"ระบบสหกรณ์ในโลกของสัตว์ปีก" ความสามัคคีอันยิ่งใหญ่ของ "นกหัวขวานนักสะสมลูกโอ๊ก"เพื่อแบ่งปันกันกิน
ถ้าเราเคยคิดว่าสัตว์ป่าก็แค่เกิดมา หาอาหาร เลี้ยงลูก แล้วก็ต่างคนต่างอยู่ บอกเลยว่าพอได้รู้จักนกหัวขวานสะสมลูกโอ๊กแล้ว ความคิดนั้นจะเปลี่ยนไปทันที เพราะนกชนิดนี้เหมือนมี “สหกรณ์กลางป่า” เป็นของตัวเองแบบจริงจังมาก ชนิดที่มนุษย์อย่างเรายังต้องยกนิ้วให้เลย
นกหัวขวานสะสมลูกโอ๊กไม่ได้อยู่กันแบบคู่ใครคู่มัน แต่มักอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ตั้งแต่ไม่กี่ตัวไปจนถึงสิบกว่าตัวในพื้นที่เดียวกัน กลุ่มหนึ่งก็เหมือนครอบครัวใหญ่ที่ทุกคนมีบทบาทของตัวเอง มีทั้งพ่อแม่พันธุ์ที่ผสมพันธุ์ร่วมกันหลายตัว และมีลูกๆ จากปีก่อนที่ยังไม่แยกตัวออกไป กลายมาเป็นพี่เลี้ยง ช่วยเลี้ยงน้อง ช่วยหาอาหาร และช่วยดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง
ทรัพย์สินนั้นก็คือ “ยุ้งฉางลูกโอ๊ก” หรือ Granary Tree ซึ่งเป็นหัวใจของทั้งกลุ่ม ต้นไม้ต้นหนึ่งจะถูกเจาะเป็นรูเล็กๆ นับหมื่นรู แล้วใส่ลูกโอ๊กทีละลูก เหมือนช่องเซฟในธนาคาร ยิ่งมองยิ่งเหมือนตึกเก็บทรัพย์สินของสหกรณ์ ยุ้งฉางบางต้นถูกใช้งานต่อเนื่องเป็นสิบๆ ปี ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เหมือนมรดกประจำตระกูลของนกหัวขวานเลย
ช่วงที่ลูกโอ๊กออกเยอะ จะเห็นภาพนกทั้งฝูงบินกันขวักไขว่ ตัวหนึ่งขนมา อีกตัวจัดเก็บ อีกตัวเจาะรูเพิ่ม ทุกคนช่วยกันหมด ไม่มีใครนั่งเฉย เพราะยิ่งยุ้งฉางเต็มมากเท่าไร โอกาสรอดในฤดูขาดแคลนก็ยิ่งสูงขึ้น เหมือนคนช่วยกันตุนข้าวสารไว้ตอนข้าวถูก พอถึงเวลาลำบากก็ยังมีของกินไม่ขาดมือ
แต่พอมีสมบัติ ก็ต้องมีคนหมายปอง กระรอกกับนกชนิดอื่นนี่แหละคือโจรประจำถิ่น นกหัวขวานเลยมีระบบยามเฝ้ายุ้งฉางจริงจังมาก จะมีบางตัวคอยสอดส่อง ถ้าเห็นผู้บุกรุกเมื่อไร เสียงร้องเตือนจะดังลั่น แล้วทั้งฝูงจะกรูกันเข้ามารุมไล่แบบพร้อมเพรียง ภาพนั้นเหมือนทีมรักษาความปลอดภัยระดับมืออาชีพมาก ตัวเดียวอาจสู้ไม่ได้ แต่สิบตัวพร้อมใจกัน ไม่มีใครกล้าฝืนแน่นอน
ที่น่าทึ่งอีกอย่างคือกว่าจะสร้างยุ้งฉางได้ นกต้องเจาะไม้ซ้ำๆ นับหมื่นครั้ง ถ้าเป็นสัตว์อื่น สมองคงพังไปนานแล้ว แต่นกหัวขวานมีโครงสร้างพิเศษ ลิ้นของมันยาวและพาดอ้อมไปด้านหลังกะโหลก ทำหน้าที่เหมือนเข็มขัดนิรภัยหรือโช้คอัพ คอยพยุงสมองเวลาหัวกระแทกกับไม้แรงๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฟังดูเหมือนอุปกรณ์ไฮเทค แต่เป็นของที่วิวัฒนาการติดตั้งมาให้ตั้งแต่เกิด
พอมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าสังคมของนกหัวขวานสะสมลูกโอ๊กคือระบบสหกรณ์แบบสมบูรณ์แบบมาก ทุกตัวมีส่วนร่วม ทุกตัวได้ประโยชน์ และทุกตัวต้องรับผิดชอบร่วมกัน ช่วยกันหาอาหารก็มีเสบียงมากกว่าทำคนเดียว ช่วยกันเลี้ยงลูกก็ทำให้ลูกนกรอดมากขึ้น ช่วยกันเฝ้ายุ้งฉางก็ทำให้ทรัพย์สินปลอดภัย ช่วยกันอยู่ก็ทำให้ทั้งกลุ่มแข็งแกร่ง
ลูกนกที่เกิดมาไม่ได้โตแบบโดดเดี่ยว แต่มีผู้ใหญ่หลายตัวคอยดูแล นกวัยรุ่นก็ไม่ต้องรีบออกไปเสี่ยงตายเพื่อสร้างชีวิตใหม่ เพราะที่บ้านยังมีอาหาร มีที่อยู่ และมีครอบครัวคอยรองรับ มันเหมือนสังคมที่บอกว่า “ยังไม่พร้อม ก็ยังไม่ต้องไปไหน อยู่ด้วยกันก่อน”
คิดไปคิดมา นกตัวเล็กๆ แบบนี้กลับมีระบบสังคมที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติกว่าที่เราคิดเยอะมาก มันไม่ได้แข็งแกร่งเพราะตัวใครตัวมันเก่ง แต่แข็งแกร่งเพราะรู้จักแบ่งปัน รู้จักร่วมมือ และรู้ว่าทรัพยากรกลางสำคัญกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวบางอย่าง ถ้าโลกมนุษย์มองนกหัวขวานสะสมลูกโอ๊กเป็นครูบ้าง เราอาจเข้าใจคำว่า “อยู่ร่วมกัน” ได้ลึกซึ้งขึ้นอีกเยอะเลยจริงๆ
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
จังหวัดนี้เลี้ยงไก่มากที่สุดในไทย
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
ชาติในภูมิภาคอาเซียน ที่ติดหนี้เงินกู้จากประเทศจีนมากที่สุด
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
ประเทศที่ส่งออกมันสำปะหลังเข้าไทยมากที่สุด
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
7 แหล่งท่องเที่ยวด้านความ "แปลก" ในประเทศไทย
ประเทศที่ลงทุนในไทยมากที่สุด มีมูลค่าเงินลงทุนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ความน่ารักและเรื่องที่น่าทึ่งของลูกคาปิบารา หนึ่งในสัตว์ที่น่ารักและดู "ชิล" ที่สุดในโลกอีกชนิดหนึ่ง
"ลูกค่างสีส้ม" ลูกน้อยน่ารักของ "ค่างหงอก" ที่ตัวเล็กกับตัวเต็มวัยนั้น สีแตกต่างกันเป็นอยางมาก
ภาพที่น่าประทับใจของ "ไฮยีนาลายจุด" (Spotted Hyena) แม่ลูก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงมุมที่อ่อนโยนของสัตว์ชนิดนี้
น่ารักใจละลาย "สิงหปุระ" สายพันธุ์แมวตัวเล็ก ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศสิงคโปร์