หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 เรื่องที่เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับร่างกาย

เขียนโดย ลูกสาวอบต

 

ร่างกายมนุษย์เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดในโลก แต่ก็เพราะความมหัศจรรย์นี่แหละที่ทำให้เกิด "เรื่องเล่าต่อกันมา" จนเราเผลอเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่

นี่คือ 10 เรื่องที่เรามักเข้าใจผิดเกี่ยวกับร่างกาย พร้อมเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่จริง...

1. เราใช้สมองแค่ 10% เรามีความเชื่อว่าถ้าเราปลดล็อกสมองส่วนที่เหลือได้ เราจะมีพลังพิเศษหรือฉลาดขึ้นมหาศาล

ความจริงแล้วเราใช้สมอง เกือบทุกส่วนตลอดเวลา แม้แต่ตอนหลับ ผลสแกนสมอง (MRI) ยืนยันว่าไม่มีส่วนไหนของสมองที่ "ปิดสนิท" โดยไม่มีหน้าที่

2. เลือดที่ยังไม่ออกซิเจนจะเป็นสีน้ำเงิน ไปกันไหญ่เชื่อกันว่าลือดในเส้นเลือดดำเป็นสีน้ำเงิน เพราะยังไม่ได้รับออกซิเจนจากปอด

ความจริงแล้วเลือดมนุษย์ เป็นสีแดงเสมอ (แดงสดเมื่อมีออกซิเจน และแดงเข้มเมื่อไม่มี) ที่เราเห็นเส้นเลือดเป็นสีน้ำเงินเพราะการหักเหของแสงผ่านชั้นผิวหนังและไขมัน

3. ลิ้นแบ่งโซนรับรส ตอนนี้ก็ยังเชื่อ ว่าปลายลิ้นรับรสหวาน โคนลิ้นรับรสขม ด้านข้างรับรสเปรี้ยว/เค็ม โน่นนี่นั่น

ความจริงแล้วตุ่มรับรสทั่งลิ้นสามารถ รับได้ทุกรสชาติ (หวาน, เปรี้ยว, เค็ม, ขม, อูมามิ) กระจายตัวอยู่ทั่วกัน แผนที่ลิ้นที่เราเคยเรียนตอนเด็กๆ นั้นล้าสมัยไปแล้ว

 

4. การหักนิ้วทำให้เป็นโรคข้ออักเสบ มีความเชื่อว่าเสียง "ก๊อก" คือกระดูกขัดกันและจะทำให้ข้อเสื่อม

ความจริงแล้วเสียงนั้นเกิดจาก ฟองก๊าซในน้ำหล่อลื่นข้อต่อแตกตัว งานวิจัย (รวมถึงหมอที่ลองหักนิ้วข้างเดียวมาตลอด 50 ปี) ยืนยันว่ามันไม่ได้ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ แต่อาจทำให้มือบวมหรือแรงกำลดลงได้ในระยะยาว การหักนิ้วบ่อย ๆ ไม่ได้ส่งผลเสียหรืออันตรายโดยตรงกับข้อนิ้ว แต่อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการข้อเสื่อมได้

ในคนที่เป็นโรคข้อเสื่อมอยู่แล้วการหักนิ้วจะทำให้ตัวข้อเสื่อมมากขึ้นหรือบางคนหักนิ้วแรงเกินไปอาจทำให้ข้อนิ้วอักเสบได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความหลวมของข้อทำให้เกิดอาการข้อหลวม เพราะว่าการหักนิ้วแต่ละครั้ง มีการถูกยืดปลอกหุ้มข้อและเส้นเอ็นรอบข้อถูกยืดออก ส่งผลให้ข้อหลวม ความมั่นคงของข้อลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดข้ออักเสบหรือข้อนิ้วโปนใหญ่ได้

5. ผมและเล็บยังงอกต่อหลังตาย ศพที่ขุดขึ้นมาดูเหมือนมีเล็บและผมยาวขึ้น เป็นความเชื่อที่ไม่จริงว่าผมและเล็บยังงอกต่อหลังเสียชีวิต แต่เป็น "ภาพลวงตา" ที่เกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ ทำให้ผิวหนังรอบๆ หดตัวลงและร่นลงมา เมื่อเนื้อเยื่อแห้งและหดตัว จึงทำให้เห็นเส้นผมและเล็บที่เคยซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังดูยาวขึ้นกว่าเดิม

ความจริงคือ ร่างกายหยุดผลิตเซลล์ใหม่ทันทีที่ตาย แต่ที่ดูยาวขึ้นเพราะ ผิวหนังแห้งและหดตัวลง ทำให้โคนเล็บและเส้นผมที่อยู่ใต้ผิวหนังโผล่พ้นออกมา การงอกของผมและเล็บต้องใช้พลังงานและกลูโคส รวมถึงการผลิตเซลล์ใหม่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ยุติลงทันทีเมื่อหัวใจหยุดเต้นและเซลล์ขาดเลือดไปเลี้ยง

 

6. การออกไปข้างนอกตอนผมเปียกทำให้เป็นหวัด มันก็สมเหตุสมผล เมื่อผมของเราเปียก ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกหนาว เมื่อรวมกับการอยู่ข้างนอกในอุณหภูมิที่เย็น ก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกหนาวมากขึ้น เลยเชื่อว่าถ้าหัวเปียกหรืออากาศเย็นจะทำให้ไม่สบาย

ความจริง..หวัดเกิดจาก เชื้อไวรัส ไม่ใช่ความเย็น เพียงแต่ในอากาศเย็น คนมักอยู่รวมกันในอาคารที่อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้ไวรัสแพร่กระจายง่ายขึ้น หรืออุณหภูมิที่ลดลงอาจทำให้ภูมิคุ้มกันในจมูกทำงานช้าลงเล็กน้อย

 

7. ปัสสาวะแก้พิษแมงกะพรุนได้ ทุกคนชอบวิธีรักษาแบบธรรมชาติที่ง่ายและรวดเร็ว แต่การปัสสาวะ รดแผลที่ถูกแมงกะพรุน ต่อยนั้นไม่ใช่สิ่งที่คุณควรทำอย่างเด็ดขาด

ความจริงคือปัสสาวะอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะสารเคมีในปัสสาวะไปกระตุ้นให้เข็มพิษของแมงกะพรุนปล่อยพิษออกมามากขึ้น วิธีที่ถูกต้องคือการใช้ น้ำส้มสายชู หรือน้ำทะเลล้าง

8. เรามีประสาทสัมผัสแค่ 5 อย่าง เชื่อว่าตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส คือทั้งหมดที่มี มนุษย์เองก็มีประสาทสัมผัสหลายอย่าง การเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การได้กลิ่น การถูกต้องสัมผัส เป็นประสาทสัมผัส 5 ทางที่รู้จักกันมาตั้งแต่โบราณ แต่ความสามารถเพื่อตรวจจับตัวกระตุ้นประเภทอื่น ๆ มีมากมาย

ความจริงคือ มนุษย์มีประสาทสัมผัส มากกว่า 20 อย่าง เช่น การทรงตัว (Equilibrioception), การรับรู้อุณหภูมิ (Thermoception), การรับรู้ตำแหน่งของอวัยวะ (Proprioception - ลองหลับตาแล้วแตะจมูกดู คุณทำได้เพราะประสาทนี้) และความเจ็บปวด

 

9. การกินน้ำตาลทำให้เด็ก "ดีด" (Hyperactive) เชื่อว่าพอกินขนมหวานแล้วเด็กจะคึกคะนองผิดปกติ

มีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าน้ำตาล ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก ส่วนใหญ่เป็น "อุปาทาน" ของผู้ปกครอง หรือเป็นเพราะบรรยากาศในงานเลี้ยงที่ทำให้เด็กตื่นเต้นไปเอง

 

10. ต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว (แก้วละ 8 ออนซ์) กฎ 8x8 คือมาตรฐานสุขภาพ นี่เป็นการตีความที่ผิดพลาด แนวทางเดิมในปี 1945 แนะนำว่าให้ดื่มน้ำประมาณ 2.5 ลิตรต่อวัน

ความจริงแล้วปริมาณน้ำที่ต้องการ ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก กิจกรรม และสภาพอากาศ ของแต่ละคน ที่สำคัญเราได้รับน้ำจาก "อาหาร" (ผัก ผลไม้) และเครื่องดื่มอื่นๆ ด้วย ร่างกายมีกลไกที่แม่นยำมากในการบอกว่าควรดื่มน้ำตอนไหน นั่นคือ "ความกระหาย" มากกว่า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 381 ครั้ง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊, ลูกสาวอบต
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นิโคตินฝึกสมองให้เรียกหาซ้ำจนความอยากกลายเป็นวงจรติดจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยชาวเน็ตจับโป๊ะ! คลิปไวรัลดัง เรื่องจริงหรือ "ละครคุณธรรม"?จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาทำไมหมีกล้าบุกรังผึ้ง ทั้งที่โดนผึ้งต่อยได้เหมือนกัน?รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569เปิดสถิติหวย 16 ส.ค. ย้อนหลัง 20 ปีอาหารหมักของไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร และจุลินทรีย์มีบทบาทอะไร“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69ส่องบัญชีทรัพย์สิน นายก อบจ. นนทบุรี หลังถูกบุกยิงไม่ต้องผ่านคลองสุเอซ? จีนดัน "Ice Silk Road" ทางลัดการค้าโลกที่อาจเปลี่ยนเกมขนส่งทั้งโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยไม่ต้องผ่านคลองสุเอซ? จีนดัน "Ice Silk Road" ทางลัดการค้าโลกที่อาจเปลี่ยนเกมขนส่งทั้งโลกชาวเน็ตจับโป๊ะ! คลิปไวรัลดัง เรื่องจริงหรือ "ละครคุณธรรม"?อาหารหมักของไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร และจุลินทรีย์มีบทบาทอะไรเปิดสถิติหวย 16 ส.ค. ย้อนหลัง 20 ปีแกะเหตุผลพริกแกงไทยใช้พริกเม็ดใหญ่แต่งสี แล้วค่อยเติมจินดาเพิ่มความเผ็ด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วงหมอลำหนึ่งวงต้องใช้คนทำงานกี่อาชีพ กว่าจะออกมาเป็นการแสดงหนึ่งคืนเบื้องหลังอาชีพคนขับรถไฟ คนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบอะไรตลอดหนึ่งเที่ยวเดินทางก่อนมีบรรจุภัณฑ์พลาสติก คนไทยใช้วัสดุอะไรห่ออาหารและสินค้าโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยยุคแรกเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่