เปิดตำนานฟาโรห์หญิงผู้ ‘สวมเครา’ ท้าทายทั้งอียิปต์! ฮัตเชปซุต—สตรีผู้ยิ่งใหญ่จนถูกลบชื่อทิ้งกว่า 3,500 ปี!” 👑🔥
เมื่อครู่นี้ดิฉันได้อ่านบทความหนึ่ง ซึ่งต้องบอกว่าทำให้ดิฉันทั้งทึ่ง ทั้งประทับใจในความกล้าหาญของสตรีคนหนึ่งในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยพลัง ความขัดแย้ง และความยิ่งใหญ่จนยากจะละสายตา
เรื่องนี้เป็นตำนานของ “ฮัตเชปซุต” ฟาโรห์หญิงผู้โดดเด่นที่สุดองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ ผู้ซึ่งต้อง “สวมเคราปลอม” เพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ และบริหารอาณาจักรอียิปต์ด้วยพระปรีชาสามารถเหนือความคาดหมายในยุคที่ตำแหน่งฟาโรห์เป็นของบุรุษแทบทั้งสิ้น
จากราชินีสู่ฟาโรห์—ก้าวข้ามกำแพงแห่งเพศสภาพ
ฮัตเชปซุตเป็นพระราชธิดาของฟาโรห์ทุตโมสที่ 1 และขึ้นเป็นราชินีจากการอภิเษกกับทุตโมสที่ 2 แต่หลังพระสวามีสิ้นพระชนม์ พระนางกลายเป็นผู้สำเร็จราชการแทนโอรสบุญธรรมที่ยังทรงพระเยาว์
ตามธรรมเนียม พระนางควรเพียงรอให้ทุตโมสที่ 3 เติบโตขึ้นแล้วส่งมอบอำนาจคืน แต่ด้วยความสามารถและความมั่นใจในตัวเอง พระนางกลับทำสิ่งที่ไม่เคยมีสตรีใดกล้าทำ—ประกาศตนเป็นฟาโรห์เต็มตัว
กลยุทธ์แยบยล: เมื่อสตรีต้องสวม “เครา” เพื่อยืนบนบัลลังก์
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและขุนนางในยุคนั้น ฮัตเชปซุตได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองในการสลักและรูปปั้นต่าง ๆ ให้ดูเหมือนฟาโรห์ชาย ทรงสวมเครื่องทรงตามธรรมเนียม และที่สำคัญคือ “เคราปลอม” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ปกครองอียิปต์
แม้จะถูกมองด้วยสายตาสงสัย แต่ความสามารถของพระนางก็ทำให้สังคมต้องยอมรับในที่สุด
รัชกาลแห่งความรุ่งเรือง—ไม่ใช่ด้วยสงคราม แต่ด้วยปัญญา
รัชสมัยของฮัตเชปซุตถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบ ความอุดมสมบูรณ์ และความเจริญรุ่งเรือง พระนางมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และสถาปัตยกรรม
ผลงานชิ้นเอกที่โด่งดังที่สุดคือ วิหารเดียร์ เอล-บาห์รี สถาปัตยกรรมหินทรายสามชั้นที่งดงามตราตรึงจนถูกยกเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมของโลก
นอกจากนี้ พระนางยังส่งคณะเดินทางไปยังดินแดนพันท์ นำสิ่งของมีค่ากลับมาอย่างมหาศาล เสริมฐานะอียิปต์ให้มั่งคั่งยิ่งขึ้น
ความรุ่งเรืองที่ถูกปิดบัง—ชื่อที่หายไป 3,500 ปี
หลังจากพระนางสิ้นพระชนม์ ทุตโมสที่ 3 ซึ่งได้ขึ้นครองราชย์เต็มรูปแบบ ได้มีความพยายามลบชื่อและผลงานของฮัตเชปซุตออกจากประวัติศาสตร์ รูปสลักถูกทุบ เคราปลอมถูกหัก ชื่อถูกสกัดลบหรือสลักทับด้วยชื่อฟาโรห์ชายองค์อื่น
ทำให้ประวัติของพระนางหายไปจากหน้าเอกสารกว่า 3,500 ปี
จนกระทั่งปี ค.ศ. 1822 อักษรเฮียโรกลิฟิกในวิหารเดียร์ เอล-บาห์รีถูกถอดรหัส และชื่อ “ฮัตเชปซุต” ก็กลับมาโลดแล่นในประวัติศาสตร์อีกครั้ง
ต่อมาในปี ค.ศ. 1903 โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ ได้ค้นพบโลงศพของพระนางที่หุบเขากษัตริย์ นำไปสู่การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์จนยืนยันตัวตนได้ในอีกหลายสิบปีถัดมา
บทสรุป
เรื่องราวของฮัตเชปซุตทำให้ดิฉันรู้สึกทึ่งในพลังของสตรีที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของยุคสมัย นำพาอาณาจักรให้รุ่งเรือง และแม้จะถูกลบชื่อไปนานเพียงใด ความจริงก็ยังกลับมาส่องแสงให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชม
หากท่านใดชอบประวัติศาสตร์หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม ดิฉันยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นค่ะ เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในตำนานที่น่าจดจำและสะท้อนให้เห็นว่าความสามารถของคนเรานั้นยิ่งใหญ่เกินข้อจำกัดใด ๆ จริง ๆ ค่ะ
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
จังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
ทหารเขมรพร้อมอาวุธบุกเข้าพื้นที่ “ทมอดา” บริเวณแนวชายแดนไทย เพื่อขัดขวางการดำเนินการตั้งรั้วตู้คอนเทนเนอร์ของฝ่ายไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
สีสันยามเย็น สิ่งให้ความหมายในความเป็นอิสระ "วิมานเอกราช"สีสันใหม่ในกลางเมืองพนมเปญ
CR เยือนทุ่งสังหาร นรกบนดิน กับร่องรอยของความโหดเหี้ยมในยุคเขมรแดง(แตกประเด็น จากคุกตวลสแลง)
เปิดอันดับ IQ โลก 2025 : เอเชียผงาดยึดหัวตาราง ไทยอยู่อันดับไหนในเวทีโลก
เตือนแม่บ้าน–พ่อครัวยุคใหม่! ล้างผักผิดวิธี เสี่ยงเน่าเสียก่อนเวลา ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ผักบางชนิดห้ามล้างก่อนแช่ตู้เย็น”

