รถ 600 ดอลลาร์ ค่าปรับ 3.5 ล้าน เมื่อแฟนเก่าทิ้งรถไว้สนามบิน แล้วให้เธอรับกรรมคนเดียว
วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดพีคที่ทั้งบ้าบอ ทั้งน่าหยิกหัว และทั้งน่าเห็นใจมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชิคาโก สหรัฐอเมริกา กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องกลายเป็น “เจ้าหนี้ค่าปรับอันดับต้น ๆ ของเมือง” ทั้งที่เธอไม่เคยขับรถคันนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
เรื่องมันเริ่มต้นในปี 2008 “เจนนิเฟอร์” หญิงสาวผู้โชคร้าย ยอมให้แฟนหนุ่มชื่อ “แบรนดอน” ซื้อรถเชฟโรเลต มอนติ คาร์โล ปี 1999 สีม่วง ในราคา 600 ดอลลาร์ โดยจดทะเบียนในชื่อของเธอ เพื่อความสะดวกในการทำเรื่องเอกสาร ทั้งที่แบรนดอนเป็นคนขับหลัก
ผ่านไปหนึ่งปี ความรักพังไม่เป็นท่า ทั้งคู่เลิกกันแบบไม่สวย และแทนที่แบรนดอนจะเคลียร์เรื่องรถให้เรียบร้อย เขากลับ “ทิ้งรถไว้ในลานจอดของที่ทำงาน” ซึ่งก็คือสนามบินโอแฮร์—พื้นที่ปิดที่คนทั่วไปเข้าไม่ได้
เจนนิเฟอร์ไม่มีทั้งกุญแจ ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในพื้นที่ และไม่มีทางเอารถออกมาได้ แต่แบรนดอนก็ไม่ช่วยอะไรเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เวลาผ่านไป... ใบสั่งจอดรถก็เริ่มทยอยส่งถึงบ้าน เธอพยายามโทรชี้แจงกับหน่วยงานต่าง ๆ แต่ทุกครั้งก็ได้คำตอบเดิมว่า
“รถอยู่ในชื่อคุณ”
ที่น่าหยุมหัวที่สุดคือ... มีรายงานว่าแบรนดอน “แอบย้ายรถไปมาในลานจอด” เพื่อหลบใบสั่ง เหมือนเล่นซ่อนแอบกับเจ้าหน้าที่ ปล่อยให้ชื่อของเจนนิเฟอร์รับภาระทุกอย่าง ขณะที่รถคันนั้นค่อย ๆ ผุพัง กลายเป็นซากเหล็กที่เต็มไปด้วยใบสั่ง ซ้อนทับกัน “นับร้อยใบ”
ตามกฎของชิคาโก รถที่จอดเกิน 30 วันต้องถูกลากออกไป แต่เจ้าหน้าที่กลับ “ละเลย” ปล่อยให้รถจอดนิ่งอยู่อย่างนั้น “หลายปี”
ค่าปรับก็เพิ่มจากหลักร้อย พอกพูนเรื่อย ๆ จนกลายเป็น “หลักแสน”
จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2012 รถคันนั้นถูกลากออกไปในที่สุด แต่ยอดค่าปรับพุ่งถึง “105,761 ดอลลาร์” หรือกว่า “3.5 ล้านบาท” จากใบสั่ง “678 ใบ!”
เจนนิเฟอร์ถูกจัดอันดับให้เป็น หนึ่งใน “ผู้ค้างค่าปรับสูงสุดของเมือง” ทั้งที่ไม่เคยจับพวงมาลัยคันนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เธอไม่ยอมครับ ตัดสินใจยื่นฟ้องแบรนดอน สายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส (ที่แบรนดอนทำงาน) และ “นครชิคาโก” โดยยืนยันว่าเธอไม่มีสิทธิ์ครอบครองรถเลย ในช่วงที่เกิดการปรับ
คดีของเธอกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ สะท้อนถึง “ช่องโหว่ของระบบราชการ” และ “ความแสบของแฟนเก่า” ที่ปล่อยให้เธอรับกรรมแทน
หลังแรงกดดันจากสื่อและสาธารณชน เมืองชิคาโกยอมเจรจา และในเดือนสิงหาคม 2013 พวกเขาตกลง “ยกเลิกหนี้กว่าแสนดอลลาร์” เหลือเพียง “4,470 ดอลลาร์” ที่เป็นค่าปรับตามกฎหมายจริง
โดยแบรนดอนจ่าย 1,600 ดอลลาร์ ส่วนเจนนิเฟอร์ผ่อนที่เหลือจนหมด
ฝันร้ายสี่ปีจึงสิ้นสุดลง เธอกลับมาสร้างชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง ส่วนรถเจ้าปัญหาก็ถูกส่งไปเป็นเศษเหล็ก กลายเป็นหนึ่งใน “คดีค่าปรับสุดบ้าคลั่ง” ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชิคาโก
ผมว่าเรื่องนี้มันโคตรพีคตรงที่... หนึ่งคือ...รถราคา 600 ดอลลาร์ แต่ค่าปรับพุ่งไป 3.5 ล้าน สองคือ...ระบบราชการที่ไม่ฟังเหตุผล สามคือ...แฟนเก่าที่แสบระดับตำนาน
สุดท้ายนี้... ขอให้เรื่องของเจนนิเฟอร์ เป็นบทเรียนให้ทุกคนว่า
“อย่าไว้ใจให้ใครจดทะเบียนรถในชื่อเรา ถ้าไม่มั่นใจว่าเขาจะรับผิดชอบ” ไว้พบกันใหม่ครับ
เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่าง
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ส่องสถิติ "เลขท้าย 2 ตัว" ออกซ้ำบ่อยที่สุดในรอบ 10 ปี มีเลขไหนบ้าง?
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดี
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ทำไมเวลาเผลอเหยียบเท้าหมาหรือแมวถึงต้องรีบพูดขอโทษด้วยเสียงสอง
ทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ผงซักฟอกยี่ห้อแรกในไทย อาจไม่ใช่ 'แฟ้บอย่างที่หลายคนเข้าใจ”
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก

