รวม 10 นโยบายสุดโต่งของ "ทรัมป์" ระดับที่โลกต้องจารึก
หากเราจะพูดถึง โดนัลด์ ทรัมป์ กับความคิดของ คนคนนี้มักถูกมองว่า "สุดโต่ง" เพราะกล้าทำลายขนบทางการเมืองแบบเดิมๆ และเน้นนโยบายแบบ ขวาน่ากลัว หรือชาตินิยมจัดในระดับที่โลกต้องจารึก
เรื่องราวมีอะไรบ้าง ขอสรุปประเด็นความคิดสุดโต่งที่สำคัญๆ มาให้ดูกัน...
1. นโยบายคนเข้าเมือง: "The Wall" และการเนรเทศครั้งใหญ่ หนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคือการมองว่าผู้อพยพคือภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ
-ช่วงเวลา: ตั้งแต่เริ่มหาเสียงปี 2015 จนถึงปัจจุบัน
-สิ่งที่ทำ: เขาประกาศสร้างกำแพงยาวตลอดแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก และสั่งแบนพลเมืองจากประเทศมุสลิมบางประเทศ (Muslim Ban) เข้าสหรัฐฯ
-ความสุดโต่ง: ในการหาเสียงปี 2024 เขายังเสนอแผน "การเนรเทศครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา" โดยจะใช้กองทัพเข้าช่วยจัดการ ซึ่งไม่เคยมีประธานาธิบดีคนไหนเสนอทำในสเกลระดับนี้มาก่อน
2. อเมริกาต้องมาก่อน (America First) และสงครามการค้า ทรัมป์เปลี่ยนมุมมองจากการที่อเมริกาเป็น "พี่ใหญ่ของโลก" มาเป็น "นักธุรกิจที่ต้องได้กำไร"
-ช่วงเวลา: ปี 2017 - 2021
-สิ่งที่ทำ: ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เรื่องโลกร้อน เพราะมองว่าขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ และทำสงครามการค้ากับจีนด้วยการตั้งกำแพงภาษีมหาศาล
-ความสุดโต่ง: เขามองว่าแม้แต่พันธมิตรอย่าง NATO ก็เป็นภาระ โดยเคยขู่ว่าจะไม่ช่วยประเทศสมาชิกที่จ่ายเงินสมทบไม่ถึงเป้าหากถูกรัสเซียโจมตี ซึ่งสั่นคลอนความมั่นคงโลกอย่างมาก
3. การท้าทายระบบประชาธิปไตย: "Stop the Steal" นี่คือประเด็นที่ถูกวิจารณ์ว่าสุดโต่งที่สุดในเชิงรัฐศาสตร์
-ช่วงเวลา: หลังการเลือกตั้งปี 2020
-สิ่งที่ทำ: ทรัมป์ยืนยัน (โดยไม่มีหลักฐานที่ศาลยอมรับ) ว่ามีการโกงเลือกตั้งครั้งมโหฬาร จนนำไปสู่เหตุการณ์บุกอาคารรัฐสภา (January 6 Capitol Riot)
-ความสุดโต่ง: เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ สมัยใหม่ที่ประธานาธิบดีไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างสันติ และโจมตีสถาบันหลักของประเทศตัวเองอย่างรุนแรง
4. มุมมองต่อสื่อและกระบวนการยุติธรรม: "Fake News" เขาสร้างวาทกรรมที่ทำให้ความจริงกลายเป็นเรื่องสัมพัทธ์
-ช่วงเวลา: ตลอดการดำรงตำแหน่ง
-สิ่งที่ทำ: เรียกสื่อที่ไม่เห็นด้วยว่า "ศัตรูของประชาชน" (Enemy of the People) และเรียกการสืบสวนคดีความต่างๆ ของเขาว่าเป็น "การล่าแม่มด" (Witch Hunt)
-ความสุดโต่ง: การทำลายความเชื่อมั่นในตัวกลางอย่างสื่อและศาล ทำให้สังคมอเมริกาเกิดความแตกแยกทางความคิด (Polarization) อย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี
5. นโยบายภาษีที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิด "Make America Great Again" โดยเขาเชื่อว่าการลดภาษีให้คนรวยและภาคธุรกิจ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและดึงเม็ดเงินกลับเข้าประเทศ ในปี 2025-2026 ภายใต้การนำของเขา (ในโลกสมมติ/การคาดการณ์เชิงนโยบาย) ได้มีการผลักดันกฎหมายที่ชื่อว่า "One Big Beautiful Bill Act"
ทรัมป์มีแนวคิดสุดโต่งที่จะ ใช้ภาษีนำเข้าแทนที่ภาษีเงินได้ * สิ่งที่ทำ: ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากจีน 60% และสินค้าจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก 10-20% เขาเชื่อว่าเงินที่เก็บได้จากผู้นำเข้าจะมหาศาลพอจนรัฐบาลอาจไม่ต้องเก็บภาษีเงินได้จากคนอเมริกันชั้นกลางเลย (ซึ่งในทางคณิตศาสตร์ นักวิเคราะห์มองว่าเป็นไปได้ยากมากและจะทำให้ของแพงขึ้นทั้งแผ่นดิน)
6. การขอซื้อเกาะกรีนแลนด์ (Buy Greenland)
เหตุการณ์: ทรัมป์ประกาศไอเดียที่จะให้สหรัฐฯ ซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก เพื่อขยายอิทธิพลในแถบอาร์กติกและแย่งชิงทรัพยากรแข่งกับรัสเซียและจีน
-ความสุดโต่ง: เขาใช้ภาษาเหมือนเจ้าพ่อมาเฟีย โดยบอกว่ากรีนแลนด์กำลังสร้างภาระทางการเงินให้เดนมาร์กปีละมหาศาล ผลคือทำให้คนเดนมาร์กไม่พอใจ และสร้างความมึนตงึนให้กับรัฐบาลโคเปนเฮเกน ซึ่งส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิก NATO
