รีวิวหนังดัง TRON ARES
สงครามระหว่าง AI กับมนุษย์อุบัติขึ้นแล้ว เมื่อตัวละครจากเกม วิวัฒนาการด้วยโปรแกรมจำเพาะถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในทางการทหาร เป็นนักรบที่ฆ่าไม่ตาย เพราะมันจะฟื้นตัวกลับมาใหม่ ภายใต้การสร้างของ Dillinger Corporation กลับกลายเป็นว่ามันแหกคอก มันเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระ ไม่ทำตามคำสั่งของใคร
ผลงานการกำกับที่ถูกคาดหวังสูงมากจากภาคที่แล้ว ภาคนี้รับหน้าที่โดย Joachim Ronning ที่เคยฝากผลงานมาแล้วใน Pirates of the Caribbean Salazar's Revenge และ Maleficent Mistress of Evil
เรื่องย่อ
Dillinger Corporation บริษัทคู่แข่งของ ENCOM ภายใต้การบริหารของ Julian Dillinger ได้สร้าง Ares นักรบจากโลก THE GRID มาสู่โลกแห่งความเป็นจริง แต่ Ares สลายร่างไปเองภายใน 29 นาที
ฝั่ง ENCOM ที่บริหารโดยสาวเชื้อสายเกาหลี Eve Kim ได้ค้นพบ Permanent Code ที่ช่วยสิ่งที่สรรค์สร้างจากโลก AI อย่างผลส้มสามารถอยู่ได้นานถาวร ซึ่งเธอค้นเจอจาก Floppy disk โบราณของอดีตผู้ก่อตั้ง Kevin Flynn
ฝ่าย Julian Dillinger ไม่รอช้า ส่ง Ares กับ Athena เข้าจับตัว Kim ส่งเธอเข้าไปในโลก Digital แล้วสกัดเอารหัส Permanent Code ที่เธอเคยเห็นผ่านจิตใต้สำนึก วิธีการนี้จะทำให้ Kim ต้องตายจริงๆ ทำให้ Ares ฝ่าฝืนคำสั่งพาเธอหลบหนีไปยังโลกแห่งความจริง
Ares ได้เรียนรู้การมีสามัญสำนึกผิดชอบชั่วดี มีความรู้สึก แม้จะขัดกับคำสั่งจาก Dillinger โดยตรง และนั่นเป็นการเปิดสงครามโดยตรง เขาช่วย Eve และ Eve ก็ช่วยเขาเข้าถึง Permanent Code ใน Floppy disk โบราณของ Kevin Flynn
เมื่อ Athena ไล่ล่าหาตัว Eve ก็เปิดศึกในโลกแห่งความเป็นจริงเต็มรูปแบบ ส่วน Julian Dillinger ควบคุมด้วยรหัสสั่งการไม่ได้ เขาหนีความผิดเข้าไปในโลกของ The Grid แทน
นักแสดงนำ
- Jared Leto รับบทเป็น Ares
- Greta Lee รับบทเป็น Eve Kim
- Evan Peters รับบทเป็น Julian Dillinger
- Jodie Turner-Smith รับบทเป็น Athena
- Gillian Anderson รับบทเป็น Elisabeth Dillinger
- Jeff Bridges รับบทเป็น Kevin Flynn
- Hasan Minhaj รับบทเป็น Ajay Singh
- Arturo Castro รับบทเป็น Seth Flores
ความชื่นชอบและประทับใจของครีเอเตอร์
1.การเปิดเรื่องมายังไม่สามารถช่วยให้รู้สึกอยากติดตามเท่าไหร่ มันเป็นหนังที่รู้สึกธรรมดาเหมือนหนัง Sci-fi ทั่วไป ผู้กำกับ Joachim Ronning ยังไม่สามารถหนีพ้นถึงการนำเสนอที่ตัวเองเคยเป็น หนังไม่สนุกหรือน่าสนใจมากพอ ขณะที่ในตัวอย่างภาพยนตร์กลับสร้างสีสันและความคาดหวังให้คนดูไว้สูงมาก
