พ่ออุปถัมภ์ที่รับแต่ “เด็กใกล้ตาย” โมฮาเหม็ด บีซีก หัวใจที่ใหญ่กว่าทะเลทราย
วันนี้ผมมีเรื่องราวที่ทั้งสะเทือนใจ ทั้งอบอุ่น และทั้งพีคสุด ๆ มาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องจริงของชายชาวลิเบียคนหนึ่งที่เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนวิศวกรรม แต่ชีวิตกลับพาเขาไปสู่ภารกิจที่แทบไม่มีใครกล้าทำใจยอมรับ...นั่นคือการรับเด็กที่กำลังจะตายเข้ามาอยู่ในบ้าน และในหัวใจของเขา
จากนักเรียนวิศวกรรม สู่พ่ออุปถัมภ์เด็กใกล้ตาย
กว่า 40 ปีที่แล้ว “โมฮาเหม็ด บีซีก” เดินทางจากลิเบียไปยังสหรัฐฯ เพื่อศึกษาต่อด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่เส้นทางชีวิตของเขากลับหักเหไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด เขากลายเป็นหนึ่งในพ่อแม่อุปถัมภ์ไม่กี่คนในลอสแอนเจลิส ที่ได้รับใบอนุญาตพิเศษให้ดูแลเฉพาะ “เด็กที่ป่วยระยะสุดท้าย”
เด็กเหล่านี้คือเด็กที่แพทย์บอกว่า “มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน” และที่สำคัญที่สุด...ไม่มีใครต้องการพวกเขาอีกแล้ว
80 ชีวิตในบ้านหลังเล็ก
ลองนึกภาพเด็กกว่า 80 คน ที่โมฮาเหม็ดเคยดูแลตลอดสามทศวรรษ ในนั้น 10 คนจากโลกนี้ไป...ในอ้อมกอดของเขา
เด็กบางคนมาถึงโดยไม่มีแม้แต่ชื่อ บางคนถูกทิ้งในสภาพย่ำแย่ แต่สิ่งแรกที่โมฮาเหม็ดทำคือ “ตั้งชื่อให้พวกเขา” เพื่อให้รู้ว่าพวกเขามีค่า มีความหมาย และเป็นที่รัก
หมอบางคนคาดว่าเด็กบางคนจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ไม่กี่สัปดาห์ แต่ด้วยความรักและการดูแลอย่างทุ่มเท บางคนก็สามารถยืดชีวิตไปอีกหลายปีอย่างปาฏิหาริย์
คำตอบที่รู้ว่าจะเจ็บ แต่ยังตอบว่า “ตกลง”
โมฮาเหม็ดเคยพูดไว้ว่า...
“ทุกครั้งที่ผมตอบ ‘ตกลง’ รับเด็กคนใหม่เข้าบ้าน ผมรู้ดีว่าตอนจบคือหัวใจที่แตกสลาย”
แต่เขาก็ยังตอบ “ตกลง” ทุกครั้ง เพราะความมุ่งมั่นเดียวของเขาคือ จะต้องไม่มีเด็กคนไหนตายบนเตียงโรงพยาบาลเย็นชืด พวกเขาจะได้จากไปอย่างสงบ อบอุ่น และปลอดภัย...ในอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยความรัก
สูญเสียภรรยา แต่ยังต้องยืนหยัด
หลังจากภรรยาเสียชีวิตในปี 2013 โมฮาเหม็ดต้องแบกรับภาระทั้งหมดนี้เพียงลำพัง ไม่ใช่แค่การดูแลเด็กอุปถัมภ์ที่ป่วยระยะสุดท้ายเท่านั้น แต่เขายังต้องดูแลลูกชายแท้ ๆ วัย 19 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคกระดูกเปราะและมีภาวะแคระแกร็น
ท่ามกลางความท้าทายและการสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า โมฮาเหม็ดยังคงยืนหยัด หัวใจของเขาแข็งแกร่งด้วยความศรัทธา
เขาเชื่อว่า...
“เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ที่ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”
ปัจจุบันยังคงสู้ แม้ร่างกายไม่แข็งแรง
ทุกวันนี้ โมฮาเหม็ดกำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งลำไส้ระยะที่ 2 แต่เขาก็ยังทำหน้าที่นี้ต่อไปโดยไม่ย่อท้อ
ตอนนี้เขากำลังดูแลเด็กหญิงตัวน้อยที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติทางสมองรุนแรง เด็กที่ไม่มีใครอยากรับดูแลอีกแล้ว
เขาพูดถึงเธอว่า...
“เธออาจพูดไม่ได้ อาจเคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนปกติ แต่เธอมีความรู้สึก มีจิตวิญญาณ เธอคือมนุษย์”
“แม่ชีเทเรซาชาวมุสลิม”
โลกต่างเรียกเขาว่า “แม่ชีเทเรซาชาวมุสลิม” แต่สำหรับโมฮาเหม็ด เขาไม่ต้องการฉายาใด ๆ สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือ ทำให้แน่ใจว่าชีวิตน้อย ๆ ทุกชีวิต... ไม่ว่าจะสั้นเพียงใด จะได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม จนถึงลมหายใจสุดท้าย
ผมว่าเรื่องนี้มันโคตรพีคตรงที่... หนึ่งคือ...ชายคนหนึ่งที่ควรจะเป็นวิศวกร กลับเลือกเป็นพ่อของเด็กที่ไม่มีใครต้องการ สองคือ...เขารู้ว่าตอนจบคือความเจ็บปวด แต่ก็ยังเลือกตอบว่า “ตกลง” สามคือ...ความรักที่เขามอบให้เด็ก ๆ ไม่ได้ยืดชีวิตแค่ทางกาย แต่ยืดชีวิตทางใจด้วย
สุดท้ายนี้... ขอปรบมือให้โมฮาเหม็ด บีซีก ชายที่หัวใจใหญ่กว่าทะเลทราย และขอให้เรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน ว่า “ความรักที่แท้จริง ไม่ได้วัดด้วยระยะเวลา แต่วัดด้วยความหมายที่เรามอบให้กัน” ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
อ้างอิงจาก: coffeeman
Los Angeles Times, GoFundMe (Mohamed Bzeek: Fostering Humanity)
ทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดี
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่าง
เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ส่องสถิติ "เลขท้าย 2 ตัว" ออกซ้ำบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปี มีเลขไหนบ้าง?
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ทำไมเวลาเผลอเหยียบเท้าหมาหรือแมวถึงต้องรีบพูดขอโทษด้วยเสียงสอง
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ผงซักฟอกยี่ห้อแรกในไทย อาจไม่ใช่ 'แฟ้บอย่างที่หลายคนเข้าใจ”
ทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก

