กระสือไทย VS กูยองอินโดนีเซีย ผ่านโลกภาพยนตร์
ตำนานผีหัวลอยได้พร้อมตับไตไส้พุงเป็นความเชื่อร่วมที่หยั่งรากลึกในวัฒนธรรมอุษาคเนย์ แม้จะมีรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกันจนแยกแทบไม่ออก แต่หากพิจารณาผ่านคติชนวิทยาและภาพสะท้อนจากแผ่นฟิล์ม จะพบว่ากระสือของไทยและกูยองของอินโดนีเซียมีนัยยะแฝงที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ ทั้งในแง่ของที่มา อำนาจ และความหมายเชิงสังคม
ถอดรหัสคติชนวิทยา: กระสือไทย VS กูยองอินโดนีเซีย ผ่านโลกภาพยนตร์
ในเชิงคติชนวิทยา ทั้งกระสือและกูยองทำหน้าที่เป็นตัวแทนความกลัวต่อสิ่งลี้ลับที่คุกคามสวัสดิภาพของแม่และเด็ก แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่สะท้อนวัฒนธรรมเฉพาะตัวดังนี้
กระสือไทย: โศกนาฏกรรมแห่งคำสาปและเวรกรรม ตามคติความเชื่อของไทย กระสือมักถูกนำเสนอในฐานะ "ผู้ถูกกระทำ" จากคำสาปหรือการรับทอดอาคมผิดจารีตผ่านน้ำลาย ดังที่ปรากฏชัดในภาพยนตร์เรื่อง "แสงกระสือ" (Inhuman Kiss) ซึ่งตีความบทบาทกระสือใหม่ให้มีความเป็นมนุษย์และน่าสงสารมากขึ้น ภาพยนตร์แสดงให้เห็นว่าการเป็นกระสือคือชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นตราบาปที่ทำให้ตัวเอกต้องหลบซ่อนตัวจากสังคม สะท้อนคติเรื่องเวรกรรมและการกลายเป็น "คนนอก" ที่ชุมชนหวาดระแวงและจ้องจะกำจัด
กูยองอินโดนีเซีย: มนต์ดำและการไขว่คว้าอำนาจ ในทางกลับกัน "กูยอง" หรือในบางพื้นที่เรียก "เลอแว็ก" ของอินโดนีเซีย มักถูกเชื่อมโยงกับการฝึกฝนมนต์ดำด้วยความเต็มใจ ดังที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง "Kuyang: Sekutu Iblis ที่หมายปองวิญญาณ" กูยองในบริบทของอินโดนีเซียถูกนำเสนอในฐานะปีศาจที่มีความละโมบ มักเกี่ยวข้องกับการแสวงหาความสวยอมตะหรือพลังอำนาจทางไสยศาสตร์ มากกว่าจะเป็นเรื่องโศกนาฏกรรมส่วนตัวแบบไทย ความน่ากลัวของกูยองในหนังอินโดนีเซียจึงมักแสดงออกผ่านความดุร้ายและการจู่โจมที่รุนแรงเพื่อแย่งชิงเลือดทารก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการคงอำนาจมนต์ดำ
ความเหมือนที่แตกต่างในเชิงความเชื่อ แม้ทั้งคู่จะชอบกินเลือดและของคาวเหมือนกัน แต่จุดอ่อนในคติชนวิทยาก็มีความต่างกันเล็กน้อย กระสือไทยกลัวหนามพกพาสเปกหรือหนามแหลมที่จะเกี่ยวไส้จนหนีไม่ได้ ส่วนกูยองมักถูกจัดการด้วยการหา "ร่าง" ที่ไร้หัวให้เจอแล้วใส่สิ่งของมีคมหรือของสกปรกลงไปในคอที่เปิดอยู่ เพื่อไม่ให้หัวกลับมาสวมร่างได้อีก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อเรื่องการแยกจิตและกายที่ขาดจากกันอย่างเด็ดขาด
โดยสรุปแล้ว แม้กระสือและกูยองจะเป็นผีประเภทเดียวกันในเชิงรูปลักษณ์ แต่ภาพยนตร์ของทั้งสองชาติได้สะท้อนคติชนวิทยาที่ต่างมุมมอง โดยกระสือไทยมักเน้นไปที่ความเจ็บปวดจากการตกเป็นเหยื่อของโศกนาฏกรรมสายเลือดและเวรกรรม ในขณะที่กูยองของอินโดนีเซียถูกฉายภาพเป็นตัวแทนของด้านมืดจากการใช้มนต์ดำเพื่อแลกกับความปรารถนาส่วนตัว ทำให้ผีทั้งสองชนิดนี้มีเสน่ห์และความสยองขวัญที่ครองใจผู้คนในภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน
#กระสือ #กูยอง #แสงกระสือ #คติชนวิทยา #ผีอาเซียน #ตำนานสยองขวัญ
นักร้องชาวไทยคนแรก ที่มีผลงานเพลงติดชาร์ตในสหรัฐอเมริกา
จังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด เป็นอันดับที่หนึ่งในประเทศไทย
วีรสตรีผู้ถอดรหัสลับแห่งเบลตช์ลีย์พาร์ก และความลับที่ต้องปกปิดนาน 29 ปี
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
สรุปเหตุระทึกฮ่องกงมาราธอน 2026 นักวิ่งเจ็บระนาวเกือบ 60 ราย อาการวิกฤตหลายคน
ประเทศที่มีช้างเหลืออยู่มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก
รีวิวหนังดัง TRON ARES
เบื้องหลังไวรัล "ขนมปัง 27 บาท" เมื่ออาหารพื้นฐานกลายเป็นความหรูหราที่คนจีนเอื้อมไม่ถึง
"สตีเวน ยอน" จากตำนาน "เกลนน์ รี" สู่การเป็นนักแสดงเอเชียผู้จารึกประวัติศาสตร์ออสการ์
ผวาขอนไม้ขยับได้! ชาวบ้านกำแพงแสนรุมจับจระเข้ยักษ์หนัก 100 กิโลฯ โผล่คลองชลประทาน
สื่อดังอเมริกาจัดให้! "กรุงเทพฯ" เป็นเมืองที่น่าไปที่สุดในโลกปี 2026..คว้าอันดับ 3 จากทั้งหมด 52 แห่ง
อาลัย "น้องเนย" ฮีโร่เหตุกราดยิงโคราช เสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ
สายการบินที่ใหญ่ที่สุด และมีมาตรฐานดีที่สุดในประเทศลาว
โศกนาฏกรรมระดับโมเลกุล: ถอดบทเรียน "Thalidomide" จากยาวิเศษสู่ฝันร้ายที่โลกไม่ลืม
เตือนภัยสายป๊อป! มิจฉาชีพหัวใสใช้ "ละครสั้นแนวตั้ง" ล่อซื้อ ลวงให้กดลิงก์ดูดเงิน
5 อันดับคดีตำนานลี้ลับแดนอีสาน เรื่องเล่าจากความเชื่อสู่เหตุการณ์สุดสะพรึงที่โลกต้องจดจำ
สรุปดราม่าคอนเสิร์ต "โจลิน ไซ่": เมื่อโปรดักชันอาร์ตระดับโลกถูกมองเป็น "พิธีกรรมทางความเชื่อ" จนกลายเป็นคดีความ



