Deep listening การฟังอย่างลึกซึ้ง ฝึกเป็นผู้ฟังที่ดี เพื่อเข้าใจผู้ร่วมสนทนามากขึ้น
เขียนโดย sompeansomped
Deep Listening คือ การฟังที่ใส่ใจฟังผู้พูดอย่างแท้จริง เป็นการฟังที่ผู้ฟังต้องตั้งใจฟัง ใส่ใจฟัง และ เข้าใจในเรื่องที่ฟัง เป็นการฟังโดยปราศจากการตัดสิน ให้มองจากมุมมองหรือประสบการณ์ของผู้พูด ฟังด้วยใจที่เป็นกลาง ฟังอย่างลึกซึ้งจนเข้าใจถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการของผู้พูด ฟังให้ลึกกว่าแค่คำพูด ได้ยินแม้ในสิ่งที่ผู้พูดไม่ได้พูด หมายถึง การรับฟังความหมาย ความต้องการ และ ความรู้สึกของผู้พูดที่ไม่ได้พูดออกมา เช่น ความรู้สึก อารมณ์ ความต้องการ คุณค่า ความเชื่อ ผู้ฟังสามารถจับประเด็นสำคัญ และทบทวนเรื่องราวที่ฟังได้
การเป็นนักฟังที่ดีควรทำอย่างไร
1.ฟังด้วยความสนใจใคร่รู้ เพื่อทำความเข้าใจผู้พูดมากขึ้น เปิดกว้างไม่ตัดสิน ไร้อคติ เข้าใจเรื่องราวตามความเป็นจริง เพราะแต่ละคนมีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตแตกต่างกัน มีความเชื่อ ทัศนคติ ให้คุณค่าในสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน การฟังด้วยความสนใจใคร่รู้จึงจะรับรู้ตามความเป็นจริงได้
2.ฟังด้วยสติ อยู่กับผู้พูดตลอดเวลา ทั้งกาย ใจ สมอง ไม่เผลอคิดเรื่องอื่น ไม่คิดแทนว่า ‘เขาควร...’ หรือ ตัดสินการกระทำของผู้พูดว่าควรทำอย่างไร การมีสติจะช่วยให้เรารู้เท่าทันตนเองว่าเผลอคิด เผลอตัดสิน หรือ มีอารมณ์ ความรู้สึกอย่างไรขณะที่ฟัง เช่น อึดอัด เศร้า ไม่เห็นด้วย แล้วสามารถดึงตนเองกลับมาให้เป็นกลางในการรับฟัง และอยู่กับผู้พูดอย่างแท้จริง
3.ฟังด้วยตา ระหว่างฟังสบตาผู้พูดเป็นระยะ แต่ไม่ใช่จ้องหน้าจ้องตาเขม็ง อาจยิ่งทำให้ผู้พูดรู้สึกเกร็ง และ ไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจ เพียงแค่คอยสังเกตภาษากายของผู้พูด เช่น สีหน้า แววตา ท่าทาง ตอนเริ่มสนทนาเป็นอย่างไร ระหว่างที่สนทนามีภาษากายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ควรหยุดทำกิจกรรมอื่นขณะฟัง เช่น เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือ สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากเกินไป ผู้ฟังที่ดีควรต้องโฟกัสผู้พูดเสมอ
4.ฟังด้วยหู ฟังและสังเกตน้ำเสียงของผู้พูดว่ามีจังหวะการพูดอย่างไร เช่น ช่วงแรกพูดเร็ว น้ำเสียงบ่งบอกถึงความกังวลใจ เมื่อคุยไปสักพักจังหวะการพูดช้าลง น้ำเสียงมั่นใจมากขึ้น เป็นต้น
5.ฟังด้วยใจ เปิดใจในการรับฟัง ด้วยประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกาย ทั้งหู ตา จมูก ปาก เพราะผู้พูดสามารถรับรู้ได้ถึงความใส่ใจของเรา ใช้ใจรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของผู้พูด
6.ฟังด้วยภาษากาย ระหว่างที่ฟังพยักหน้าเป็นระยะ แสดงให้ผู้พูดรู้ว่ากำลังสนใจฟัง ผู้พูดจะเปิดใจที่จะพูดมากขึ้น
7.ไม่พูดแทรก แม้ว่าในบทสนทนานั้นอยากแสดงความคิดเห็นออกไปในทันที แต่ควรรอให้ผู้พูดเล่าเรื่องให้จบก่อน แล้วค่อยขอพูดแทรก ถือเป็นการให้เกียรติผู้พูด
8.ฟังอย่างจับประเด็นพร้อมกับคิดภาพตาม ฟังว่าผู้พูดต้องการจะสื่ออะไร เล่าถึงประเด็นใด อยากให้เราในฐานะผู้ฟังเข้าใจเขาอย่างไร พยายามนึกภาพตามให้ออก อย่าเพิ่งคิดถึงหนทางแก้ปัญหา แต่ให้โฟกัสเรื่องเล่าตรงหน้า เพราะผู้พูดบางคนอาจแค่ต้องการระบายความในใจ ต้องการแค่ใครสักคนมารับฟัง แต่ไม่ได้ต้องการคนมาแก้ปัญหา หรือ ต้องการความช่วยเหลือใด
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
5ข้อที่แมวชอบนอนเพราะอะไร
แคมเปญสุดแปลก! ป้ายนักแสดง Netflix พรึ่บโค้งฟาร์มโชคชัย ชาวบ้านโอดหลอนช่วงกลางคืน
ชีวิตคนไม่มีแอร์ในหน้าร้อน…อยู่ยังไงให้รอด?”
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
เขมรเอาจริง! ผลักดันเมนู “หอยตากแดด” ขึ้นแท่นอาหารประจำชาติ ดันโรงแรม-ออฟฟิศชั้นนำต้องมีในเมนู
ศึกสายเลือดผู้นำ! ฮันเตอร์ ไบเดน ท้าดวลกำปั้นลูกชายทรัมป์ บนสังเวียนมวยกรง
ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
เผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ค่าไฟเดือนละ 2,000 ติด "โซล่าร์เซลล์" คุ้มไหม? สรุปให้ชัดๆ ต้องกี่ปีคืนทุน หรือแค่ติดคูลๆ ตามกระแส?




