ไขมันพอกตับ คืออะไร? สาเหตุ อาการ วิธีเช็กความเสี่ยง และแนวทางดูแลตับให้แข็งแรง
ไขมันพอกตับ คืออะไร? สาเหตุ อาการ วิธีเช็กความเสี่ยง และแนวทางดูแลตับให้แข็งแรง
ไขมันพอกตับ เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน และที่หลายคนอาจไม่รู้คือ “ไม่ได้เกิดเฉพาะคนอ้วน” คนรูปร่างผอมก็สามารถมีไขมันพอกตับได้เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่มีไขมันในช่องท้องสูง (visceral fat) หรือมีพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตที่ทำให้ระบบเผาผลาญเสียสมดุล
จุดที่น่ากังวลคือ ระยะแรกของไขมันพอกตับมักไม่ค่อยแสดงอาการ ทำให้หลายคนมองข้าม บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าไขมันพอกตับคืออะไร เกี่ยวข้องกับไขมันในช่องท้องอย่างไร ใครบ้างที่เสี่ยง อาการที่ควรสังเกต วิธีตรวจ และแนวทางดูแลเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) คืออะไร และทำไมเกี่ยวกับตับ?
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) คือไขมันที่สะสมลึกอยู่ภายในช่องท้อง และแทรกซึมอยู่รอบอวัยวะสำคัญ เช่น ลำไส้ กระเพาะอาหาร และ “ตับ” ไขมันชนิดนี้ต่างจากไขมันใต้ผิวหนังที่เราจับเป็นชั้นได้ เพราะมองไม่ค่อยเห็นจากภายนอก แต่มีผลต่อสุขภาพมากกว่า
เมื่อไขมันในช่องท้องสะสมมากขึ้น มักสัมพันธ์กับ
- ภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance)
- การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำในร่างกาย
- ความผิดปกติของไขมันในเลือดและน้ำตาลในเลือด
ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ไขมันถูกส่งไปสะสมในตับมากขึ้น” จนกลายเป็นภาวะไขมันพอกตับได้
ภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver Disease) คืออะไร?
ไขมันพอกตับ คือ ภาวะที่มีไขมันส่วนใหญ่เป็นไตรกลีเซอไรด์สะสมในเซลล์ตับมากกว่าปกติ จนส่งผลให้ตับทำงานหนักขึ้น และอาจนำไปสู่การอักเสบของตับได้ในระยะยาว โดยทั่วไป หากมีไขมันสะสมในตับเกินประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตับ จะถือว่าเริ่มผิดปกติ แต่หลายคนยังไม่รู้ตัว เพราะระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน
ไขมันพอกตับมีกี่ประเภท?
โดยแบ่งตามสาเหตุหลักได้ 2 กลุ่ม
1) ไขมันพอกตับจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Fatty Liver Disease)
เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน ตับต้องทำงานหนักในการกำจัดแอลกอฮอล์ จึงเพิ่มโอกาสเกิดการสะสมไขมันและการอักเสบของตับ
2) ไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ (NAFLD)
พบได้บ่อยมากในปัจจุบัน และสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต เช่น น้ำตาลสูง ไขมันสูง อาหารแปรรูป ขาดการออกกำลังกาย ภาวะอ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน
สาเหตุของไขมันพอกตับ เกิดจากอะไรได้บ้าง?
ไขมันพอกตับ มักไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็น “ผลรวม” ของหลายอย่าง เช่น
พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
- กินพลังงานเกินความจำเป็นต่อเนื่อ
- นั่งนาน เคลื่อนไหวน้อย
- ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ
- นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ
- เครียดเรื้อรัง
อาหารที่กระตุ้นไขมันพอกตับ
- เครื่องดื่มหวาน น้ำหวาน ชานม น้ำอัดลม
- ขนมหวาน เบเกอรี่
- ของทอด ของมัน
- อาหารแปรรูป (ไส้กรอก แฮม ขนมขบเคี้ยว)
- แอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะดื่มบ่อย/ปริมาณมาก)
โรคหรือภาวะที่เกี่ยวข้อง
- เบาหวานชนิดที่ 2 / น้ำตาลในเลือดสูง
- ไขมันในเลือดสูง (โดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์)
- ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- คามดันโลหิตสูง
- ความผิดปกติของฮอร์โมนบางชนิด เช่น PCOS
ยา/อาหารเสริมบางชนิด
ยาหรืออาหารเสริมบางประเภทอาจมีผลต่อการทำงานของตับ โดยเฉพาะเมื่อใช้ต่อเนื่องโดยไม่ได้ประเมินสุขภาพร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ
อาการของไขมันพอกตับ ที่หลายคนมักมองข้าม
ระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่ถ้าเริ่มมีการอักเสบหรือภาวะตับโต อาจพบว่า
- แน่นท้อง หรืออึดอัดชายโครงขวา
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้
- น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ (บางราย)
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (มักพบในรายที่อาการค่อนข้างมาก ควรพบแพทย์)
หากมีอาการร่วมกับปัจจัยเสี่ยง เช่น อ้วนลงพุง เบาหวาน ไขมันสูง แนะนำให้ตรวจสุขภาพตับเพื่อประเมินความเสี่ยง
รู้ได้อย่างไรว่ากำลังเสี่ยงไขมันพอกตับ?
การประเมินไขมันพอกตับทำได้หลายวิธี ขึ้นกับแพทย์และความเหมาะสมของแต่ละคน เช่น
- ตรวจเลือด (Liver Function Test) เพื่อดูค่าการทำงานของตับ และมักประเมินน้ำตาล/ไขมันร่วมด้วย
- อัลตราซาวนด์ช่องท้อง ช่วยดูไขมันสะสมและขนาดตับ
- FibroScan ประเมินไขมันสะสมและความแข็งของตับ (ใช้ดูแนวโน้มพังผืด/ความเสียหาย)
- การประเมินองค์ประกอบร่างกาย เช่น DEXA (บางเคส) เพื่อดูไขมันสะสมโดยรวม
การตรวจแบบใดเหมาะที่สุด ควรให้แพทย์ประเมินร่วมกับประวัติสุขภาพและความเสี่ยงของแต่ละคน
ไขมันพอกตับในคนผอม เกิดจากอะไร?
หลายคนเข้าใจว่าคนผอมไม่น่าเสี่ยง แต่จริง ๆ แล้ว “ผอมแต่มีไขมันในช่องท้องสูง” พบได้ไม่น้อย สาเหตุที่พบบ่อย เช่น
- กินหวาน/น้ำหวานบ่อย แม้น้ำหนักไม่ขึ้นมาก
- กินอาหารแปรรูป ของทอดเป็นประจำ
- นั่งนาน ไม่ค่อยขยับตัว
- นอนน้อย เครียดสะสม
- ดื้อต่ออินซูลินแบบไม่รู้ตัว
ดังนั้น การดูความเสี่ยงไม่ควรดูแค่น้ำหนักอย่างเดียว แต่ควรดูรอบเอว พฤติกรรม และค่าตรวจเลือดร่วมกัน
ไขมันพอกตับอันตรายไหม?
โดยตัวภาวะไขมันพอกตับในระยะแรกอาจยังไม่รุนแรง แต่ถ้าปล่อยให้สะสมต่อเนื่อง ตับอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังและพัฒนาไปสู่ภาวะที่รุนแรงขึ้นได้ เช่น
- ตับอักเสบจากไขมันสะสม
- พังผืดตับ/ตับแข็ง
- เพิ่มความเสี่ยงโรคตับระยะรุนแรงในบางราย
นอกจากนี้ ไขมันพอกตับยังสัมพันธ์กับกลุ่มโรคเมตาบอลิซึม เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง และความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือดด้วย
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับ?
กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน/อ้วนลงพุง หรือรอบเอวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หรือภาวะน้ำตาลสูง
- ผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูง หรือไขมันในเลือดผิดปกติ
- ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่กินหวาน ของทอด อาหารแปรรูปบ่อย
- ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย นั่งนาน เคลื่อนไหวน้อย
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคตับ/ไขมันพอกตับ
- ผู้ที่ใช้ยาหรืออาหารเสริมต่อเนื่องโดยไม่ประเมินสุขภาพ
8 แนวทางลดความเสี่ยงไขมันพอกตับ
1) ควบคุมน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไม่จำเป็นต้องลดเร็ว เน้นปรับพฤติกรรมให้ทำได้ต่อเนื่อง
2) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ตั้งเป้าง่าย ๆ เช่น เดินเร็ว/ปั่นจักรยาน/ว่ายน้ำ + เสริมเวทเบา ๆ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
3) ลดน้ำหวานและน้ำตาลแฝง
เครื่องดื่มหวานและขนมหวานมักเป็นตัวกระตุ้นสำคัญของไขมันสะสมในตับ
4) เลือกคาร์บให้ดี
เปลี่ยนจากแป้งขัดสี เป็นธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อช่วยคุมระดับน้ำตาลและความหิว
5) เพิ่มโปรตีนไขมันต่ำ + ผักไฟเบอร์
ช่วยให้อิ่มนาน ลดกินจุกจิก และสนับสนุนการเผาผลาญ
6) ลดของทอด อาหารแปรรูป และไขมันทรานส์
ลดภาระตับและช่วยปรับสมดุลไขมันในเลือด
7) ลด/เลี่ยงแอลกอฮอล์
โดยเฉพาะคนที่ตรวจพบไขมันพอกตับหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง
8) ตรวจสุขภาพและติดตามค่าเลือด
ตรวจค่าตับ น้ำตาล ไขมันในเลือดเป็นระยะ เพื่อวางแผนดูแลได้เหมาะกับตัวเอง
Q&A: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขมันพอกตับ
Q: อาหารแบบไหนช่วยลดไขมันในช่องท้องและลดความเสี่ยงไขมันพอกตับ?
A: เน้นอาหารที่ช่วยคุมระดับน้ำตาล ลดการอักเสบ และเพิ่มไฟเบอร์ เช่น ผักใบเขียว ผักตระกูลกะหล่ำ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา โปรตีนไขมันต่ำ ถั่ว และอาหารปรุงน้อย
Q: อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเสี่ยงไขมันพอกตับคืออะไร?
A: น้ำหวาน/เครื่องดื่มหวาน ขนมหวาน เบเกอรี่ ของทอด อาหารแปรรูป ไขมันอิ่มตัวสูง และแอลกอฮอล์
Q: ลดไขมันแบบไหนไม่ให้ตับทำงานหนัก?
A: หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือการลดน้ำหนักรวดเร็วเกินไป ค่อย ๆ ปรับมื้ออาหารให้สมดุล เลือกวิธีปรุงที่ใช้น้ำมันน้อย และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
Q: ไขมันพอกตับควรใช้สมุนไพร/อาหารเสริมไหม?
A: หากจะใช้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะบางชนิดอาจเพิ่มภาระตับ โดยเฉพาะคนที่มีความผิดปกติของตับอยู่แล้ว
ไขมันพอกตับเป็น “ภัยเงียบ” ที่เกิดได้ทั้งคนอ้วนและคนผอม โดยเฉพาะคนที่มีไขมันในช่องท้องสูง กินหวานบ่อย เคลื่อนไหวน้อย นอนน้อย หรือมีโรคเมตาบอลิซึมร่วมด้วย ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถดูแลและลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมตรวจสุขภาพสม่ำเสมอเพื่อประเมินและติดตามผลอย่างเหมาะสม
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
10 อันดับจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากที่สุดในประเทศไทย
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
"เลขเด็ดจากดวงดาว" งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..เลขไหนมา เอาปากกาจดเลย!
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
5 เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อตับและระบบย่อยอาหารเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
แยกออกไหม? อันไหนตะเเบก เสลา หรือ อินทนิล : ไม้แฝดสาม: ความต่างที่สัมผัสได้จากลำต้น
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีคนเรียนจบในระดับปริญญามากที่สุด
น้องแมวที่ทำท่าตลกๆ อยู่ที่สวนลุมพินี ตอนนี้กำลังเป็นไวรัลทั้งที่ญี่ปุ่นและในไทยเลยนะเนี่ย น่ารักจริงๆเน่อ
ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีคนเรียนจบในระดับปริญญามากที่สุด
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
ชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่หาดอ่าวนาง กระบี่
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
"ฮุน มาเนต" โทษ "ไทย" ละเมิดอธิปไตย "กัมพูชา"..ทำให้ชาวเขมรต้องเสี่ยงภัยวัตถุระเบิดมากขึ้น
ควันคลุ้งชายแดน! เขมรเผาไม่หยุด ชาวบ้านสุรินทร์แสบจมูก–หายใจติดขัด หวั่นลุกลามสู่การปะทะรอบใหม่




