หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทหารกูรข่า คู่สงครามสู่พันธมิตรคนสำคัญ

โพสท์โดย Thai Weapon Channel

เมื่อกล่าวถึงหน่วยรบที่แข็งแกร่งและน่าเกรงขามที่สุดในโลก ชื่อของ “ทหารกูรข่า” มักจะถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ อยู่เสมอ ด้วยชื่อเสียงด้านความดุดัน ทักษะการต่อสู้อันยอดเยี่ยม และความจงรักภักดีที่ไม่เป็นสองรองใคร ทหารกูรข่ามีที่มาจากเมืองกูรข่าในเนปาล และประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ เช่น ชาวข่า, ชาวกูรุง, ชาวมาการ์ รวมทั้งชาวฮินดูวรรณะสูง แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า ความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 200 ปีระหว่างนักรบแห่งเนปาลกับกองทัพอังกฤษนั้นมีจุดเริ่มต้นที่น่าประหลาดใจอย่างไร

บทความนี้จะพาไปสำรวจ 4 เกร็ดความจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับตำนานนักรบผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ ซึ่งจะเผยให้เห็นว่าเรื่องราวของพวกเขานั้นซับซ้อนและน่าสนใจยิ่งกว่าที่เคยรับรู้มา

จากคู่สงครามสู่พันธมิตรคนสำคัญ: จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ความสัมพันธ์ระหว่างทหารกูรข่าและอังกฤษไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นมิตร แต่ถือกำเนิดขึ้นจากการเป็นศัตรูคู่อาฆาตในสนามรบมาก่อน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ได้เกิด “สงครามแองโกล-เนปาล” (ปี 1814-1816) ขึ้น เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างต้องการขยายอำนาจเข้าไปในพื้นที่เทือกเขาทางตอนเหนือของอินเดีย

สงครามครั้งนี้ทำให้กองกำลังของบริษัทอินเดียตะวันออก (EIC) ของอังกฤษต้องสูญเสียงบประมาณและกำลังพลไปไม่น้อย แต่ด้วยความได้เปรียบด้านทรัพยากร ในที่สุดอังกฤษก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ อย่างไรก็ตาม นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าประหลาดใจและพลิกหน้าประวัติศาสตร์ แม้กองทัพกูรข่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ทักษะการรบและความกล้าหาญอย่างไม่เกรงกลัวความตายของพวกเขากลับสร้างความตกตะลึงและประทับใจอย่างลึกซึ้งให้แก่กองทัพอังกฤษ จนเกิดเป็นบทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการตัดสินใจเปิดรับทหารกูรข่าเข้าประจำการในกองกำลังของตน

ผลของสงครามจบลงด้วย “สนธิสัญญาซาเกาลี” ที่ลงนามเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ปี 1816 ซึ่งทำให้เนปาลต้องสูญเสียดินแดนราวกึ่งหนึ่งและยอมให้อังกฤษมีอำนาจชี้นำทางการเมือง ผลลัพธ์นี้จึงเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง: ในขณะที่เนปาลต้องยอมจำนนทางการเมือง แต่เกียรติภูมิของนักรบกูรข่ากลับได้รับการยอมรับอย่างสูงสุดจากคู่สงครามของตนเอง

‘มีดกูกรี’ อาวุธประจำกายที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความน่าเกรงขาม

ทหารกูรข่าทุกคนจะมีอาวุธประจำกายที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ “มีดกูกรี” (Khukuri) แม้ว่าความเร็วของมีดอาจไม่สามารถเทียบได้กับกระสุนปืน แต่ความแม่นยำและประสิทธิภาพของมันในการต่อสู้ระยะประชิดนั้นเป็นที่ประจักษ์ เพราะมีดกูกรีได้ปลิดชีพศัตรูในสนามรบมาแล้วนับไม่ถ้วน

ความสำคัญของมีดกูกรีไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นอาวุธ แต่มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงตัวตนและเกียรติภูมิของนักรบกลุ่มนี้ โดยภาพมีดกูกรีไขว้กันได้ถูกนำมาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำหน่วยของทหารกูรข่า ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความน่าเกรงขามที่ศัตรูต่างต้องหวาดหวั่น

ความภักดีที่ช่วยสถาปนา ‘บริติชราช’ ในอินเดีย

ก่อนจะถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ทหารกูรข่าได้พิสูจน์ความภักดีต่ออังกฤษในสนามรบมาแล้วหลายครั้งในนามของบริษัทอินเดียตะวันออก ทั้งใน สงครามพินดารี (ปี 1817-1818) และ สงครามซิกข์ (ปี 1845-1846 และ 1848-1849) แต่บทบาทของพวกเขาโดดเด่นอย่างยิ่งในช่วงเวลาวิกฤตที่สุดของอังกฤษในอินเดีย นั่นคือเหตุการณ์ “กบฏอินเดีย” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กบฏซีปอย” (ปี 1857-1858)

