6-6-6 Walking Challenge เดินเปลี่ยนชีวิต ฟิตแอนด์เฟิร์มได้ง่าย ๆ มือใหม่หัดออกกำลังกาย คนที่มีเวลาน้อยก็ทำได้แบบไม่กดดัน
โพสท์โดย sompeansomped
6-6-6 Walking Challenge คือ เดินให้ครบ 60 นาทีในเวลา 6 โมงเช้า หรือ 6 โมงเย็น โดยแบ่งเป็น
- การวอร์มอัพ 6 นาที
- เดินเร็วตามเป้าหมาย 48 นาที
- คูลดาวน์ 6 นาที
การเดินแบบนี้จะช่วยให้ได้ออกกำลังกายครบตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่แนะนำให้ออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์
ประโยชน์ที่จะได้รับจาก 6-6-6 Walking Challenge
- ช่วยเผาผลาญไขมัน
- การนอนหลับที่ดีขึ้น สมองปลอดโปร่ง ความจำดี
- ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง
- ช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้า
6-6-6 Walking Challenge เดินแล้วได้อะไร?
- นาทีที่1 เลือดเริ่มสูบฉีดดีขึ้นทันที ร่างกายตื่นตัว เมื่อเริ่มก้าวเดินในนาทีแรก กล้ามเนื้อทั่วร่างกายจะเริ่มทำงานทันที โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา สะโพก และแกนกลางลำตัว ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้เลือดถูกสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น หลอดเลือดจะขยายตัว ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารถูกลำเลียงไปยังเซลล์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสมองและกล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน
- นาทีที่5 อารมณ์ดีขึ้นจนรู้สึกได้ สมองเริ่มหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขตามธรรมชาติ ร่วมกับการเพิ่มขึ้นของสารเซโรโทนิน ส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ความตึงเครียดในกล้ามเนื้อเริ่มผ่อนคลาย การหายใจที่สม่ำเสมอขณะเดินยังช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิมากขึ้น การได้เปลี่ยนบรรยากาศ โดยเฉพาะการเดินในที่โล่ง ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานเพิ่มขึ้น
- นาทีที่10 ระดับคอร์ติซอล ฮอร์โมนแห่งความเครียดลดลง ระดับคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเริ่มลดลง การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย ความดันโลหิตเริ่มปรับสู่ระดับที่เหมาะสม การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับความเครียด อย่างเช่น โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง
- นาทีที่15 น้ำตาลในเลือดเริ่มลดลง ร่างกายเริ่มใช้น้ำตาลในเลือดเป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อที่ทำงานจะดึงกลูโคสจากกระแสเลือดไปใช้มากขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ทำให้เซลล์สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
- นาทีที่30 ร่างกายเริ่มเข้าสู่โหมดเผาผลาญไขมัน เมื่อแหล่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตถูกใช้ไปในระดับหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงาน ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยปรับสมดุลของเมตาบอลิซึมในร่างกาย เพิ่มการเผาผลาญพลังงานแม้ในยามพัก ช่วยลดไขมันในช่องท้อง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและเบาหวาน
- นาทีที่45 สมองเข้าสู่ภาวะมีสมาธิ สมองเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า Walking Meditation โดยธรรมชาติ จังหวะการเดินที่สม่ำเสมอช่วยให้จิตใจจดจ่อกับปัจจุบันขณะ ลดความคิดฟุ้งซ่าน วิตกกังวล และความเครียดสะสม การหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนคลายเพิ่มขึ้น ทำให้มีสมาธิดีขึ้น มองเห็นทางออกของปัญหาชัดเจนขึ้น และช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้น
- นาทีที่60 สมองหลั่งโดพามีน ทำให้รู้สึกความสุข เป็นจุดที่ร่างกายหลั่งโดพามีนในปริมาณที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน โดพามีนเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับระบบรางวัลในสมอง ทำให้รู้สึกมีความสุข กระตือรือร้น และมีแรงจูงใจ ช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบประสาท เพิ่มความจำ และความสามารถในการเรียนรู้ การเดินต่อเนื่องถึง 1 ชั่วโมงช่วยสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและกระดูก เพิ่มความทนทานของร่างกาย และช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของ
พบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจน
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุด
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่น
4 สำนักดังงวด 16 ก.พ. 69 ชนเลขสนั่น! ไทยรัฐ–เดลินิวส์–บางกอกทูเดย์ รวมแล้ว 0-2-3-5-6-7-9 เด่นจัด
ประเทศที่นิยมเรียนในไทย มีนักศึกษาเข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยมากที่สุด
โรงเรียนให้เนื้อหมูและแกะ เป็นรางวัลแก่นักเรียนที่เรียนดี
เผยความลับ "ทองคำ" ในขยะอิเล็กทรอนิกส์
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาล
ประเทศที่คนจบปริญญามากที่สุด 10 อันดับแรกของโลกHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ตัวเล็กจิ๋วผู้มีพลังมากมหาศาล








