"เลือดสุพรรณ" วาทกรรมอำนาจและการสร้างนิยามความรักชาติผ่านหยาดเลือด
หากมองผ่านเลนส์ของวัฒนธรรมศึกษา "เลือดสุพรรณ" ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บทละครปลุกใจ แต่คือ "วาทกรรม" (Discourse) ที่รัฐในยุคหลัง พ.ศ. 2475 ใช้ในการสถาปนาอุดมการณ์ชาตินิยมแบบใหม่ เพื่อควบคุมและชี้นำนิยามของคำว่า "พลเมืองที่ดี" โดยมีประเด็นที่น่าสนใจในการรื้อสร้างดังนี้
การสร้าง "ศัตรูร่วม" เพื่อผลิตซ้ำอำนาจ
วาทกรรมเลือดสุพรรณจงใจดึง "พม่า" กลับมาเป็นคู่ขัดแย้งหลักอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะข้อมูลทางประวัติศาสตร์ แต่ในฐานะ "ปีศาจทางการเมือง" เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรวมกลุ่มก้อนความคิด (Collectivism) ของคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว การที่บทละครไม่ระบุสมัยและไม่ใช้ราชาศัพท์ คือกลยุทธ์การทำให้วาทกรรมนี้กลายเป็น "ความจริงที่อยู่เหนือความจริง" (Hyperreality) ที่คนทุกยุคสามารถสวมรอยเข้าไปอยู่ในอารมณ์ร่วมนั้นได้ทันที
สถาปัตยกรรมแห่งความสามัคคีที่ปลายทางคือ "ความตาย"
ความย้อนแย้งที่น่าสนใจที่สุดคือ วาทกรรมนี้เชิดชู "ความสามัคคี" (Unity) แต่กลับมอบตอนจบด้วย "ความพินาศ" (Tragedy) นี่คือการสื่อสารเชิงอำนาจที่รุนแรงที่สุด เพราะมันกำลังกล่อมเกลาว่า "ชัยชนะที่แท้จริงของพลเมือง คือการยอมสละชีวิตเพื่อรัฐ" ไม่ใช่การมีชีวิตอยู่รอด ความตายของตัวละครในเรื่องจึงทำหน้าที่เป็น "พิธีกรรมทางวาทกรรม" ที่เปลี่ยนความสูญเสียส่วนบุคคลให้กลายเป็นคุณค่าอันสูงสุดที่ชาติโหยหา
การเปลี่ยนสถานะ "ผู้หญิง" ให้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง
ตัวละคร "ดวงจันทร์" ถูกขับเคลื่อนด้วยวาทกรรมที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้าส่วนตัว (Private Grief) ให้กลายเป็นความแค้นของส่วนรวม (Public Rage) นี่คือการใช้สรีระและอารมณ์ของผู้หญิงมาเป็นสัญลักษณ์ในการปลุกระดม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐในขณะนั้นต้องการเปลี่ยน "ทุกองคาพยพ" ของสังคม ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงที่บอบช้ำ ให้กลายเป็นฟันเฟืองของกองทัพและอุดมการณ์ชาตินิยม
"เลือดสุพรรณ" จึงเป็นวาทกรรมที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตเพื่อสร้าง "ความจริงชุดใหม่" ให้คนไทยเชื่อว่าความสามัคคีคือทางออกเดียว แม้ปลายทางจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม มันคืออำนาจละมุน (Soft Power) ที่ฝังรากลึกและทำงานผ่านเสียงเพลงและเรื่องราว เพื่อกำกับพฤติกรรมของประชาชนให้พร้อมที่จะ "ก้าวประจัน" ไปสู่ความตายในนามของความรักชาติได้อย่างน่ายกย่อง
"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
สนามบินของไทยที่มีผู้ใช้บริการน้อยที่สุด
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
"ข้าวต้มกุ๊ย" จากอาหารกุลีสู่เมนูโปรดเจ้าสัว ตำนานแห่งการเอาชีวิตรอด
กัมพูชารื้อแผนที่ปี 1907 เปิดเกมทวงสิทธิ์บนรอยแผลยุคอาณานิคม
"เสาร์ 5" ฤกษ์พิธีสุดขลัง กับข้อสงสัยปี 2569 ใช่ของจริงหรือไม่?
พ่อปู่เปี่ยม สาริกบุตร จอมขมังเวทผู้ลี้ลับแห่งรัตนโกสินทร์
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
จังหวัดที่ได้ค่าแรงน้อยที่สุด 7 อันดับแรกของประเทศไทย
เปิดทำเนียบฝ่ายใน! "เฟย" vs "กุ้ยเฟย" ต่างกันอย่างไร? ไขข้อสงสัยลำดับยศพระสนมจีนที่คอซีรีส์ต้องรู้
ย้อนรอยหน้าประวัติศาสตร์!...สุสานพระเจ้าตากสิน ณ เมืองซัวเถา สายสัมพันธ์ไทย-จีนที่ไม่เคยเลือนหาย
พระลกุณฏกภัททิยะ: มหาบุรุษในร่างเล็ก ผู้กล่อมเกลาจิตด้วยเสียงสวรรค์แห่งธรรม
แมลงกุดจี่ขี้ควาย: ราชาแห่งทุ่งนา นักปั้นผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศ


