จากเงินติดบัญชี 5,000 บาท สู่พอร์ตอสังหาฯ 100 ล้าน ผมทำได้อย่างไร?
ผมเคยเป็นหนี้บัตรเครดิต 5 แสนบาท
เงินในบัญชีเหลือไม่ถึงหมื่น โดนดูถูกว่าไม่เอาไหน! แต่วันนี้ผมมีพอร์ตอสังหาฯ หลัก ร้อยล้าน
จากเงินลงทุนก้อนแรก แค่ 5 พันบาท
ผมจะมาเปิดเผยทุกขั้นตอน ทุกกลยุทธ์
ที่ทำให้ผม "รวยเงียบๆ" ในวงการอสังหาฯ ที่หลายคนไม่เคยรู้!
สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ "ต้น" ครับ ตอนนี้ผมอายุ 40 ปี ผมเป็นนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์ หลายคนอาจจะเห็นผมขับรถหรู อยู่บ้านหลังใหญ่ แต่ชีวิตผมเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วมันต่างจากนี้ลิบลับเลยครับ
ตอนนั้นผมเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา เงินเดือนหมื่นปลายๆ แต่ติดนิสัยชอบใช้จ่ายเกินตัว มีหนี้บัตรเครดิตรวมกันเกือบ 5 แสนบาท! วันที่ผมจำได้ขึ้นใจคือวันที่โดนทวงหนี้พร้อมกัน 3 แบงก์ โทรศัพท์มือถือแทบจะระเบิด ผมเปิดกระเป๋าตังค์ออกดู... มีเงินสด
อยู่แค่ 300 บาท! ในบัญชีธนาคารเหลือ 5,000 บาทถ้วน! ผมนั่งร้องไห้อยู่กลางห้องเช่าเล็กๆ ตอนนั้นผมคิดแค่ว่า "ชีวิตมันจบแล้ว" ไม่มีทางออก ไม่มีใครช่วยได้
ในวันนั้นเองที่ผมบังเอิญไปเจอหนังสือเก่าๆ ของพ่อที่ชื่อว่า "อสังหาริมทรัพย์ร้อยล้านด้วยเงินลงทุน 0 บาท" ผมเปิดอ่านด้วยความหมดหวัง แต่แล้วสายตาผมก็สะดุดเข้ากับประโยคหนึ่งที่บอกว่า "อสังหาริมทรัพย์คือการลงทุนที่คนจนที่สุดก็สามารถเริ่มต้นได้"
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ ผมอ่านหนังสือเล่มนั้นซ้ำไปซ้ำมา ผมศึกษาทุกเคสที่หนังสือยกตัวอย่างมา และในที่สุดผมก็เจอ "ช่องว่าง"
ที่ผมคิดว่าผมทำได้ นั่นคือการ "เป็นนายหน้าอิสระ" โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนเยอะ แค่มีใจและมีสายตาที่มองเห็นโอกาส
ผมเริ่มจากเงิน 5,000 บาทในบัญชี... ไม่ได้เอาไปซื้อที่ดิน แต่เอาไป "ลงทุนกับตัวเอง" ครับ ผมซื้อหนังสืออสังหาฯ เพิ่มอีก 2-3 เล่ม ผมลงคอร์สออนไลน์ราคาถูกๆ เกี่ยวกับกฎหมายอสังหาฯ พื้นฐาน และที่สำคัญที่สุด ผมเอาไปจ่ายค่าเดินทางเพื่อตระเวนดูบ้านร้าง คอนโดเก่าๆ และที่ดินเปล่าที่ไม่มีใครสนใจ
ผมเรียนรู้เทคนิคการ "หาทรัพย์จากประกาศขาย" ที่คนอื่นมองข้าม ผมโทรศัพท์ไปคุยกับเจ้าของที่ดินที่ประกาศขายมานานแต่ขายไม่ได้ ผมเสนอตัวเป็นนายหน้าอิสระ ขอค่าคอมมิชชั่นเพียง 1-2% ซึ่งน้อยกว่านายหน้าใหญ่ๆ มาก ทำให้เจ้าของส่วนใหญ่ยินดีที่จะลองให้โอกาสผม
ผมเริ่มจากทรัพย์เล็กๆ อย่างบ้านทาวน์เฮาส์มือสองในย่านชานเมือง ผมไม่มีรถยนต์ ผมใช้มอเตอร์ไซค์เก่าๆ ขับไปดูบ้านวันละหลายหลัง บางทีก็เดินเท้า เพราะไม่อยากเสียค่าน้ำมันเยอะ ผมถ่ายรูปบ้านทุกมุม จดรายละเอียดทุกซอกทุกมุม แล้วเอามาโพสต์ขายในอินเทอร์เน็ตฟรีๆ ไม่ได้เสียเงินค่าโฆษณาแม้แต่บาทเดียว!