7. ติดสินบนกัปตันเรือน้ำมันอิหร่าน (Ship of Fools) ในช่วงที่สหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านไม่ให้ส่งสินค้า ทรัมป์ไม่ได้ใช้วิธีทางการทูตแบบเดิม แต่สั่งให้เจ้าหน้าที่เสนอเงินหลายล้านดอลลาร์ให้กับ "กัปตันเรือ" โดยตรงเพื่อให้เขานำเรือไปจอดในที่ที่สหรัฐฯ สามารถยึดได้
-ความสุดโต่ง: บทความระบุว่านี่คือการคิด "นอกกรอบ" จนกู่ไม่กลับ เพราะท้ายที่สุดกัปตันปฏิเสธเงินก้อนนั้น แสดงให้เห็นว่าเงินซื้อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ได้เสมอไป
8. ขอให้จีนช่วยสอบสวนคู่แข่งทางการเมือง (The best offence is more offence) ท่ามกลางการถูกยื่นถอดถอน (Impeachment) กรณีบีบยูเครนให้สอบสวน โจ ไบเดน ทรัมป์กลับเดินออกไปหน้าทำเนียบขาวและเรียกร้องให้ "จีน" ช่วยสอบสวนไบเดนด้วยอีกแรง
-ความสุดโต่ง: เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ประธานาธิบดีขอให้คู่แข่งทางเศรษฐกิจหมายเลขหนึ่งอย่างจีน เข้ามาแทรกแซงการเมืองภายในของตนเอง ซึ่งแม้แต่ ส.ว. ฝั่งรีพับลิกันเองยังออกมาตำหนิว่า "เป็นไอเดียที่แย่และโง่เขลา"
9. จดหมายถึงประธานาธิบดีตุรกี (A letter between men) หลังถูกวิจารณ์ว่าถอนทหารออกจากซีเรียจนทำให้พันธมิตรชาวเคิร์ดถูกตุรกีโจมตี ทรัมป์เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดี เออร์โดกัน ของตุรกี
-ความสุดโต่ง: จดหมายฉบับนั้นใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการอย่างรุนแรง เช่น "อย่าทำตัวเป็นนักเลง อย่าเป็นคนโง่!" (Don't be a tough guy. Don't be a fool!) ผลคือเออร์โดกันขว้างจดหมายทิ้งถังขยะและสั่งบุกซีเรียทันที จดหมายนี้ดูไม่น่าเชื่อถือจนสื่อต้องตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่
10. การอ้างสิทธิ์ควบคุมน้ำมันในตะวันออกกลาง (Control issues) ทรัมป์พยายามกลบกระแสวิจารณ์เรื่องการทิ้งพันธมิตรในซีเรีย โดยประกาศว่า "เราได้เข้าควบคุมน้ำมันในตะวันออกกลางไว้หมดแล้ว"
-ความสุดโต่ง: บทความวิจารณ์ว่ามันคือคำนิยามของความบ้าคลั่งที่อ้างว่าควบคุมสิ่งที่เราไม่ได้คุมอยู่จริงๆ แต่ทรัมป์ใช้วิธีนี้เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามและต่างชาติตามเกมของเขาไม่ทัน
ทั่วโลกมองว่า "ความบ้าบิ่น" ที่เพิ่มขึ้นของทรัมป์ในช่วงนั้น เกิดจากการที่ที่ปรึกษาที่มีความสามารถและกล้าขัดใจเขาลาออกไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่คนที่คอยพยักหน้าตาม ทำให้ทรัมป์ทำตามสัญชาตญาณของตัวเองอย่างเต็มที่ (Trump Unleashed) โดยเฉพาะเมื่อเขาเผชิญแรงกดดันจากการถูกฟ้องร้องในประเทศ
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
หลวงพ่อขาวปากช่อง พระใหญ่สีขาวกลางขุนเขา กับบันไดศรัทธา 1,250 ขั้น
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า และแรงกดดันของบทบาทผู้นำในยุคสมดุลชีวิตการทำงาน
เลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 16 กรกฎาคม 2569 รวมเลขเด่น และเลขรอง
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ก่อนแต่งงานควรคุยอะไรบ้าง? 10 เรื่องสำคัญที่คู่รักควรตกลงให้ชัด
อำเภอที่เจริญมากที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในต่างจังหวัดของไทย
ทำไมคนถึงกลัวการถูกตัดสินมากขึ้นในโลกโซเชียล และผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตัวเอง
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
จังหวัดที่อากาศสะอาดบริสุทธิ์ที่สุด เหมาะกับการอยู่อาศัยตลอดทั้งปี
10 เรื่องจริงแปลกกว่านิยาย เหตุการณ์เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริงบนโลก
เฟย vs กุ้ยเฟย ต่างกันยังไง? ทำไมน้อยกว่าคำเดียว ถึงต่ำกว่า 1 ขั้น?
3 กรกฎาคม วันปลอดถุงพลาสติกสากล (International Plastic Bag Free Day): จุดเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนโลกใบใหญ่
ทำไมเวลารออะไรนาน ๆ เราถึงรู้สึกว่าเวลาเดินช้าลง? เปิดกลไกการรับรู้เวลาของสมอง
คนที่อายุมากที่สุดในประเทศไทย











