"อีเพ็ง" ตำนานเพลงยาวส่งถึงกุฏิ :เมื่อพฤติกรรม "พระนอกรีต" และ "สีกาใจแตก" กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญให้เกิดการปฏิรูปกฎหมายคณะสงฆ์
ย้อนรอยหน้าประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 4 กับเหตุการณ์อื้อฉาวที่สั่นคลอนศรัทธาชาวพุทธ เมื่อพฤติกรรม "พระนอกรีต" และ "สีกาใจแตก" กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญให้เกิดการปฏิรูปกฎหมายคณะสงฆ์อย่างเฉียบขาด ถึงขั้นเอาผิดเพื่อนบ้านและกุฏิข้างเคียง หากเพิกเฉยต่อความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้นในอาราม
"อีเพ็ง" กับตำนานเพลงยาวส่งถึงกุฏิ
ชนวนเหตุสำคัญเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2397 เมื่อ "อีเพ็ง" หญิงสาวชาวบ้านถูกจับได้ขณะพยายามนำ "เพลงยาว" (จดหมายรัก) เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง เมื่อถูกสอบสวนจึงพบความจริงที่น่าตกใจว่า เธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับพระเพียงรูปเดียว แต่ยังซัดทอดไปถึงพระวัดโพธิ์อีกหลายรูปที่แอบทำอาจาริยวัตรที่ไม่เหมาะสมถึงบนกุฏิ
พฤติกรรมของอีเพ็งและกลุ่มเพื่อนสาวที่ "ส่งบริการถึงที่" ทำให้พระภิกษุในขณะนั้นต้องอาบัติปาราชิก (ขาดจากความเป็นพระ) กันไปหลายรูป สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความหย่อนยานของพระวินัยในยุคที่คนมาบวชเพื่อหวังลาภสักการะมากกว่าศรัทธาในรสพระธรรม
กฎเหล็ก ร.4: โทษหนักถึง "กุฏิข้างเคียง" และ "ชาวบ้าน"
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ผู้ทรงเคร่งครัดในพระวินัยจากการผนวชมานานถึง 27 พรรษา ทรงมองว่าปัญหานี้จะหมดไปได้ต้องอาศัย "หูตา" จากคนรอบข้าง จึงทรงออกกฎหมายและประกาศหลายฉบับที่มีเนื้อหาเข้มงวด ดังนี้:
-
กุฏิข้างเคียงต้องรับผิด: หากพบว่ามีการมั่วสุมระหว่างพระกับสีกาบนกุฏิใด ภิกษุที่อยู่กุฏิใกล้เคียงต้องรับโทษเสมอกันฐานไม่ตักเตือนหรือว่ากล่าวกัน
-
โทษปรับชาวบ้าน: ห้ามสีกา (รวมถึงญาติพี่น้อง) ขึ้นกุฏิพระโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นเงิน 3 ตำลึง และหากใครรู้เห็นแต่ไม่แจ้งความ (ถือคติ "ชั่วชั่งชี ดีชั่งสงฆ์") จะถูกลงโทษตั้งแต่การปรับเงินไปจนถึงการถูกส่งไปเป็น "ตะพุ่นหญ้าช้าง" (เกี่ยวหญ้าให้ช้างกิน)
-
รัศมี 30 วา: ทรงให้ใช้เชือกวัดรัศมีจากจุดเกิดเหตุ ใครที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงในระยะ 30 วาแล้วเพิกเฉยไม่แจ้งเหตุปาราชิก จะต้องถูกลงโทษมาช่วยงานวัดตามจำนวนวันที่กำหนด
คุมเข้มอบายมุขและการละเล่น
นอกจากเรื่องชู้สาวแล้ว ยังทรงสั่งห้ามคฤหัสถ์สมคบกับพระในการทำผิดวินัยอื่นๆ เช่น การขายสุรา ฝิ่น หรือกัญชาให้พระ รวมถึงห้ามเจ้าภาพงานมหรสพ (โขน ละคร งิ้ว) ปล่อยให้พระเข้ามาดูงาน หากพบเห็นแล้วไม่จับส่งทางการ ทั้งคนจัดงานและคนดูจะถูกปรับไหมถ้วนหน้า
การออกกฎที่เข้มงวดในสมัยรัชกาลที่ 4 ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อการกลั่นแกล้ง แต่เป็นกุศโลบายในการดึงให้ "ชุมชน" เข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องพระพุทธศาสนา เปลี่ยนจากการเป็นผู้ดูให้กลายเป็นผู้พิทักษ์ เพื่อไม่ให้อลัชชีหรือผู้ที่บวชโดยไร้ศรัทธามาใช้ผ้าเหลืองบังหน้ากระทำผิด จนนำความเสื่อมเสียมาสู่พระศาสนาและชื่อเสียงของประเทศชาติ
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
7 ลักษณะของคนที่เป็น "พญานาคหนีมาเกิด" ตามความเชื่อ มีอะไรบ้าง?
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ต่อราคาโลงศพแล้วจะมีคนตายตามจริงหรือ? คำห้ามที่ทำให้หลายบ้านไม่กล้าเอ่ยคำว่า “ลดได้ไหม”
มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
สะพานที่ยาวที่สุดในโลก! ยาวกว่า 164 กิโลเมตร จนขับรถเป็นชั่วโมงก็ยังไม่พ้น
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
10 นักแสดงตลกไทยระดับแถวหน้า ที่มีค่าตัวสูงที่สุดของวงการ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/69
เลขเด็ดปฏิทินจีนช่อง 3 งวด 16 ก.ค. นี้ ซูมชัดๆ มีเลขอะไรเด็ดบ้าง?
ทำความรู้จัก โรคกลัวความสูง เกิดจากอะไร?
นางรำกว่า 1.2 หมื่นคน รำบุญซำฮะอย่างยิ่งใหญ่
6 ภูเขาไฟที่ยังมีพลัง ที่รอวันปะทุ
10 นักแสดงตลกไทยระดับแถวหน้า ที่มีค่าตัวสูงที่สุดของวงการ
ต่อราคาโลงศพแล้วจะมีคนตายตามจริงหรือ? คำห้ามที่ทำให้หลายบ้านไม่กล้าเอ่ยคำว่า “ลดได้ไหม”
ทำไมคนผอมถึงไม่ได้แปลว่าแข็งแรง




