ปริศนา"หินเดินได้"แห่ง Racetrack Playa
"Death Valley" หรือหุบเขามรณะ ที่นี่มีชื่อเสียงว่าเป็นสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดและมีระดับความสูงต่ำที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ท่ามกลางความเวิ้งว้างนั้น มีปริศนาหนึ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เกาหัวมานานเกือบร้อยปี นั่นคือเรื่องของ "Sailing Stones" หรือกลุ่มหินที่สามารถเดินเองได้
บนพื้นราบที่เรียกว่า Racetrack Playa เป็นลานดินแห้งแตกระแหง เราจะพบก้อนหินทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ สามารถเคลื่อนที่ไปบนพื้นดินได้ ราวกับว่ามีพลังบางอย่างผลักมันไปคล้ายรอยลาก ทั้งที่ไม่มีแรงใดๆที่มองเห็นได้
ปริศนาก้อนหินที่แล่นได้ (Sailing Stones)
อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชายแดนรัฐแคลิฟอร์เนียและเนวาดา ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1933 และเป็นที่ตั้งของหนึ่งในปรากฏการณ์ที่แปลกที่สุดในโลก นั่นคือก้อนหินที่เคลื่อนที่ไปตามพื้นทะเลทรายโดยไม่มีสาเหตุจากแรงโน้มถ่วงโดยตรง ก้อนหินเหล่านี้ถูกเรียกว่า “หินแล่น” (sailing stones) ซึ่งมีขนาดตั้งแต่น้ำหนักไม่กี่ออนซ์ไปจนถึงหลายร้อยปอนด์ แม้จะไม่มีใครเคยเห็นการเคลื่อนที่ของมันด้วยตาตัวเอง แต่ร่องรอยที่ทิ้งไว้ด้านหลังและตำแหน่งที่เปลี่ยนไปเป็นระยะทำให้เห็นชัดเจนว่ามันเคลื่อนที่จริงๆ ในอดีตคนพยายามตั้งทฤษฎีไปต่างๆ นานา ตั้งแต่เรื่องสนามแม่เหล็กโลก, พลังงานลึกลับ, เอเลี่ยนลงมาเลื่อนหินเล่น เพราะดูจากน้ำหนักหินแล้วลมธรรมดาไม่น่าจะลากมันไปได้ไกลขนาดนั้น
สาเหตุที่ทำให้หินเคลื่อนที่
- ฝนตกในฤดูหนาวทำให้พื้นทะเลสาบที่แห้งเต็มไปด้วยน้ำขังตื้นๆ จากนั้นอุณหภูมิที่ลดลงในตอนกลางคืนจะทำให้น้ำกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งบางๆ ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด แผ่นน้ำแข็งเหล่านี้แตกเป็นชิ้นขนาดเล็ก ประมาณ 10-50 ซม. เมื่อโดนแสงแดดอ่อนๆ และลอยอยู่บนน้ำชั้นบางด้านล่าง
- ลมเเรงแต่ไม่แรงมากแต่ก็เพียงพอที่จะพัดแผ่นน้ำแข็งให้เคลื่อนที่ไปบนพื้นโคลนลื่นๆ และเมื่อก้อนหินถูกฝังหรือยึดติดอยู่กับแผ่นน้ำแข็งบางส่วน หินก็จะถูกผลักให้เคลื่อนไปพร้อมกัน ทิ้งรอยลากยาวบนพื้นดินที่ยังเปียกอยู่ การเคลื่อนที่แต่ละครั้งอาจกินระยะทางตั้งแต่หลายสิบเมตรไปจนถึงหลายร้อยเมตรเลยทีเดียว
วิธีการทดลองติดตามหินด้วย GPS ในปี 2011
เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์จาก UC San Diego และ Johns Hopkins University เพื่อไขปริศนาการเคลื่อนที่ของหินที่ Racetrack Playa
- ทีมวิจัยนำหินคล้ายหินธรรมชาติ จำนวน 15 ก้อน มาวางไว้ทางตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วติดตั้ง GPS tracker แบบ motion-activated ที่สร้างขึ้น โดย GPS บันทึกตำแหน่งทุก 60 นาที และบันทึกต่อเนื่องทุก 1 วินาที เมื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวผ่านตัวกระตุ้นแม่เหล็กฝังใต้พื้น นอกจากนี้ยังติดตั้งสถานีตรวจอากาศความละเอียดสูงที่วัดลมทุก 1 วินาที เพื่อบันทึกความเร็วและทิศทางลม ร่วมกับกล้อง time-lapse สำหรับถ่ายภาพต่อเนื่อง
ผลลัพธ์ที่ได้ การทดลองเริ่มตั้งแต่ฤดูหนาว 2011 และบันทึกการเคลื่อนที่ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2013 พบว่าหินเคลื่อนที่เป็นเวลาสั้นๆ (ไม่กี่วินาทีถึง 16 นาที) หินห่างกัน 100 เมตร เคลื่อนพร้อมกันระยะทางสูงสุด 60 เมตรต่อครั้ง และบางก้อนเคลื่อนหลายรอบก่อนหยุด ผลนี้ยืนยันว่าหินถูกผลักโดยแผ่นน้ำแข็งบางที่ลอยด้วยลมเบาๆ สร้างรอยลากตรงและขนานกัน.
อ้างอิงจาก: national park foundation, Jason Daniel Shaw
ผลไม้ไทยอะไรที่ฝรั่งคิดว่า "แปลกและท้าทาย" ที่สุด นอกเหนือจากทุเรียน
ทรัมป์ โพสต์ภาพหนังสือเดินทางรุ่นพิเศษ
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
"รูปปั้นยักษ์สูง 26 เมตร" ของเมสซีจุดประกายการถกเถียงอย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์
ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/69
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
คลื่นความร้อนในยุโรปรุนแรง สเปนมีผู้เสียชีวิต 327 รายในหนึ่งสัปดาห์ เบอร์ลินใช้รถฉีดน้ำเพื่อลดอุณหภูมิ
ทำไมฟาโรห์อียิปต์จึงเลิกสร้างสุสานให้คนเห็น แล้วหันไปซ่อนพระศพไว้ในท้องภูเขา
สะอึกไม่หยุดทำไงก็ไม่หาย เผยวิธีกู้ชีพกะบังลมกระตุกที่หมอแนะนำ
ชาไทยติดอันดับโลก แล้วร้านไหนคือเบอร์ 1 ของประเทศไทย?
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
ผลไม้ไทยอะไรที่ฝรั่งคิดว่า "แปลกและท้าทาย" ที่สุด นอกเหนือจากทุเรียน
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ฟุตบอลโลก คู่ไหน “คนทั้งโลกอยากดูมากที่สุด”
ทำไม 7-Eleven ในประเทศไทย ถึงเป็นเหมือนสวรรค์ที่มีทุกอย่างในโลก
ทำไมฟาโรห์อียิปต์จึงเลิกสร้างสุสานให้คนเห็น แล้วหันไปซ่อนพระศพไว้ในท้องภูเขา
เล่นเกมปลูกผักทั้งวัน หลับตายังเห็นแต่ผัก ภาวะ Tetris Effect สมองค้างที่หลายคนเคยเป็น