เมื่อตอนเป็นพนักงานราชการ
***มาจากเรื่องจริง ไม่ได้เจนAIหรือแต่งเรื่องนะคะ และเว้นวรรคมีเยอะหน่อย ขออภัยล่วงหน้าค่า
ช่วงเวลาชีวิตตอนนั้นเกิดขึ้นราวๆตุลาคมหรือพฤศจิกายน 2565 ในช่วงที่นักศึกษาป.ตรีคนหนึ่งนอนอยู่บ้านเกาะกินเงินพ่อแม่ไปวันๆ เพราะหลังเรียนจบราวๆ 6เดือนกว่า ก็หางานทำเป็นหลักแหล่งไม่ได้เสียที เพราะหนึ่ง-เรื่องมากในการเลือกงาน และสอง-ยังยึดติดกับพ่อแม่ตนเองมากๆ อยู่ แต่แล้วมารดาของข้าพเจ้าก็ฝากงานให้ทำที่ใกล้บ้านจนได้เชียว introvertจ๋าอย่างฉันจึงต้องไปทำงานที่ที่คุณแม่ฝากมาอย่างไม่มีทางเลือก เข้าไปปุ๊บ เป็นช่วงปลายปีพอดี แรกๆงานเยอะมาก ปรับตัวไม่ค่อยถูก เคว้งคว้าง ล่องลอย ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในที่ทำงานประมาณ4เดือน หลังจากนั้นเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่วัยไล่เลี่ยกันมาทำงานในตำแหน่งพนักงานจ้างเหมาบริการพอดี ฉันจึงได้ทำความรู้จักและสนิทกันในเวลาอันรวดเร็ว(ไม่ถึง1เดือน)
เข้าปี2566 ฉัน เพื่อนร่วมงานสนิท คนวิทย์1 และคนวิทย์2 ก็สนิทสนมกันและอยู่กลุ่มเดียวกัน เราและเพื่อนทั้ง3คนทำงานในด้านที่ถนัดของแต่ละคน ชีวิตเดี๊ยนมีแค่ลงเวลา เตรียมเนื้อหา ทำงาน กินข้าวข้างนอก ส่งเอกสาร ประเมิน กลับบ้าน วนอยู่อย่างนี้มาเป็นปีกาลนานทีเดียว ถึงจะเหนื่อย แต่ก็มีความสุข เพราะภาระงานค่อนข้างเบา ประเมินก็ยังอยู่ในระดับง่าย และเพื่อนสนิทโคตรเข้าใจอัตลักษณ์ของเรา จนกระทั่งปีฟ้ามาใหม่ ปี2567 ที่มีการเปิดสอบขรก. ตามเขตต่างๆ ในจังหวัดที่ฉันเกิดมา เนื่องจากครอบครัวหวงห่วงฉันมากโข ฉันจึงพยายามสอบในจังหวัดใกล้บ้าน บางครั้งก็ไกลบ้าน พยายามสอบอยู่3ครั้ง ผ่านจริงๆคือครั้งที่4 เพราะรอบนี้ตั้งใจทำข้อสอบย้อนหลัง อ่านเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจแบบวนอยู่อย่างนั้น ใจจริงแล้วนั้น ฉันไม่ค่อยอยากสอบสักเท่าไหร่ แต่จำเป็นของจริง และประกอบกับฉันต้องเติบโตด้วยตนเองในที่ห่างไกล่สักครั้งนึง โชคชะตาวาสนาฟ้าลิขิตให้ฉันมาอยู่เขตอื่นในจังหวัดภูมิลำเนาของตนเองจนได้ ตอนนั้นที่จำได้คือเสียดาย คิดถึงเพื่อนร่วมงานที่สนิท ประกอบกับอยากทำงานต่อที่นั่นให้นานกว่านี้สัก3ปี และขี้เกียจอำลาเจ้านายแบบมากพิธีรีตองปานนี้ แต่มันก็ต้องทำแหละ(ฮ่าๆ) และแล้วเวลานั้นก็มาถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวเราเองโตขึ้น ทำงานไกลพ่อแม่ขึ้น เหมือนร่างกายอยู่กับตนเอง แต่ใจอยู่กับพ่อแม่และเพื่อนสนิทตลอด จริงๆที่ทำงานนี้ก็ไม่ได้ดีปานนั้นนะ เจ้านายเลือกข้างชัดเจน เกมการเมืองก็ฉ่ำ เราก็ศักดิ์ต่ำ พูดอะไรไม่ค่อยได้ แต่เพื่อนมันดีไง ตอนนั้นจึงกัดฟันต่อไปได้อยู่ เฮ้อ พูดแล้วคิดถึงความหลังเก่า ครั้งสุดท้ายที่ไปนั่งกินชาบูกับเพื่อนทั้ง3คนก่อนไปทำงานที่อื่น ก็รู้สึกว่าบรรยากาศฝืดๆ ขมๆ แต่รู้ดีว่าใจเพื่อนคงอวยพรให้เราไปได้ดีในเส้นทางใหม่เสมอ และเราก็ภาวนาให้เส้นทางที่เพื่อนทุกคนกำลังฝ่าฟันอยู่นั้นราบรื่นยันสิ้นสุดการเดินทางเช่นกัน
ไว้พบกันใหม่โพสต์หน้า เมื่อนึกออกมากกว่านี้
-T-
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไร
ฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบ
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่
ชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
โรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!
ฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบ
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไร
47 โรนิน ญี่ปุ่น ตำนานล้างแค้นสะเทือนแผ่นดิน จากซามูไรไร้นายสู่วีรบุรุษ
ทำไมสบู่ถึงล้างคราบมันได้ ทั้งที่น้ำกับน้ำมันไม่เข้ากัน ?
แปรงสีฟันเกิดขึ้นเมื่อไร ? จากกิ่งไม้ธรรมดาสู่ของใช้ที่ทุกบ้านมี
บ้านของคนโบราณเย็นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้แอร์ ? ภูมิปัญญาการออกแบบที่น่าทึ่ง