หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้ยัง? "เพรทเซล" ขนมรูปไขว้มือที่มีประวัติยาวนานนับพันปี!

เนื้อหาโดย Boss Panuwat

เปิดตำนานขนมปังสุดคลาสสิก: 'เพรทเซล' มาจากไหนกันแน่?

หากพูดถึงขนมปังที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในโลก เชื่อว่าชื่อของ "เพรทเซล" (Pretzel) หรือที่ชาวเยอรมันเรียกว่า "Brezel" จะต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยลักษณะเส้นแป้งที่ไขว้กันไปมาจนเกิดเป็นรู 3 รู และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งแบบนุ่มคลุกเนยหอมๆ หรือแบบกรอบเค็มมัน

แต่คุณรู้หรือไม่ว่า... เบื้องหลังรูปทรงที่ดูแปลกตานี้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่มันมีประวัติศาสตร์ที่หยั่งรากลึกไปถึงยุคกลาง และมีความหมายทางศาสนาที่น่าทึ่งซ่อนอยู่ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกที่มาของเพรทเซลกันครับ!


1. จุดเริ่มต้นจากอาราม: รางวัลสำหรับเด็กดี

ประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า เพรทเซลมีต้นกำเนิดในยุโรปช่วงยุคกลางตอนต้น (Early Middle Ages) ประมาณปี ค.ศ. 610 โดยผู้ที่คิดค้นขึ้นมาคือ "นักบวช" หรือบาทหลวงในอารามแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่าอยู่ในแถบอิตาลีตอนเหนือหรือไม่ก็ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส

ในสมัยนั้น นักบวชได้นำแป้งโดที่เหลือจากการทำขนมปังมาปั้นเป็นเส้นยาวๆ แล้วขดให้มีลักษณะคล้ายกับ "แขนที่กำลังไขว้กันตรงหน้าอก" เพื่อแสดงท่าทางการอธิษฐานในสมัยนั้น โดยนักบวชจะมอบขนมปังรูปทรงนี้เป็นรางวัลให้แก่เด็กๆ ที่สามารถท่องจำบทสวดมนต์ได้ถูกต้อง

ชื่อเรียกในยุคแรกนั้นคือ "Pretiola" ในภาษาละติน ซึ่งแปลว่า "รางวัลเล็กๆ น้อยๆ" (Little Rewards) ก่อนที่คำนี้จะค่อยๆ เพี้ยนไปตามกาลเวลาและการเดินทางข้ามพรมแดนจนกลายเป็นคำว่า "Pretzel" ในที่สุด

2. สัญลักษณ์ทางศาสนาที่ซ่อนอยู่ในรู

รูปทรงของเพรทเซลไม่ได้มีไว้แค่โชว์ แต่มันมีความหมายแฝงที่ลึกซึ้ง:

นอกจากนี้ ในช่วงศตวรรษที่ 7 เพรทเซลยังกลายเป็นอาหารยอดนิยมในช่วง เทศกาลมหาพรต (Lent) เนื่องจากส่วนประกอบของมันมีเพียงแป้ง น้ำ และเกลือเท่านั้น (ไม่มีไข่ นม หรือเนย ซึ่งเป็นของต้องห้ามในยุคนั้น) ทำให้เพรทเซลกลายเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และความโชคดี

3. จากอิตาลีสู่เยอรมนี: การแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการ

แม้จะมีต้นกำเนิดในอิตาลีหรือฝรั่งเศส แต่ประเทศที่ทำให้เพรทเซลโด่งดังไปทั่วโลกจริงๆ คือ เยอรมนี ชาวเยอรมันรับเอาวัฒนธรรมนี้มาและพัฒนาจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชาติ มีการทำเพรทเซลหลากหลายรูปแบบ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของสมาคมผู้ผลิตขนมปัง (Bakers' Guilds) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12

ในเยอรมนี เพรทเซลไม่ได้เป็นแค่ขนม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต มีตำนานเล่าว่ามีคนอบขนมที่ทำผิดกฎหมายและต้องโทษประหาร แต่ได้รับโอกาสสุดท้ายจากขุนนางว่า "ถ้าสามารถทำขนมปังที่มองผ่านแล้วเห็นพระอาทิตย์ได้ 3 ดวงจะรอดพ้นโทษตาย" และเขาก็ทำสำเร็จด้วยการปั้นรูปทรงเพรทเซลนั่นเอง!

4. ความลับของ "ความกรอบ": เรื่องบังเอิญที่กลายเป็นตำนาน

เดิมทีเพรทเซลจะมีลักษณะนุ่มเหมือนขนมปังทั่วไป (Soft Pretzel) แต่เพรทเซลแบบกรอบ (Hard Pretzel) ที่เรากินกันเป็นขนมขบเคี้ยวในปัจจุบันนั้น เกิดจากความผิดพลาดที่น่าอัศจรรย์

เรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงปี ค.ศ. 1800 ที่รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา มีลูกศิษย์ร้านขนมปังคนหนึ่งเผลอหลับไปในขณะที่กำลังอบเพรทเซลทิ้งไว้ในเตา เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเพรทเซลนั้นแห้งและแข็งเป๊กไปหมดแล้ว เจ้าของร้านที่เกือบจะโกรธจัดลองชิมดูแล้วกลับพบว่ามันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังเก็บไว้ได้นานกว่าเพรทเซลแบบนุ่มหลายเท่าตัว นี่จึงเป็นที่มาของอุตสาหกรรม Hard Pretzel ที่มียอดขายถล่มทลายจนถึงทุกวันนี้

5. เกร็ดน่ารู้: ทำไมต้องเกี่ยวกับการแต่งงาน?

หลายคนอาจเคยได้ยินสำนวนภาษาอังกฤษว่า "Tying the knot" (การผูกปม) ซึ่งหมายถึงการแต่งงาน ความเชื่อนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพรทเซลด้วยนะ! ในศตวรรษที่ 17 ชาวสวิสและชาวดัตช์นิยมใช้เพรทเซลในพิธีแต่งงานเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพันที่แน่นแฟ้น โดยคู่บ่าวสาวจะดึงเพรทเซลคนละข้างเหมือนการเสี่ยงทาย และการที่รูปร่างมันไขว้กันเหมือนปมเชือก จึงกลายเป็นที่มาของคำเปรียบเปรยเรื่องการแต่งงานนั่นเอง


สรุปส่งท้าย

จากแป้งโดที่เหลือใช้ในอาราม สู่ขนมยอดฮิตที่มีจำหน่ายอยู่ทุกมุมโลก เพรทเซลคือข้อพิสูจน์ว่า อาหารที่มีเรื่องราวและความหมายจะสามารถอยู่เหนือกาลเวลาได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะชอบเพรทเซลแบบนุ่มจิ้มชีส หรือแบบกรอบเค็มๆ ไว้กินเล่น การได้รู้ที่มาของมันก็ช่วยให้รสชาติของการกินในครั้งต่อไปสนุกและได้อรรถรสมากขึ้นแน่นอน!

ครั้งหน้าถ้าเพื่อนๆ เห็นเพรทเซล อย่าลืมเล่าเรื่อง "รางวัลของเด็กดี" ให้ฟังด้วยนะครับ รับรองว่าเท่ไม่เบาเลยล่ะ! 🥨✨

เนื้อหาโดย: Boss Panuwat
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Boss Panuwat's profile


โพสท์โดย: Boss Panuwat
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมายเผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!รู้หรือไม่ ไทยเคยเป็นประเทศ ที่ส่งออก นกแก้ว เป็นอันดับต้นๆของโลก10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 17 มกราคม 69..รีบส่องด่วน ก่อนหวยออก!!"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้ย้อนตำนานสะเทือนขวัญ “ปลากินคน” ปีศาจดำแห่งลุ่มน้ำแควน้อย เรื่องจริงที่เคยเขย่าขวัญชาวกาญจนบุรี ก่อนกลายเป็นสัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อสื่อแดนผู้ดีแซะแรง! "ลิซ่า BLACKPINK" แต่งตัวเฉิ่มมาผิดงาน..เป็นที่สุดของชุดยอดแย่ในปีนี้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมต้องดัลเมเชียน? เผยความลับทำไมหมาจุดถึงเป็นคู่หูนักดับเพลิงจีนเทา เหิมเกริม รื้อลวดหนามออกรู้หรือไม่..."คนตาบอด" ฝันหรือเปล่า ถ้าเขาฝันนั้น เขาจะฝันอย่างไร ?ไทยส้มหล่นจากความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ลง! เที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่น 2,376 เที่ยวถูกยกเลิกในช่วงเทศกาลตรุษจีนกัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ม้า 1 ตัว มีกี่แรงม้า? เรื่องจริงของ 'แรงม้า' ที่คุณอาจไม่รู้!มาดูกันว่ากระดูกของงูจงอางหนึ่งตัวนั้น มีความซับซ้อนขนาดใหนเด้อครับเด้อเจาะตำนาน! ผู้หญิงคนแรกที่เรียนจบหมอ สู้ชีวิตจนโลกต้องจารึก"หมอจิ๋ม" เผยเหตุผล! ทำไมผู้หญิงบางคนมีน้ำพุ่งปรี๊ด..เวลาถึงจุดสุดยอด
ตั้งกระทู้ใหม่