‘สะสางเรื่องที่ติดค้างคาอยู่ในใจ ให้ชีวิตก้าวต่อไปอย่างไร้กังวล’ Unfinished Business
Unfinished Business แปลว่า การงานที่ยังคั่งค้าง สำหรับในทางจิตวิทยานั้นหมายถึง ‘เรื่องที่ยังคั่งค้างอยู่ในใจ’ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่ยอมเผชิญหน้า ไม่พูดถึง แล้วพยายามก้าวผ่านเหตุการณ์นั้นไปให้เร็วที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวที่กระทบกระเทือนความรู้สึก และ ความสัมพันธ์ เช่น ทะเลาะกับเพื่อนสนิท ผิดใจกับแฟนที่เคยรัก การทำไม่ดีกับใครบางคนทั้งที่รู้ว่าไม่สมควรทำ หรือ เหตุการณ์อื่นที่สร้างรอยเร้าในใจ ถึงขั้นต้องยุติความสัมพันธ์ลง
ซึ่งคล้ายแรงผลักดันที่คอยกระตุ้นเร้าให้เราตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อผ่อนคลายความคับข้องใจให้บางเบาลง ด้วยการใช้เหตุผลบางอย่าง เพื่อก้าวผ่านเหตุการณ์นั้นไปให้เร็วที่สุด เพราะกลัวความเสียใจ แต่สุดท้ายสิ่งเหล่านั้นก็ยังค้างคาอยู่ข้างใน เพราะไม่ได้รับการแก้ไข จัดการให้เรียบร้อย กลายเป็นความรู้สึกกังวล หม่นหมอง ติดอยู่ในใจ อาจด้วยการจากลา การสูญเสียคนนั้นจากความตาย ความผิดใจกันไปอย่างไม่มีวันคืนกลับได้ดังเดิม การที่ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ไม่มีใครอยู่ให้กล่าวขอโทษ และ ปรับความเข้าใจต่อกันอีก เหมือนเชือกที่ผูกรั้งไว้จนไม่สามารถก้าวต่อไปได้อย่างอิสระ หัวเราะไม่สุดเสียง ยังคงนึกถึงเสมอ และ ในบางกรณีอาจส่งผลกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เริ่มสะสางเรื่องในใจอย่างไร
1.เขียนเรื่องราวทั้งหมดออกมา วิธีที่พาให้เรากลับไปเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่อยู่ในใจอีกครั้ง ลองเขียนถึงเหตุการณ์เหล่านั้นออกมาอย่างละเอียด เขียนเพื่อให้ตัวเองได้มองเห็นเหตุการณ์นี้อย่างชัดเจนอีกครั้ง เมื่อเขียนเสร็จ คุณอาจจะพบว่าในจิตใจเริ่มเบาสบายขึ้น
2.ทำความเข้าใจเรื่องราวนี้อีกครั้ง ว่าในวันนี้เรามีมุมมองต่อสิ่งนี้อย่างไร นักจิตวิทยาแนะนำให้เราพยายามมองหาข้อดีในเหตุการณ์เหล่านั้น อย่างน้อยแม้จะเป็นเรื่องเลวร้ายที่ไม่ควรเกิดขึ้น ก็พยายามถามตัวเองว่าเรื่องนี้ได้ฝากบทเรียนอะไรให้ได้เรียนรู้บ้าง เพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกหม่นหมองที่มีต่อเหตุการณ์นั้น
3.เผชิญหน้า หากเป็นเรื่องราวที่มีอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น คนรักเก่าที่เลิกรา เพื่อนสนิทที่เคยทะเลาะกัน ลองไปพบกับพวกเขาอีกสักครั้ง สำหรับใครที่กายพร้อม ใจพร้อม สามารถกลับไปเจอคนที่ยังติดค้างกันอยู่เพื่อจบเรื่องราวที่คั่งค้างได้ นั่นถือเป็นโอกาสที่ดี แต่แน่นอนว่าการเผชิญหน้าไม่ได้หมายความว่าต้องกลับไปเจอคนคนนั้นจริง ๆ ก็ได้ เพราะบางคนก็หลุดหายจากวงโคจร บางคนก็กลายเป็นคนไม่รู้จักกันไปแล้ว และ อาจมีบางคนที่จากไปตลอดกาล ให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘หากเจอคนคนนั้น อยากบอกอะไรกับเขา’ และ พูด หรือ เขียนสิ่งเหล่านั้นออกมา ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณ ขอโทษ หรือ เรื่องที่อยากปรับความเข้าใจ เท่านี้ก็ถือว่าได้พูดในสิ่งที่อยากพูดมาตลอด ได้ปลดล็อกความรู้สึกค้างคาออกไปได้ อย่างน้อยก็ได้ยกก้อนหนักอึ้งในใจออกมาไว้บนหน้ากระดาษแล้วส่วนหนึ่ง เพราะหนทางที่จะหลุดออกจากวงจรนี้ได้มีเพียงทางเดียวคือกลับไป เผชิญหน้า แม้จะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย แต่สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ ทำใจยอมรับความจริงกับสิ่งนั้น และ จัดการมันให้เรียบร้อย เพื่อให้พร้อมก้าวเดินต่อไปได้
4.การให้อภัย ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องกลับไปคืนดี หรือ กลับไปใช้ชีวิตแบบวันเก่า ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หมายถึงการเลิกโกรธเคือง ไม่ปล่อยให้เรื่องราวในอดีตมากำหนดชีวิตในอนาคตได้ และ ไม่ปล่อยให้คนเหล่านั้นมามีอิทธิพลกับจิตใจของตัวเองอีกต่อไป เพื่อให้เราเป็นอิสระ สามารถหลุดพ้นจากคืนวันเก่า ๆ ที่รู้สึกค้างคาใจได้อย่างแท้จริงเสียที
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
ดราม่าชายแดนเดือด! เครือข่าย ‘จีนเทา’ ไม่พอใจไทยตั้งตู้คอนเทนเนอร์กั้นพรมแดน ลั่นไม่ให้อภัย จุดกระแสถกเถียงสองฝั่ง”
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าว
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
😯 ชวนเข้ามาดูตัวอย่างที่ชัดเจนที่พิสูจน์ว่าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ยังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ 😃
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
รอยสักอมตะจากชั้นดินเยือกแข็ง: ถอดรหัสชีวิต "เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งไซบีเรีย"
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง







