดขายหลักหมื่นล้าน

ทำไมถึงโด่งดัง: เป็นแบรนด์เครื่องสำอางไทยที่บุกตลาดจีนจนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล (แชมป์ยอดขายกันแดดใน Tmall) และขยายตัวไปทั่วเอเชีย

เจ้าของ: บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด - ตระกูลดนัยพงศ์ศิริ

กำไร (5 ปีย้อนหลัง): รายได้เฉพาะในจีนสูงกว่าหมื่นล้านบาทต่อปี กำไรสุทธิรวมประมาณการอยู่ที่ 500 - 1,200 ล้านบาท ต่อปี

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 378 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ลูกสาวอบต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สรุปวิธีคำนวณไทยช่วยไทย พลัส 60:40 เติมเท่าไหร่ถึงใช้สิทธิครบเดือนสำรวจรายได้และค่าตัวนักร้องไทย ปี 2025-2026 ใครอยู่กลุ่มท็อป"มิตซูบิชิ มอเตอร์" ประกาศการกลับมาผลิต รถยนต์รุ่นปาเจโร่อีกครั้ง!!3 ต้นไม้มงคลที่นิยมปลูกเสริมโชคเรื่องเงินในบ้านข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากันทำไมเพลงเก่าๆ เมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว พอกลับไปฟังอีกครั้งยังเพราะเหมือนเดิมสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/6/69เมล่อน แคนตาลูป แตงไทย ต่างกันยังไง ทำไมหน้าคล้ายกันมากตำนาน "เอลโดราโด" จากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ สู่เมืองทองคำลวงตาที่โลกตามหาคนละครึ่งพลัส vs ไทยช่วยไทยพลัส เทียบสิทธิ 50:50 กับ 60:40 แบบเข้าใจง่าย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ปลาตกเบ็ดทะเลลึกที่อันตรายที่สุดในโลกกฎหมายห้ามขายเหล้าวันพระใหญ่... สรุปแล้วห้ามเราดื่ม หรือห้ามร้านค้าขายกันแน่?วิสาขบูชา 2569 นี้ อย่าเพิ่งรีบกลับบ้าน! เตรียมแหงนหน้ามองฟ้าดู "ไมโครบลูมูน" ปรากฏการณ์ที่นานๆ ทีจะมาเยือนโครงการปืนสวัสดิการ
ตั้งกระทู้ใหม่