Eco-anxiety โลกป่วย คนก็จิตตก ความวิตกกังวลจากปัญหาสิ่งแวดล้อม จิตใจคนรักโลกแปรปรวนง่ายคล้ายสภาพอากาศ และ วิธีมองโลกอย่างมีหวังในวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
เขียนโดย sompeansomped
Eco-anxiety หรือ Climate Anxiety หมายถึง ความวิตกกังวลด้านสภาพภูมิอากาศ เกิดขึ้นเพราะคนนั้นกำลังตระหนักถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในโลก ก่อให้เกิดอารมณ์โกรธ วิตกกังวล การเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องสาหัส การเห็นสิ่งแวดล้อมพังทลายลงทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวัง วิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต ทำให้นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร หงุดหงิด เครียด มีภาวะซึมเศร้า แพนิก ไปจนถึงเป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD : Post-Traumatic Stress Disorder) และ สามารถทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ยิ่งกว่านี้ ทั้งหมดนี้คือ ความทุกข์ทางอารมณ์ จิตใจ และ ทางกาย ที่ตอบสนองต่อภัยคุกคามทางสภาพอากาศ เมื่ออารมณ์เหล่านี้ครอบงำจะส่งผลต่อสุขภาพตามมา
ในปี 2021 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Planetary Health ได้สำรวจกลุ่มคนอายุระหว่าง 16-25 ปี จำนวน 10,000 คน พบว่า
ร้อยละ 59 รู้สึกกังวลอย่างมาก (Highly Worried) เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ร้อยละ 50 รู้สึกเศร้า กังวล โกรธ หมดพลัง และ รู้สึกผิดต่อภาวะโลกรวน
ร้อยละ 75 กำลังหวาดกลัวอนาคตที่กำลังจะมาถึง
ร้อยละ 83 รู้สึกว่ามนุษย์เราล้มเหลวในการช่วยโลกใบนี้
ถึงแม้ว่า Eco-Anxiety จะเป็นอาการที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่คนที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเผชิญกับอาการนี้มากที่สุดคือคน Gen Z และ Gen Y
งานวิจัยจาก Cardiff University ในปี ค.ศ. 2023 พบบว่า Gen Y และ Gen Z มีระดับความกลัว ความรู้สึกผิด และความโกรธต่อผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น ๆ แน่นอนว่า Gen Z นั้นเกิดมาพร้อมกับโลกที่เริ่มเผชิญปัญหา และ รับรู้เรื่องสภาพอากาศตั้งแต่ลืมตาดูโลก และ โตพอที่จะรับรู้หายนะของมันอย่างถ่องแท้ จึงตระหนักถึงโลกได้มากกว่า
วิธีเอาชนะ Eco-anxiety ให้ดีต่อใจและดีต่อโลก
1.ทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อโลก การรู้สึกกังวลเรื่องโลกและสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เริ่มต้นทำสิ่งดี ๆ เพื่อโลก สามารถเริ่มต้นลงมือทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตัวเอง เช่น ลดการใช้พลาสติก กินอาหารไม่เหลือทิ้ง ปลูกต้นไม้รอบบ้านช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์
2.เสพข่าวอย่างพอดี จำกัดจำนวนหรือจำกัดเวลาในการเสพข่าวเหล่านั้นให้เหมาะสม เพราะหากไม่จำกัด เราอาจเข้าข่าย Doomscrolling หรือ การเสพติดข่าวร้ายมากเกินไป จนยิ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างไม่ทันได้รู้ตัว
3.หาเพื่อนที่มี ‘อุดมการณ์’ เดียวกัน เราไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังอยู่เพียงลำพัง ยังมีคนอีกมากมายที่เป็นทุกข์ ลองหาเพื่อนที่เชื่อเหมือนกัน เข้าชมรม รวมกลุ่ม เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรต่าง ๆ ที่ทำเพื่อโลก การรวมพลังกันยังมีโอกาสช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายได้อีกด้วย
4.กลับมาเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ตามแนวคิดของ จิตวิทยานิเวศ (Ecopsychology) ระบุว่า การที่มนุษย์เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ได้สัมผัสต้นไม้ใบหญ้า เหยียบย่ำลงบนพื้นดินอีกครั้ง จะช่วยเยียวยาจิตใจได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังชวนให้เราทำสิ่งดี ๆ เพื่อโลกบนพื้นฐานของความรัก ไม่ใช่แค่เพราะกลัวความหายนะที่กำลังจะมาถึง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล
ผู้ชายที่สูงที่สุดในโลก
"มันแกว" พรีไบโอติกชั้นยอดที่ลำไส้ของคุณโหยหา
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
รวมอาหารแห้งที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับตุนช่วงวิกฤต อยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อย
ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
เผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ค่าไฟเดือนละ 2,000 ติด "โซล่าร์เซลล์" คุ้มไหม? สรุปให้ชัดๆ ต้องกี่ปีคืนทุน หรือแค่ติดคูลๆ ตามกระแส?