ในขณะที่ทหารซีปอย (ทหารอินเดีย) จำนวนมากที่รับใช้บริษัทฯ ได้ลุกขึ้นก่อกบฏต่อต้านอำนาจของอังกฤษ แต่ทหารกูรข่ายังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างจงรักภักดีเคียงข้างอังกฤษอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ความภักดีอันแน่วแน่ของพวกเขามีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะในขณะที่อังกฤษขาดแคลนกำลังพลที่ไว้ใจได้ ทหารกูรข่าผู้แข็งแกร่งและเจนศึกได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อังกฤษสามารถควบคุมสถานการณ์และปราบปรามกบฏได้สำเร็จ ซึ่งนำไปสู่การที่อังกฤษเข้ายึดครองอินเดียโดยตรงและสถาปนาการปกครองที่เรียกว่า “บริติชราช” (British Raj) ซึ่งดำเนินต่อเนื่องยาวนานเกือบ 90 ปี

ตำนานที่ยังมีลมหายใจ: มรดกนักรบกว่า 200 ปีที่ยังคงอยู่

เรื่องราวของทหารกูรข่าไม่ใช่เป็นเพียงตำนานที่ถูกเล่าขานในหน้าประวัติศาสตร์ แต่เป็นมรดกของนักรบที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้ยังมีทหารกูรข่าหลายพันนายประจำการอยู่ในกองทัพบริติช และอีกหลายหมื่นนายรับใช้อยู่ในกองทัพอินเดีย ซึ่งยังคงรักษามาตรฐานความแข็งแกร่งและความมีวินัยไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย

เพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงการยอมรับในความกล้าหาญและการเสียสละที่ทหารกูรข่ามีต่อกองทัพบริติชมาตลอดหลายศตวรรษ จึงได้มีการจัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์กูรข่า” (Gurkha Museum) ขึ้นที่เมืองวินเชสเตอร์ ในมณฑลแฮมป์เชียร์ ประเทศอังกฤษ เพื่อรวบรวมและจัดแสดงเรื่องราวเกียรติประวัติของพวกเขาให้คนรุ่นหลังได้รับรู้

 

จากคู่สงครามในสมรภูมิสู่การเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ภักดีที่สุด เรื่องราวของทหารกูรข่าคือบทพิสูจน์ความสัมพันธ์อันน่าทึ่งที่ก่อกำเนิดขึ้นจากความประทับใจในความสามารถและความกล้าหาญของศัตรู พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงนักรบรับจ้าง แต่เป็นส่วนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิบริติชและยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้

เรื่องราวของทหารกูรข่าบอกอะไรเราเกี่ยวกับความหมายของเกียรติยศ ความภักดี และการสร้างมิตรภาพจากสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุด? นี่อาจเป็นคำถามที่น่าขบคิดต่อไป

โพสท์โดย: Thai Weapon Channel
อ้างอิงจาก: หนังสือ Bugles and a Tiger: My Life in the Gurkhas เป็นหนังสืออัตชีวประวัติที่เล่าถึงประสบการณ์ของผู้เขียนในการรับใช้กับทหารกูรข่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมรภูมิพม่า เป็นที่ยอมรับว่าเขียนได้ดีและมีอิทธิพลต่อการรับรู้เกี่ยวกับกูรข่า, หนังสือ The Gurkhas: The Inside Story of the World's Most Feared Soldiers เป็นการเจาะลึกเรื่องราวภายในของทหารกูรข่า ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา การฝึกฝน ไปจนถึงวีรกรรมในการรบต่างๆ โดยผู้เขียนได้เดินทางไปเนปาลและพูดคุยกับทหารกูรข่าหลายคน, หนังสือ Gurkha: Better to Die than Live a Coward: My Life in the Gurkhas เป็นเรื่องราวชีวิตของทหารกูรข่าร่วมสมัยที่เล่าประสบการณ์การฝึกฝนอย่างเข้มงวด และการรับใช้ในกองทัพอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรบในอัฟกานิสถาน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Thai Weapon Channel's profile


โพสท์โดย: Thai Weapon Channel
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทยการทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!เขมรประท้วงผู้บริหารโรงงานรองเท้าชาวจีนเหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนานสาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทยการกลับมาของวิญญาณศิลป์: ‘มหาอุมมังคชาดก’ ผลงานระดับตำนานของ ถวัลย์ ดัชนี คืนถิ่นไทยในรอบ 50 ปี“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดาผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ถ้าอากาศหนาวเย็น อาบน้ำน้อยลงหน่อยก็ได้ อย่าท้าทายกับระบบเด้อ ขอบคุณครับทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แร็ปเปอร์ D.Ark พ้นผิดกล่าวหาว่าเสwกัญชารวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ถ้าอากาศหนาวเย็น อาบน้ำน้อยลงหน่อยก็ได้ อย่าท้าทายกับระบบเด้อ ขอบคุณครับยารักษาโรคที่แพงที่สุด เท่าที่มีวางขายอยู่จริงบนโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : Calceolaria uniflora ดอกไม้ที่ดูคล้ายกับ "มนุษย์ต่างดาวตัวจิ๋ว" สวยน่ารักดีน๊าทึ่งทั่วโลก : แคปิตอล เกต "หอเอนแห่งอาบูดาบี" อาคารที่เอนโดยฝีมือมนุษย์ที่มากที่สุดในโลกเหตุผลข้อสำคัญที่สุด ที่ทำให้คนจีนนิยมย้ายมาอยู่ในประเทศไทยโทรศัพท์มือถือแบบมีกล้องดิจิทัล รุ่นแรกที่วางขายบนโลก
ตั้งกระทู้ใหม่