เคสแรกที่ผมทำได้คือบ้านทาวน์เฮาส์หลังหนึ่งที่เจ้าของขายไม่ออกมาเป็นปี เพราะบ้านค่อนข้างเก่าและโทรม ผมใช้เทคนิค "สร้างเรื่องราว" ให้กับบ้านหลังนั้น ผมเน้นจุดเด่นที่คนอื่นมองไม่เห็น เช่น "บ้านเก่าในทำเลทอง ใกล้รถไฟฟ้า เหมาะสำหรับรีโนเวทเพื่อปล่อยเช่า หรือลงทุนทำ Airbnb"
สุดท้ายผมก็ขายได้ครับ! ค่าคอมมิชชั่นก้อนแรกของผมคือ 25,000 บาท! มันคือเงินที่มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของผม! ผมน้ำตาไหลเลยครับ เงินก้อนนั้นผมเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิตบางส่วน และที่เหลือ... ผมเอาไป "ลงทุนกับตัวเองเพิ่ม" ผมซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ผมซื้อกล้องมือสองดีๆ เพื่อใช้ถ่ายรูปอสังหาฯ ให้สวยขึ้น และผมลงคอร์สเรียนการตลาดออนไลน์เพิ่มเติม
หลังจากเคสแรก ผมก็เริ่มจับทางได้ครับ ผมไม่ได้เป็นแค่นายหน้าอีกต่อไป ผมเริ่มมองเห็นโอกาสในการ "ซื้อมาขายไป" ด้วยเงินที่แทบจะไม่ใช่เงินของผมเอง
ผมใช้เทคนิคที่เรียกว่า "การหาผู้ร่วมลงทุน" ครับ เช่น ผมไปเจอที่ดินแปลงสวยในราคาถูกมากๆ แต่ผมไม่มีเงินซื้อ ผมจะหาเพื่อนที่มีเงิน หรือนักลงทุนที่รู้จัก ให้เขาออกเงินซื้อที่ดินแปลงนั้น โดยมีข้อตกลงว่า "ผมจะเป็นคนบริหารจัดการและทำการตลาดให้ทั้งหมด" โดยผมจะขอส่วนแบ่งกำไร 30-40% เมื่อขายได้
กลยุทธ์นี้ทำให้ผมสามารถ "จับเสือมือเปล่า" ได้อย่างแท้จริงครับ ผมเริ่มสร้างเครือข่ายนักลงทุน ผมเริ่มมีทีมงานเล็กๆ ที่ช่วยผมหาทรัพย์และทำการตลาด ผมไม่ได้มองหาแค่ที่ดินเปล่าอีกต่อไป ผมเริ่มมองหา "โอกาส" ที่อยู่ในปัญหาของคนอื่น เช่น บ้านที่ติดจำนอง บ้านที่เจ้าของร้อนเงิน ต้องการขายด่วน ผมจะเข้าไปเป็น "คนกลาง" ที่ช่วยแก้ปัญหาให้ทุกฝ่าย
มีเคสหนึ่งที่ผมภูมิใจมากครับ ผมไปเจอที่ดินแปลงหนึ่งที่เจ้าของต้องการขายด่วนเพราะต้องนำเงินไปรักษาลูกที่ป่วยหนัก ที่ดินแปลงนั้นมีปัญหาเรื่องทางเข้า-ออก ทำให้ขายยาก แต่ผมมองเห็นศักยภาพ ผมใช้ความรู้เรื่องกฎหมายอสังหาฯ เข้าไปช่วยเจรจาเรื่องทางสาธารณะ และหาผู้ร่วมลงทุนมาซื้อในราคาที่เหมาะสม
สุดท้ายผมขายที่ดินแปลงนั้นได้กำไรหลายสิบล้านบาทครับ! เงินส่วนหนึ่งผมคืนเจ้าของเดิมไปช่วยค่ารักษาลูก ส่วนแบ่งของผมในวันนั้นคือ 15 ล้านบาท! เป็นเงินก้อนแรกที่ทำให้ผมหลุดพ้นจากหนี้สินทั้งหมด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักลงทุนอสังหาฯ เต็มตัว
วันนี้พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของผมมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 100 ล้านบาท ผมไม่ได้ทำงานหนักเหมือนเมื่อก่อน แต่ผม "ทำงานฉลาด" มากขึ้น ผมไม่ได้ต้องการบอกว่าทุกคนจะต้องรวยแบบผม แต่ผมต้องการบอกว่า "โอกาสมีอยู่เสมอสำหรับคนที่มองเห็นมัน"
ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นจากเงินน้อยๆ หรือมีหนี้สินท่วมหัวเหมือนผมในวันนั้น ผมอยากจะให้
กำลังใจว่า:
1 . ลงทุนกับตัวเองก่อน: ความรู้คืออาวุธที่สำคัญที่สุด อย่าเสียดายเงินกับการเรียนรู้
2 . มองหา "ช่องว่าง" ในปัญหา: ปัญหาของคนอื่นคือโอกาสของเรา
3 . สร้างเครือข่าย: ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว
4 . อดทนและไม่ย่อท้อ: ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเรา
ทุกวันนี้ผมยังคงออกไปดูที่ดินใหม่ๆ อยู่เสมอครับ เพราะสำหรับผมแล้ว... การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่การสร้างความมั่งคั่ง แต่คือการสร้าง "อิสรภาพ" ในชีวิต
คุณล่ะครับ... พร้อมที่จะเปลี่ยน 5,000 บาทในบัญชี ให้กลายเป็น "ชีวิตใหม่" ที่คุณใฝ่ฝันแล้วหรือยัง?
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
“กว๊าน” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
อาชีพยอดนิยมในไทย ที่เสี่ยงต่อการตกงานมากที่สุดในปัจจุบัน
3 ผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก
"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
5ประเทศที่นำอาวุธเข้ามาในประเทศมากที่สุดในเอเชีย
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
การร้องไห้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น หากกลั้นน้ำตาไว้ไม่ร้องไห้ออกมาเลยจะเกิดผลเสีย






