ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันขึ้นปีใหม่ จาก "1 เมษายน" สู่ "1 มกราคม" เส้นทางความเปลี่ยนแปลงของปฏิทินไทย
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเราถึงต้องเต้นรำและจุดพลุฉลองใหญ่ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ทั้งที่ในอดีตบรรพบุรุษของเราอาจกำลังใช้ชีวิตตามปกติในเดือนนี้? แท้จริงแล้ว "วันสิ้นปี" และ "การเคาท์ดาวน์" ไม่ใช่ประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาลของไทย แต่เป็นผลผลิตจากการปฏิรูปประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่ความเป็นสากล จนเกิดเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายในหน้าประวัติศาสตร์ปฏิทินไทยที่น้อยคนนักจะรู้
กว่าจะมาเป็นภาพการนับถอยหลัง 5...4...3...2...1 อย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ไทยเราผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญมาถึง 10 เรื่องลับที่น่าทึ่งดังนี้:
1. เดิมทีธันวาคมคือเดือนธรรมดา: ในสมัยอยุธยาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ คนไทยถือเอาวัน "ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5" เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมักจะตรงกับช่วงเดือนเมษายน เดือนธันวาคมจึงไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการส่งท้ายปีเก่าแต่อย่างใด
2. รัชกาลที่ 5 ทรงเริ่มปฎิรูป: ในปี พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิทินสุริยคติเป็นครั้งแรก
3. ยุครัชกาลที่ 6 กับกลิ่นอายตะวันตก: แม้ยังใช้ 1 เมษายนเป็นวันปีใหม่ราชการ แต่สังคมชั้นสูงเริ่มมีการจัดงานรื่นเริงและรับเอาวัฒนธรรมสังสรรค์แบบตะวันตกเข้ามามากขึ้น
4. ประกาศเปลี่ยนโลกปี 2483: รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีมติให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จาก 1 เมษายน มาเป็น 1 มกราคม เพื่อให้ไทยก้าวสู่สากลและทัดเทียมนานาอารยประเทศ
5. ปีที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์: จากมติข้างต้น ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2483 มีเวลาเพียง 9 เดือนเท่านั้น (เมษายน - ธันวาคม) ก่อนจะถูกตัดเข้าสู่ พ.ศ. 2484 ในวันที่ 1 มกราคมทันที
6. กำเนิด "31 ธันวาคม" วันสิ้นปี: ตั้งแต่ปี 2484 เป็นต้นมา วันที่ 31 ธันวาคมจึงได้รับสถานะเป็นวันสิ้นปีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย และกลายเป็นวันหยุดราชการให้ประชาชนได้พักผ่อน
7. วัฒนธรรมเคาท์ดาวน์ยุคหลัง 2500: การนับถอยหลังเริ่มแพร่หลายตามกระแสโลกตะวันตก โดยเริ่มจากงานในโรงแรมหรูและค่อยๆ ขยายออกมาเป็นงานกิจกรรมกลางแจ้ง
8. จากเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์สู่แลนด์มาร์คระดับโลก: ช่วงปี 2530-2540 ย่านราชประสงค์คือจุดนัดพบสำคัญของการเคาท์ดาวน์ ก่อนจะพัฒนาสู่การจัดงานยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทั่วโลกต้องจับตามองในปัจจุบัน
9. ปิดฉากความสับสนของปฏิทิน: การยึด 1 มกราคม ช่วยแก้ปัญหาปฏิทินจันทรคติที่วันปีใหม่มักเลื่อนไปมาไม่ตรงกัน ทำให้การนับวันเวลาของไทยมีระเบียบและแน่นอน
10. เหตุผลด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ: การย้ายมาเป็น 1 มกราคม ทำให้การติดต่อราชการและการค้าขายกับต่างประเทศสะดวกขึ้น ไม่ต้องสับสนเรื่องปีพุทธศักราชและคริสต์ศักราชที่คลาดเคลื่อน
บทสรุปของการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันที่ 1 มกราคม และมีวันสิ้นปีในวันที่ 31 ธันวาคม คือภาพสะท้อนของการปรับตัวของไทยให้ทันต่อกระแสโลก แม้เราจะเปลี่ยนวันเฉลิมฉลองตามปฏิทินสากล แต่กลิ่นอายความสุขและการส่งมอบความปรารถนาดีต่อกันในคืนส่งท้ายปี ก็ยังคงเป็นเสน่ห์ที่งดงามและฝังรากลึกในสังคมไทยไม่ว่าวันนั้นจะถูกเรียกว่าวันไหนก็ตาม
#วันปีใหม่ #ประวัติศาสตร์ไทย #เคาท์ดาวน์ #31ธันวาคม #เกร็ดความรู้ #สาระน่ารู้ #ปฏิทินไทย #Countdown2026
ยืนหนึ่งระดับโลก! "ลิซ่า BLACKPINK" ผงาดคว้าอันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี 2568 จากสวนดุสิตโพล
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 2/1/69
หลวงปู่ศิลาให้พรในพิธีสะเดาะเคราะห์และพุทธาภิเษกเหรียญรุ่น อริยะทรัพย์ อริยะสัจ4 ก่อนหลุดโฟกัสขันน้ำมนต์.
ภาพนี้ที่รอคอย !!! ทหารไทยนำตู้คอนเทนเนอร์ไปวางกั้นพรมแดนบ้านหนองจาน ตามเส้นเขตแดน 1:50000 เป็นที่เรียบร้อย
อินเดียแห่เที่ยวกัมพูชา เปิดไฟลต์ตรง กระแสมรดกฮินดูมาแรง
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
เครื่องบินประสบอุบัติเหตุกลางอากาศ ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากถูกเหวี่ยงออกจากที่นั่ง
ดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"
เปิดอายุแท้จริงของ น้องจินนี่ ลูกสาว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ทำให้หลายคนเข้าใจผิด
สวดมนต์ข้ามปีระทึก! กระสุนปริศนาตกใส่สาวกลางวัดสิงห์ทอง สามีร่ำไห้เผยนาทีชีวิตเกือบสูญเสียภรรยา
7 วันอันตราย ปีใหม่ 69 ผ่านมา 2 วัน ยอดดับ 86 ราย
มีจุดหมายชีวิตในระยะสั้น
บารมี "ท่านทองล้น" คนแห่ขอโชควันปีใหม่ 2569 ลุ้นเป็นเศรษฐีรางวัลที่ 1 รายที่ 19 แห่งวัดเขาช่องลม
ราชสำนักกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซน ผนึกกำลังต้อนรับวีรบุรุษกองทัพ 18 นาย
ดราม่าเดือดรับปีใหม่! กติกา 100 จับได้ 20 แม่โวยกลางไลน์ "ไม่คุ้ม"
ปลาไทยที่มีไขมันดีไม่แพ้ปลาแซลมอน โปรตีนสูง สร้างกล้ามเนื้อและบำรุงสมอง
“จิตวิทยา คนพูดน้อยแต่ต่อยหนัก ทำไมพวกเขามีอิทธิพลสูง?”





