หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ดื่มแล้วงง : โคล่า vs รูทเบียร์ ต่างกันตรงไหนบ้าง

เขียนโดย Mind Matter

โคล่ากับรูทเบียร์สองตัวนี้ดูเหมือนพี่น้องฝาแฝด เพราะมองด้วยสายตาสีน้ำตาลเข้ม ๆ ฟองซ่า ๆ ดื่มแล้วเย็นฉ่ำเหมือนกันหมด แต่พอเอาเข้าปากจริง ๆ แล้วกลายคนละเรื่องเลย เหมือนคนละจักรวาลเลย เพราะว่าโคล่าจะให้ความรู้สึกแบบ “โค้ก/เป๊ปซี่ที่คุ้นเคย” หวานละมุน เปรี้ยวเบา ๆ จากมะนาวส้มนิด ๆ กลิ่นวนิลานุ่ม ๆ ผสมคาราเมลอ่อน ๆ ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ดื่มง่าย ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดื่มแล้วเหมือนได้กอดอุ่น ๆ จากเพื่อนเก่า แต่พอเปลี่ยนมาเป็นรูทเบียร์กลับเหมือนเปิดประตูไปเจอโลกใหม่เลย

 

กลิ่นแรกที่พุ่งเข้าจมูกไม่ใช่แค่หวานธรรมดา แต่มันเป็นกลิ่นสมุนไพรเข้มข้นแบบจัดเต็ม เหมือนเอา “ลูกอมสมุนไพร” มาบดละเอียดแล้วเทลงแก้ว ผสมกับ “ยาหม่อง” นิด ๆ “โฟมยาสีฟันวินเทอร์กรีน” อีกหน่อย บางคนบอกเหมือนกลิ่น “ชะเอมเทศ” หรือ “โป๊ยกั๊ก” บางคนบอกเหมือน “อบเชย จันทน์เทศ กานพลู” มาปะปนกันแบบไม่ยอมแพ้กัน รสหวานก็มีจริง แต่ไม่หวานเลี่ยนแบบโคล่า แต่หวานแบบมีมิติ มีความ “ขมฝาด” เล็กน้อยจากสมุนไพรตามธรรมชาติ ทำให้ลิ้นรู้สึกตื่นตัวมากกว่า หลังดื่มแล้วปากยังมีกลิ่นเครื่องเทศค้างอยู่นาน เหมือนเพิ่งกินลูกอมสมุนไพรอเมริกันมาเลย บางคนดื่มครั้งแรกถึงกับทำหน้างง ๆ แต่ชินแล้วก็เลิกไม่ได้ เพราะแปลกในแบบที่ทำให้อยากลองซ้ำ

 

ส่วนที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักรูทเบียร์มากกว่าคือ “ฟอง” เพราะโคล่าพอเทลงแก้ว ฟองก็ขึ้นมาบ้าง แต่ไม่นานก็ยุบหายไปเร็ว เหลือแต่ซ่าที่คอ แต่รูทเบียร์นี่ฟองหนาแน่นจริง ๆ เหมือนเทเบียร์จริง ๆ ลงแก้วเลย ฟองสีครีม ๆ ติดขอบแก้วนานมาก บางยี่ห้ออย่าง A&W หรือ Barq's เทแล้วฟองพุ่งสูงจนล้นแก้วได้สบาย ๆ ความลับอยู่ที่ส่วนผสมสมัยก่อนมีสารจากธรรมชาติที่ช่วยสร้างฟอง (แบบโปรตีนจากพืชหรือยูคา) ทำให้มันฟูฟ่องยาวนาน เหมือนได้ดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ที่โฟมสวยงามสุด ๆ

 

ย้อนไปดูที่มา โคล่าถือกำเนิดปี 1886 จากเภสัชกรในแอตแลนต้าที่อยากทำยาบำรุงสมอง แต่สุดท้ายกลายเป็นน้ำอัดลมหวานซ่าที่ดังไปทั้งโลก ส่วนรูทเบียร์เก่ากว่านั้นเยอะเลย ชาวพื้นเมืองอเมริกาเหนือต้มรากไม้กับสมุนไพรมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อเป็นยาแก้ป่วย ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ต่อมาชาวยุโรปที่อพยพมาก็เอามาปรับจนกลายเป็นเครื่องดื่มหวาน ๆ แล้วช่วงปี 1870s มีคนคิดสูตรขายจริงจัง เรียกชื่อว่า root beer เพื่อให้ดูเป็นมิตรกับคนงานเหมือง (เพราะเดิมเรียก root tea แต่เปลี่ยนเป็น beer เพื่อให้ดูเท่ขึ้น แม้จะไม่มีแอลกอฮอล์เลย) ต้นตำรับใช้ “ราก sassafras” เป็นหลัก ซึ่งให้กลิ่นหอมแรงแบบเครื่องเทศ แต่ปี 1960 FDA ห้ามใช้สาร safrole ใน sassafras เพราะอาจเสี่ยงมะเร็ง เลยเปลี่ยนมาใช้สารสังเคราะห์แทน แต่กลิ่นเอกลักษณ์ยังอยู่ครบ

