ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น อาการซึมเศร้าที่ไม่แสดงออก แต่ส่งผลเสียอย่างมาก
ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น (Masked Depression) คือ ภาวะซึมเศร้ารูปแบบพิเศษชนิดหนึ่งที่ไม่แสดงออกทางจิตใจ หรือ ทางอารมณ์ แต่แสดงออกจากอาการเจ็บป่วยทางกายให้เห็นบ่อย ๆ เช่น ปวดหัว ปวดหลัง ปวดท้อง เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด คลื่นไส้ ปั่นป่วนในท้อง จะเริ่มทำให้รู้สึกกังวลจนคิดว่าป่วยเป็นโรคทางกายบางอย่าง แต่เมื่อไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการเจ็บป่วย กลับไม่พบความผิดปกติทางกายใด ๆ อย่างชัดเจน
อาการของภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น แตกต่างกันกับ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อย่างไร?
ผู้ป่วยซึมเศร้าจะแสดงออกอาการซึมเศร้าให้เห็นเด่นชัด เช่น อาการเหนื่อย ท้อแท้ หมดหวัง หมดกำลังใจ รู้สึกไร้ค่าไม่เป็นที่ต้องการ มีความความคิดอยากตาย
สำหรับผู้ป่วยซึมเศร้าซ่อนเร้นมักไม่พบอาการซึมเศร้าที่ชัดเจนเหล่านั้น ผู้ป่วยโรคนี้สามารถพูดจาทักทายกับคนรอบข้างได้ตามปกติ ยิ้มแย้มกับคนใกล้ชิดเหมือนไร้ซึ่งปัญหา ยังสามารถรับผิดชอบหน้าที่การงานได้ แต่เมื่อนานไปประสิทธิภาพในการทำงานจะเริ่มลดลง จนไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ตามศักยภาพ เนื่องจากความเครียดความกังวลมากเกินไป และ จะเริ่มส่งผลกับสุขภาพจิต ทำให้ความสามารถในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามา หรือ การรับมือความผิดหวังจากเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงในชีวิตจะทำได้ไม่ดี นำไปสู่การป่วยทางจิตใจมากขึ้นต่อไป อาจถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้ หากยังไม่สามารถปรับตัวได้อีกก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนถึงการฆ่าตัวตายก็เป็นได้
ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลกระทบหลายด้าน
1.เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีปัญหาเจ็บป่วยทางกาย ได้รับการตรวจรักษาแต่ไม่ตรงจุด จึงทำให้ได้รับการรักษามากเกินจำเป็น เสียเวลา เสียเงินทอง สภาพร่างกายและจิตใจที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะแย่ลงไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้สาเหตุ
2.ในบางรายอาจมีอาการทางพฤติกรรมอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น พฤติกรรมแบบ Perfectionist คือ ย้ำคิดย้ำทำหมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบ เพราะในระดับจิตใต้สำนึกของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นจะมีความรู้สึกไม่มั่นคง สงสัย ไม่มั่นใจในคุณค่าของตนเอง จึงพยายามทุ่มเท ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดี สมบูรณ์แบบที่สุดตามมาตรฐาน เพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น ถ้างานไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง จะรู้สึกผิดหวังรุนแรง โกรธเกรี้ยวรุนแรง หงุดหงิดง่ายอย่างไม่สมเหตุสมผล
วิธีรับมือ ดูแล ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น
1.ต้องเปิดใจยอมรับก่อนว่าตนเองเป็นโรคนี้ เพราะมีผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ยอมรับว่าตนเองมีภาวะเจ็บป่วยทางจิตใจ มักมองว่าตนเองเจ็บป่วยทางกายเท่านั้น เลือกที่จะเก็บกดปัญหาเอาไว้
2.ฝึกฝนตนเองให้มีสติ สังเกตความคิดและอารมณ์ ให้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตัวเอง เพื่อให้สามารถปรับอารมณ์กลับมาตามปกติได้ทัน
3.จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เช่น ออกกำลังกาย เล่นโยคะ ฟังเพลงที่ชอบ ดูซีรีส์ ปลูกต้นไม้ ออกไปเดินเล่นให้ร่างกายได้รับแสงแดด การฝึกหายใจเข้าออกช้า ๆ ยาว ๆ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เป็นต้น
4.มองโลกตามความเป็นจริง ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหาในชีวิต ยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น ให้อภัยตัวเองหากมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น ทุกอย่างมีทางแก้เสมอ
5.รักษาความสัมพันธ์ ใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนสนิทให้มากขึ้น พูดคุยระบายความรู้สึกกันและกัน หรือ ออกไปทำสิ่งใหม่ ๆ อย่างการเข้าร่วมกลุ่มกิจกรรม เพื่อพบปะผู้คนที่มีความสนใจคล้ายกัน
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
วิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”
แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
มารู้จัก "ฟิก" ผลไม้โบราณ ที่กลายมาเป็น "ผลไม้หรู"
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
ทำไม “จิ้งจก” ถึงอาจไม่ชอบ “เปลือกไข่” เคล็ดลับธรรมชาติที่หลายบ้านใช้ไล่
มหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุด
อาหารลูกที่ไม่น่าเบื่อ สำหรับเด็ก 6 เดือน+ วิธีรับมือในช่วงที่ลูกไม่ยอมกินข้าวหรือกินยาก
"ทับทิม" พันธนาการรักเจ้าแห่งยมโลก
รู้จัก 3 ชื่อนี้ให้ชัด‘ลูกไหน ลูกพลัม ลูกพรุน’ ที่แท้เกี่ยวข้องกันแบบนี้
คนใช้รถ EV ควรรู้ FVR60 เรดาร์ 4D อาจเปลี่ยนเกมรถช่วยขับ
ญี่ปุ่นเดินหน้าแผนลด VAT อาหารเหลือ 0% ชั่วคราว 2 ปี หวังช่วยค่าครองชีพประชาชน







