หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Deep listening การฟังอย่างลึกซึ้ง ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี เพื่อเข้าใจผู้ร่วมสนทนามากขึ้น

เขียนโดย sompeansomped

 

Deep Listening คือ การฟังที่ใส่ใจฟังผู้พูดอย่างแท้จริง เป็นการฟังที่ผู้ฟังต้องตั้งใจฟัง ใส่ใจฟัง และ เข้าใจในเรื่องที่ฟัง เป็นการฟังโดยปราศจากการตัดสิน ให้มองจากมุมมองหรือประสบการณ์ของผู้พูด ฟังด้วยใจที่เป็นกลาง ฟังอย่างลึกซึ้งจนเข้าใจถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการของผู้พูด ฟังให้ลึกกว่าแค่คำพูด ได้ยินแม้ในสิ่งที่ผู้พูดไม่ได้พูด หมายถึง การรับฟังความหมาย ความต้องการ และ ความรู้สึกของผู้พูดที่ไม่ได้พูดออกมา เช่น ความรู้สึก อารมณ์ ความต้องการ คุณค่า ความเชื่อ ผู้ฟังสามารถจับประเด็นสำคัญ และทบทวนเรื่องราวที่ฟังได้

 

 

การเป็นนักฟังที่ดีควรทำอย่างไร

 

1.ฟังด้วยความสนใจใคร่รู้  เพื่อทำความเข้าใจผู้พูดมากขึ้น เปิดกว้างไม่ตัดสิน ไร้อคติ เข้าใจเรื่องราวตามความเป็นจริง เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน มีความเชื่อ ทัศนคติ ให้คุณค่าในสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน การฟังด้วยความสนใจใคร่รู้จึงจะรับรู้ตามความเป็นจริงได้

 

2.ฟังด้วยสติ อยู่กับผู้พูดตลอดเวลา ทั้งกาย ใจ สมอง ไม่เผลอคิดเรื่องอื่น ไม่คิดแทนว่า ‘เขาควร...’ หรือ ตัดสินการกระทำของผู้พูดว่าควรทำอย่างไร  การมีสติจะช่วยให้เรารู้เท่าทันตนเองว่าเผลอคิด เผลอตัดสิน หรือ มีอารมณ์ ความรู้สึกอย่างไรขณะที่ฟัง เช่น อึดอัด เศร้า ไม่เห็นด้วย แล้วสามารถดึงตนเองกลับมาให้เป็นกลางในการรับฟัง และอยู่กับผู้พูดอย่างแท้จริง

 

 

3.ฟังด้วยตา ระหว่างฟังสบตาผู้พูดเป็นระยะ แต่ไม่ใช่จ้องหน้าจ้องตาเขม็ง อาจยิ่งทำให้ผู้พูดรู้สึกเกร็ง และ ไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจ เพียงแค่คอยสังเกตภาษากายของผู้พูด เช่น สีหน้า แววตา ท่าทาง ตอนเริ่มสนทนาเป็นอย่างไร ระหว่างที่สนทนามีภาษากายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ควรหยุดทำกิจกรรมอื่นขณะฟัง เช่น เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือ สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากเกินไป ผู้ฟังที่ดีควรต้องโฟกัสผู้พูดเสมอ

 

4.ฟังด้วยหู ฟังและสังเกตน้ำเสียงของผู้พูดว่ามีจังหวะการพูดอย่างไร เช่น ช่วงแรกพูดเร็ว น้ำเสียงบ่งบอกถึงความกังวลใจ เมื่อคุยไปสักพักจังหวะการพูดช้าลง น้ำเสียงมั่นใจมากขึ้น เป็นต้น

 

 

5.ฟังด้วยใจ เปิดใจในการรับฟัง ด้วยประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกาย ทั้งหู ตา จมูก ปาก เพราะผู้พูดสามารถรับรู้ได้ถึงความใส่ใจของเรา ใช้ใจรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของผู้พูด

 

6.ฟังด้วยภาษากาย ระหว่างที่ฟังพยักหน้าเป็นระยะ แสดงให้ผู้พูดรู้ว่ากำลังสนใจฟัง ผู้พูดจะเปิดใจที่จะพูดมากขึ้น

 

 

7.ไม่พูดแทรก แม้ว่าในบทสนทนานั้นอยากแสดงความคิดเห็นออกไปในทันที แต่ควรรอให้ผู้พูดเล่าเรื่องให้จบก่อน แล้วค่อยขอพูดแทรก ถือเป็นการให้เกียรติผู้พูด

 

8.ฟังอย่างจับประเด็นพร้อมกับคิดภาพตาม ฟังว่าผู้พูดต้องการจะสื่ออะไร เล่าถึงประเด็นใด อยากให้เราในฐานะผู้ฟังเข้าใจเขาอย่างไร พยายามนึกภาพตามให้ออก อย่าเพิ่งคิดถึงหนทางแก้ปัญหา แต่ให้โฟกัสเรื่องเล่าตรงหน้า เพราะผู้พูดบางคนอาจแค่ต้องการระบายความในใจ ต้องการแค่ใครสักคนมารับฟัง แต่ไม่ได้ต้องการคนมาแก้ปัญหา หรือ ต้องการความช่วยเหลือใด

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,305 ครั้ง
เขียนโดย sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซนอีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขนชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคนชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุดหอยทากกินได้จริงเหรอ!? เมนูหรูจากฝรั่งเศสที่ไม่ได้ใช้หอยอะไรก็ได้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
หลบเลี่ยงสภาวะอันนั้นก็อยาก อันนู้นก็อยากMercedes-Benz ถึง Toyota รอยทางแบรนด์รถเก่าในไทยเที่ยวญี่ปุ่นเมษายนถึงพฤษภาคม เช็กอุณหภูมิยังไงไม่พลาดเสื้อกันลมตัวเลขมหัศจรรย์! แค่เอาอายุตัวเองไปคูณ..ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาหลายคนทึ่ง
ตั้งกระทู้ใหม่