2.รายละเอียดเล็กๆอย่างโลก The Grid ก็ไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกว้าวได้ มันเป็นฉากที่ดูแล้วรู้สึกเฉยๆ อีกทั้งสีแดงตัดกับดำ มันทำให้สบายตากว่านี้ได้ ถ้ารู้จักลำดับแสงให้เป็น เพราะสีแดงดำเป็นอะไรที่เข้ากันดีอยู่แล้ว แต่หนังกลับทำให้รู้สึกปวดตา
3.ในด้านของฉาก Action กลับดูราบเรียบ ไม่มีความระทึกชวนลุ้น ให้ความรู้สึกเหมือนตัวอะไรวิ่งไล่จับกันมากกว่า ทั้งที่การไล่ล่าค่อนข้างจะจริงมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับภาคที่แล้วอย่าง TRON LEGACY (2010) ฉากต่อสู้ถือว่าลุ้นกว่ามาก
4.Soundtrack ประกอบภาพยนตร์โดย NINE INCH NAILS (Trenz Reznor & Atticuss Ross) เห็นว่าเรื่องอื่นทำได้ดี แต่เรื่องนี้กลับน่าผิดหวัง ใครจะชอบก็ชอบ ไม่ว่ากัน แต่สำหรับครีเอเตอร์ในเรื่อง TRON ARES มันกลับไม่รู้สึกถึงจังหวะ Beat ที่ต้องการ ไม่เหมือนที่ Daft Punk เคยทำไว้ใน TRON LEGACY (2010) ที่ทรงพลัง รู้สึกถึงการสูญเสีย รู้สึกถึงความเข้มแข็งที่ต้องฝืนทนจากการต่อสู้ ฟังแล้วขนลุกกับทำนองของ Sound ประกอบ
5.สิ่งที่หนังภาคนี้ได้สร้างความท้าทายคือการนำยานพาหนะ อาวุธ กำลังคน ในโลกของเกมมาไล่ล่ากันในโลกของความเป็นจริง หนังสามารถจัดเต็มได้มากกว่านี้ แต่ก็ทำได้แค่ความจืดชืด ไม่สนุกมากพออย่างน่าเสียดาย
6.อีกสิ่งหนึ่งที่อึ้งคือการปรากฎตัวของ Kevin Flynn ที่สมเหตุสมผล แม้บทสนทนามากมาย แต่ความหมายไม่มี มันคือการทำให้เรา Nostalgia (คิดถึงความหลังในอดีต) บวกกับเพลงเศร้าคลอประกอบอย่าง Who wants to live forever ? ก็เกือบทำให้ร้องไห้ มันสะท้อนว่าเราอาจไม่ได้เจอกับ Kevin Flynn ได้บ่อยนัก และเขาคือคนที่ทำให้จักรวาล TRON มีความหมาย
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
สรุปเหตุระทึกฮ่องกงมาราธอน 2026 นักวิ่งเจ็บระนาวเกือบ 60 ราย อาการวิกฤตหลายคน
กระสือไทย VS กูยองอินโดนีเซีย ผ่านโลกภาพยนตร์
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
วีรสตรีผู้ถอดรหัสลับแห่งเบลตช์ลีย์พาร์ก และความลับที่ต้องปกปิดนาน 29 ปี
ผวาขอนไม้ขยับได้! ชาวบ้านกำแพงแสนรุมจับจระเข้ยักษ์หนัก 100 กิโลฯ โผล่คลองชลประทาน
เมื่ออายุมากขึ้น ต้องกินอะไรจึงจะดีกับร่างกาย อะไรควรกิน อะไรควรหลีกเลี่ยง
"สตีเวน ยอน" จากตำนาน "เกลนน์ รี" สู่การเป็นนักแสดงเอเชียผู้จารึกประวัติศาสตร์ออสการ์
สายการบินที่ใหญ่ที่สุด และมีมาตรฐานดีที่สุดในประเทศลาว
บุพเพสันนิวาส เปิดจักรวาล BL ด้อมใหม่พร้อมเสิร์ฟ “#ออกัสเล้ง” จูงมือข้ามภพ
"สตีเวน ยอน" จากตำนาน "เกลนน์ รี" สู่การเป็นนักแสดงเอเชียผู้จารึกประวัติศาสตร์ออสการ์
"ลิซ่า" หวิดงานเข้า! เกือบทำนักร้องดังอเมริกา "อารีอานา กรานเด" ต้องจ่าย 18 ล้านให้กับแบรนด์ดัง
เบื้องหลังเงาของ "อลิซ หว่อง" จากดารา A\/ สู่หัวใจแม่ที่เจ็บปวดจากการไกลลูก






