หนุ่มเยอรมันหายตัวกลางสนามบิน ปริศนาลาร์ส มิตตังค์ ที่โลกยังหาคำตอบไม่ได้
วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดพีคที่ทั้งลุ้น ทั้งระทึก และทั้งน่าขนลุกมาเล่าให้ฟังครับ เป็นคดีการหายตัวไปของชายหนุ่มชาวเยอรมันที่ถูกยกให้เป็น “นักท่องเที่ยวที่หายตัวไปอย่างลึกลับที่สุดในโลก” เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา
จุดเริ่มต้นของฝันร้าย
“ลาร์ส มิตตังค์” หนุ่มเยอรมันวัย 28 ปี เดินทางไปเที่ยวบัลแกเรียกับเพื่อน ๆ ที่รีสอร์ตโกลเดน แซนด์ส เมืองท่องเที่ยวริมทะเลที่ควรจะเต็มไปด้วยความสนุก แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันในช่วงท้ายของการเดินทาง
ก่อนกลับไม่กี่วัน ลาร์สเกิดทะเลาะกับกลุ่มชายสี่คนเรื่องทีมฟุตบอล—แวร์เดอร์ เบรเมน กับ บาเยิร์น มิวนิก ทีมไหนเก่งกว่ากัน ผลคือเขาถูกชกเข้าที่หูจนแก้วหูแตก
แพทย์สั่งห้ามเขาขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด เพราะความดันอากาศอาจทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น และให้กินยาปฏิชีวนะ Cefuroxime 500 เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำให้เพื่อน ๆ ต้องบินกลับไปก่อน ส่วนลาร์สต้องพักต่อเพียงลำพัง
จากหนุ่มอารมณ์ดี สู่คนหวาดระแวง
เมื่ออยู่คนเดียวที่โรงแรมราคาประหยัด พฤติกรรมของลาร์สก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจ จากหนุ่มอารมณ์ดี กลายเป็นคนหวาดระแวงสุดขีด
เขามั่นใจว่ามีใครบางคนกำลังตามล่าและจับตาดูเขา เขาถึงกับโทรหาแม่ด้วยเสียงตื่นตระหนก บอกให้แม่ยกเลิกบัตรเครดิตทุกใบ เพราะกลัวว่าจะถูกปล้น
มีรายงานว่าเขาไม่ยอมพักในห้องโรงแรมปกติ แต่เลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นล่างสุดของโรงแรมแทน
เช้าวันที่หายตัว
วันที่ 8 กรกฎาคม 2014 ลาร์สเดินทางมายังสนามบินวาร์นา เพื่อเตรียมกลับเยอรมนี หลังแม่ของเขาจัดการเรื่องเที่ยวบินให้เรียบร้อย
เขาเข้าไปปรึกษาแพทย์ที่คลินิกสนามบินเพื่อยืนยันความพร้อมในการบิน แพทย์เล่าว่า ลาร์สดูประหม่า สับสน และทำตัวแปลก ๆ
จนกระทั่งวินาทีสำคัญมาถึง...มีคนงานก่อสร้างเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ตั้งใจ ทันทีที่เห็นชายคนนั้น ลาร์สก็ตะโกนลั่นว่า...
“ผมไม่อยากตายที่นี่! ผมต้องออกไปจากที่นี่แล้ว!”
เขาวิ่งหนีออกจากห้องทันที ทิ้งข้าวของทั้งหมด ทั้งกระเป๋าเดินทาง พาสปอร์ต โทรศัพท์ และเงินสด
ภาพสุดท้าย
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพสุดท้าย ขณะที่ลาร์สวิ่งด้วยความเร็วราวกับหนีตาย ก่อนจะปีนข้ามรั้วสนามบิน และหายเข้าไปในทุ่งหญ้าที่ปกคลุมด้วยป่าไม้รอบนอกสนามบิน
นั่นคือการพบเห็นครั้งสุดท้ายของเขา และตั้งแต่นั้น...ลาร์ส มิตตังค์ก็หายไปตลอดกาล
ทฤษฎีที่ยังถกเถียง
จนถึงวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่าอะไรทำให้เขาหวาดกลัวถึงขนาดนั้น แต่นักสืบสมัครเล่นทั่วโลกต่างเสนอทฤษฎีไว้หลายแบบ
-
ภาวะจิตหลอน: ทฤษฎีที่มีน้ำหนักมากที่สุด คืออาการโรคจิตเฉียบพลัน ซึ่งอาจถูกกระตุ้นจากผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะ Cefuroxime ที่เขากินรักษาแก้วหูแตก
-
หนีตายหรือฆาตกรรม: บางคนเชื่อว่าเขาอาจถูกข่มขู่จริงจากกลุ่มคนที่ทะเลาะด้วย หรือเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมาย จึงต้องหนีอย่างเร่งด่วน
-
ปริศนาที่ไม่ลงตัว: ความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว การทิ้งสิ่งของจำเป็นไว้ทั้งหมด รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าทฤษฎีจิตหลอนก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมเขาถึงวิ่งเข้าไปในป่าและไม่เคยพบศพ
คดีนี้ยังคงเป็นปริศนา และยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักสืบสมัครเล่นทั่วโลก บางคนถึงกับเรียกลาร์สว่า “นักท่องเที่ยวที่หายตัวไปอย่างลึกลับที่สุดในโลก”
ผมว่าเรื่องนี้มันโคตรพีคตรงที่... หนึ่งคือ...การหายตัวไปแบบทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง สองคือ...ภาพสุดท้ายที่เหมือนคนหนีตายจริง ๆ สามคือ...จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครหาศพหรือคำตอบได้
สุดท้ายนี้... เรื่องของลาร์ส มิตตังค์เป็นเครื่องเตือนใจว่า “บางครั้งความจริงก็แปลกกว่าหนัง” และโลกนี้ยังเต็มไปด้วยปริศนาที่ไม่มีใครไขได้
ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
อ้างอิงจาก: coffeeman
All That's Interesting, MEL Magazine, Youtube/Dr. Todd Grande (Lars Mittank Disappearance)
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
ประเทศที่มีคาสิโนมากที่สุดในโลก
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
ทำไม "ข้าวกะเพราร้านข้างทาง" ถึงอร่อยสะท้านใจกว่าร้านหรูแพงระยับ?
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
เด็กญี่ปุ่นโหวต 12 กฎระเบียบของโรงเรียน ที่เข้าใจยากที่สุด!!
เมนูจากดอกงิ้ว ดอกสวย ต้นสังหาร
"กรุงเทพฯ" คว้าแชมป์ "เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2026"..กัมพูชาไม่ติดโผเลย
มือถือแบตหมดไว... ไม่ได้มาจาก Wi-Fi อย่างที่คนไทยเข้าใจผิดกันทั้งประเทศ!
ถ้ำใต้น้ำลึก 48 เมตร กลายเป็นกับดักมรณะ! ทีมดำน้ำ 5 คนในมัลดีฟส์เสียชีวิต