 

ส่วนผสมเลยต่างกันสุดขั้ว โคล่าจะเน้นน้ำตาลสูงมาก (หรือน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตส) ผสม “คาเฟอีน” จากถั่วโคลา (หรือใส่เพิ่ม) น้ำมันหอมระเหยจากส้มมะนาว อบเชย วนิลา จันทน์เทศนิด ๆ แล้วเติมกรดฟอสฟอริกให้เปรี้ยวซ่าและกัดคอแรง ๆ ทำให้ดื่มแล้วตื่นตัว มีพลัง แต่รูทเบียร์แทบไม่มีคาเฟอีนเลย (เว้นยี่ห้อพิเศษ) เน้นสมุนไพรเครื่องเทศเพียบ วานิลา คาราเมล มอลาสซีส น้ำผึ้ง อบเชย ชะเอม โป๊ยกั๊ก วินเทอร์กรีน เบิร์ชหวาน บางสูตรโบราณมีราก burdock ราก dandelion แม้แต่เปลือกเชอร์รี่ป่า กลิ่นเลยซับซ้อนแบบธรรมชาติมากกว่า ไม่ได้หวานแบบโหด ๆ แต่หวานแบบมีชั้นเชิง

 

เรื่องสุขภาพก็ต่างกันนิดหน่อย โคล่ามีกรดฟอสฟอริกสูง กัดเคลือบฟันแรงกว่า รูทเบียร์กรดน้อยกว่า เลยอ่อนโยนกับฟันนิดนึง แต่ทั้งคู่ก็มีน้ำตาลสูง แต่โคล่าสามารถครองตลาดโลกเพราะการตลาดโหดมาก โฆษณาทุกปี คริสต์มาสต้องมี Santa ดื่มโค้ก รูทเบียร์เลยกลายเป็นเครื่องดื่ม “อเมริกันแท้ ๆ” มากกว่า โดยเฉพาะทางเหนือกับตะวันตกของสหรัฐ คนอเมริกันบางกลุ่มรักมาก ดื่มกับอาหารจานหนัก ๆ หรือทำ root beer float ใส่น้ำแข็งใส่ไอศกรีมวานิลาแล้วฟองหนา ๆ ลอยฟูฟ่อง อร่อยจนลืมโลก

 

ดังนั้น หากชอบอะไรที่หวานนุ่ม คุ้นเคย ดื่มแล้วชาร์จพลัง มีคาเฟอีนเบา ๆ ให้ตื่นตัว โคล่าคือเพื่อนคู่ใจ แต่ถ้าอยากลองอะไรที่แปลกใหม่ เครื่องเทศจัดเต็ม กลิ่นสมุนไพรแรง ๆ ฟองหนาเหมือนเบียร์ โฟมติดแก้วนาน ไม่มีคาเฟอีนให้กังวลตอนดึก

เนื้อหาโดย: marketingtalk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 97 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งเบตง อำเภอเดียวในไทยที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตนเอง และอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ มากที่สุดเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569ควายนำโชค สูตรใหม่มาแล้ว! เปิดโพยเลขเด็ด 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็ม 4 ชุด 2 ตัวเน้น ๆหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันอินฟลูหนุ่มที่ดังจากการซื้อลัมโบร์กินีด้วยเงินสด ขับรถเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตปฏิทินจีนมาแล้ว! เปิดเลขเด็ด 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มเลขสามตัว-สองตัว ส่องสถิติย้อนหลัง 2 งวดมหาวิทยาลัยไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุดส่องยอดเงินบริจาค “เบลล่า ราณี” ควักกระเป๋าช่วย “มูลนิธิองค์กรทำดี”มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวแฟน ๆ แห่ร้องว้าว! "อั้ม พัชราภา" ลองของใหม่ที่จีน! เปิดโหมดช่างภาพแดนมังกร 5 นาทีได้เรื่อง !!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ขุนเดชเปิดโพยเลขเด็ด 1 พฤศจิกายน 2569 เผยเลขสองตัวล่าง 13 ชุด เน้น ๆ คอหวยจับตา!เบตง อำเภอเดียวในไทยที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตนเอง และอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ มากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้จัก Microduck หุ่นยนต์เป็ด AI ตัวจิ๋ว ตัวละ 13,400 บาท ซื้อมาฝึก ให้ช่วยหยิบของได้ฮาโลวีนคืออะไร ? เปิดตำนานพิธีกรรมโบราณกว่าพันปี สู่เทศกาลผีระดับโลกที่สร้างสีสันการท่องเที่ยวเบตง อำเภอเดียวในไทยที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตนเอง และอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ มากที่สุดมหาวิทยาลัยไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่