ศพในโกศ สุกำศพ สามัญชนลงโกศตามแบบโบราณ

สุกำศพ สามัญชนลงโกศตามแบบโบราณ
“เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากลูกหลานผู้วายชนม์ว่า
มารดาของท่านได้รับการสุกำศพลงโกศ ตอนที่มารดา
ของท่านถึงแก่กรรม
ในอดีตผู้วายชนม์ถ้าได้รับการพระราชทานโกศ
เจ้าพนักงานกองพระราชพิธีฝ่ายสนม จะสอบถาม
ความสมัครใจของญาติว่า จะลงโกศ หรือ ลงโลง
เพราะในอดีตจะลงโกศได้ แต่ในปัจจุบันจะลงโลง
มากกว่าโกศที่ได้รับพระราชทานตั้งเป็นเกียรติยศ
คุณอ๊อด ปัทม บุตรผู้วายชนม์ท่านได้เผยแพร่
เพื่อเป็นวิทยาทาน เพราะท่านได้เห็นการสุกำศพมารดา
ลงโกศ ความว่า
"…เป็นงานศพมารดา ในปี 2536 หลังจากรับพระราชทาน
น้ำหลวงอาบศพแล้ว เจ้าหน้าที่จะกั้นฉาก ปี่ กลองชนะประโคม เสียงนี่สุดๆ เลย น้ำตาร่วงก็ตอนนี้
เจ้าหน้าที่จะทำสุกำ คือการมัดศพให้อยู่ในท่านั่งชันเข่า
แล้วพนมมือ ในมือมีกรวยดอกบัว ธูปและเทียน
และมัดให้อยู่ในท่านั่งชันเข่าพนมมือ แล้วห่อด้วยผ้าดิบ
และผ้าพลาสติกสีขาว แล้วรวบตรงบนบริเวณศีรษะ
โดยให้เชือกที่มัดจากมือศพโผล่ออกมา แล้วนำร่าง
ลงในโกศ ซึ่งลงได้พอดี
การจับมัดให้นั่งชันเข่าพนมมือ ไม่ได้เป็นการหักแขนขา
ตามที่มีผู้ที่เข้าใจกัน ผมโชคดีตรงที่ได้เห็นขั้นตอน
ในการทำสุกำ...ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำด้วยความเคารพ
ต่อร่างผู้วายชนม์เป็นอย่างมาก คราวงานคุณแม่
ใช้เวลาไม่นานราวๆ ประมาณ 20 นาที…"
อีกองค์ความรู้คือ ขออนุญาตบอกเล่าเรื่องการทำสุกำศพ
ที่เคยเห็น คือ การใช้ด้ายดิบขนาดใหญ่ประมาณ
นิ้วนางหรือนิ้วก้อย เรียกว่าด้ายสุกํา ซึ่งด้ายสุกำ
นี้ทำจากฝ้าย นำมาทำสุกำศพ คือ มัดตราสังศพ
ให้อยู่ในท่านั่งที่จะนำลงโกศได้ โดยการจับศพให้นั่งขาพับ
งอขึ้นมาแล้วทำการมัดตั้งแต่บริเวณสะโพกและข้อเท้า
ขึ้นไปถึงคอ
แล้วสอดไม้ที่เรียกว่า "กาจับหลัก" เข้าไปตรงหว่างขา
ให้ขึ้นไปรองรับบริเวณคางของศพ จากนั้นจับแขนอ้อมไม้
ขึ้นมาให้ศพอยู่ในท่าพนมมือ มัดด้ายสุกำตรึงไว้
จากนั้นยกศพลงมาตั้งบนผ้าขาวที่ปูรองไว้ แล้วรวบชายผ้า
ขาวขึ้นมัดขมวดปมไว้เหนือศีรษะของศพแล้วมัดปม
ด้วยสายสิญจน์ เสร็จแล้วจึงยกศพลงโกศ
แต่ก็มีผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในกรณีเส้นเอ็นยึดหรือศพแข็ง
ว่า ใช้วิธีการดัด เช่นแขนก็โยกไปมาเล็กน้อยใช้แรงตัว
ของเจ้าหน้าที่โน้มดัดลงไปได้ในกรณีที่เส้นยึดไม่มาก
แต่ถ้ามากและศพยังไม่คลายตัวก็ใช้วิธีกรีดตรงข้อพับ
เล็กน้อย
และยังมีเสริมอีกว่าในกรณีคนร่างใหญ่ต้องกลับหัวลง
มีจริง เคยถามคุณน้าที่เป็นเจ้าพนักงานอยู่โรงโกศ
นับเป็นองค์ความรู้ที่หายากแล้วในปัจจุบัน”
เครดิตคุณอ๊อด ปัทม
___________
Credit
Tiktok : Anuchit Tan Sinsombu
@tb5220
อ้างอิงจาก:เครดิตคุณอ๊อด ปัทม Anuchit Tan Sinsombu
เด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กกำลังหายไปจริงหรือไม่ เมื่อจำนวนเด็กเปลี่ยนแปลง
พญานาคบวชเป็นพระไม่ได้ เพราะอะไร? พระวินัยเล่าเหตุไว้แบบนี้
เลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69
เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
จากพาหุรัด-สำเพ็งถึงสุขุมวิท : ทำไม30ปีที่แล้วช่างตัดสูทส่วนมากเป็นช่างเชื้อสายอินเดียและจีน
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
ซื้อของออนไลน์แล้วเปลี่ยนใจ คืนสินค้าได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนแกะกล่อง
จากดินแดนหิมะขาวโพลนสู่วันที่ฝนตกมากขึ้น เมื่ออาร์กติกกำลังเปลี่ยนแปลงในโลกที่ร้อนขึ้น
กะพริบตาทั้งวันได้กี่ครั้ง? คิดจากเวลาตื่น ไม่ใช่ 24 ชั่วโมง
ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้
นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน ภัยเงียบที่บั่นทอนภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง
"นาคี 3" เลื่อนฉายกะทันหัน! ปมฉาก CG หน้าอกนักแสดง ต้นสังกัดจี้แก้เพราะทำให้อับอาย
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีรายได้รวมสูงที่สุด ใครครองแชมป์ระดับหมื่นล้าน?
ซื้อของออนไลน์แล้วเปลี่ยนใจ คืนสินค้าได้ไหม? เช็กเงื่อนไขก่อนแกะกล่อง
พญานาคบวชเป็นพระไม่ได้ เพราะอะไร? พระวินัยเล่าเหตุไว้แบบนี้
เด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กกำลังหายไปจริงหรือไม่ เมื่อจำนวนเด็กเปลี่ยนแปลง
สิงคโปร์เผชิญหมอกควันปกคลุมเมือง ท้องฟ้าขมุกขมัว ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
พญานาคบวชเป็นพระไม่ได้ เพราะอะไร? พระวินัยเล่าเหตุไว้แบบนี้
เด็กเกิดน้อยลง โรงเรียนขนาดเล็กกำลังหายไปจริงหรือไม่ เมื่อจำนวนเด็กเปลี่ยนแปลง
จากดินแดนหิมะขาวโพลนสู่วันที่ฝนตกมากขึ้น เมื่ออาร์กติกกำลังเปลี่ยนแปลงในโลกที่ร้อนขึ้น
นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงติดต่อกันหลายวัน ภัยเงียบที่บั่นทอนภูมิคุ้มกันและเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง