ขั้นตอนการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค
ขั้นตอนการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคมี 2 วิธีใหญ่ๆ คือ
- Top Down Approach
วิเคราะห์ดัชนีตลาดก่อนดัชนีกลุ่ม แล้วจึงวิเคราะห์หุ้นรายตัว สามารถอธิบายเริ่มจากการวิเคราะห์ดัชนี (index) รวมก่อน หากดัชนีรวมไม่น่าไว้ใจก็เลิก วิเคราะห์เลย หากดัชนีรวมใช้ได้ ก็มาวิเคราะห์แต่ละเซกเตอร์ (sectors) ว่าเซกเตอร์ ใดดีกว่า น่าสนใจกว่า หรือเป็นกลุ่มนําตลาด จากนั้นจึงเจาะเข้าหาว่าหุ้นตัวใดตัว หนึ่งในกลุ่มดังกล่าวเป็นตัวนําตลาด แล้วจึงวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง
- Bottom up Approach
วิเคราะห์หุ้นรายตัวก่อนจึงวิเคราะห์กลุ่มของมัน แล้วจึงดูตลาดรวม สามารถอธิบายได้ดังนี้
เริ่มจากการสังเกตว่าหุ้นใดเป็นตัวนำตลาด หรือในปัจจุบันนี้ก็ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโปรแกรมวิเคราะห์หุ้นช่วยกรองหาหลักทรัพย์ตามเงื่อนไขที่ต้องการ (วิธี scanning หรือ explore) เมื่อได้หลักทรัพย์ตามต้องการแล้ว จากนั้นจึงวิเคราะห์กลุ่มของมันว่ากราฟใช้ได้หรือไม่ หากพอใช้ได้ ก็วิเคราะห์ดัชนีรวมอีกครั้งว่าพอใช้ได้ไหม หากใช้ได้ ก็กลับมาวิเคราะห์หลักทรัพย์นั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง
สรุปว่าในอดีตที่คอมพิวเตอร์ยังมีราคาแพง การวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องใช้เวลาอย่างมากมาย แต่เมื่อคอมพิวเตอร์มีราคาถูกลง ประกอบกับโปรแกรมวิเคราะห์หลักทรัพย์ก็ได้รับการพัฒนา จนมาถึงปัจจุบันเราสามารถวิเคราะห์หุ้นได้สะดวกและใช้เวลาน้อยลง โดยมีขั้นตอนดังนี้
- หาระบบ Trading ที่เหมาะสมกับสภาพตลาดในขณะนั้น หรือโดยการทำ System Test บางโปรแกรมอาจเรียกว่า Back Test
- กรองหาหลักทรัพย์ตามเงื่อนไขที่ต้องการ (วิธี scanning หรือ explore)
โดยการกรองหุ้นที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่เราต้องการออกไปเหลือไว้แต่หุ้นที่น่าสนใจ เช่น
-หุ้นที่แข็งกว่าตลาดรวม (Outperform)
-หุ้นที่พร้อมจะวิ่ง
-หุ้นราคาถูกที่เริ่มมีแนวโน้มที่เปลี่ยนไปในทางที่ดี
เราวิเคราะห์หุ้นเพื่อหาหุ้นที่มีแนวโน้มที่ดีน่าลงทุน และควรจะหาข้อมูลของหุ้น
- แนวโน้มของหุ้นนั้นเป็นอย่างไร
- หาจังหวะเวลาที่ควรเข้าซื้อ
- หาราคาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ
- หาจุดที่ควรตั้งเป็นจุด Stop Loss
- หาจุดที่ควรขายออก
อย่าลืมว่า อย่าซื้อหุ้นมากจนดูแลไม่ทั่วถึง และวิเคราะห์ให้มั่นใจว่าหุ้นที่สนใจมีแนวโน้มที่ดี แล้วซื้อให้มากเพื่อให้คุ้มกับการติดตาม เมื่อซื้อแล้วก็ควรติดตามให้ดีว่ายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจหรือไม่ หากการเคลื่อนที่ของราคาไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ก็ควรหาวิธีการแก้ไขไว้ล่วงหน้า เพราะไม่มีใครที่จะวิเคราะห์เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้องทุกครั้ง การวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามที่ดีอย่างหนึ่งก็คือ Check list ควรจะออกแบบให้สะดวกในการดู ซึ่งแต่ละคนอาจต้องการไม่เหมือนกัน เพราะความเชื่อถือในเครื่องมือของแต่ละคนอาจไม่ตรงกัน ที่ควรจะใช้ Check list เพราะเป็นการกันลืมว่ายังไม่ได้ดูอะไรบ้าง
และในระหว่างการติดตาม ควรมีการประมาณการว่าถ้าหุ้นปิดสูงจะทำให้สัญญาณเป็นอย่างไร ถ้าหุ้นปิดต่ำจะทำให้สัญญาณเป็นอย่างไร ซึ่งเรียกว่า “What if” บางท่านอาจต้องการรู้ว่า หากหุ้นปิดที่ราคาที่คิดไว้ จะทำให้สัญญาณที่สนใจมีค่าเท่าใด อย่างนี้ก็สามารถทดลองใส่ค่าลงไปได้
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้ว
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
หมาไทยทำไมต้องหลังอาน
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
หญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
ประชากรปลาหมึกยักษ์ออสเตรเลียลดลงถึง 97% จาก 63,000 ตัว เหลือเพียง 1,811 ตัว กลุ่มอนุรักษ์ฯเรียกร้องให้ขึ้นทะเบียนป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
ลือสนั่น Secret Wars! “วันด้า” เตรียมคืนชีพโค่น Doctor Doom พร้อมฉากรวมตัว Jean Grey 3 เจเนอเรชัน ส่งไม้ต่อยุค Mutant Saga 10 ปี!
จาก "ลิซ่า BLACKPINK" ถึง "เนเน่ รอยัล" ซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก