หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เพื่อนๆรู้หรือไม่ ที่มาของชื่อเมือง "ร้อยเอ็ด" นั้น มาจากอะไร ?

เขียนโดย dukedick

จังหวัดร้อยเอ็ด ดินแดนที่มีนามฟังดูแปลกหูและชวนให้ตั้งคำถามว่าทำไมเมืองหนึ่งในภาคอีสานจึงถูกเรียกว่า “ร้อยเอ็ด” ชื่อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ หากแต่มีที่มาจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความเชื่อของผู้คนในยุคโบราณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรือง ความเป็นศูนย์กลางทางการค้า และอำนาจที่แผ่ขยายออกไปในทุกทิศทุกทาง

ตามคำบอกเล่าแต่ดั้งเดิม เมืองร้อยเอ็ดเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายและเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำ เชื่อมโยงไปยังบ้านเมืองรอบข้าง เปรียบเสมือนเมืองที่มี “ประตู” เปิดออกไปได้ทุกสารทิศ จนได้รับนามว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” ความหมายของชื่อนี้จึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนของประตูจริง ๆ หากแต่อยู่ที่ภาพลักษณ์ของเมืองใหญ่ที่เปิดกว้างติดต่อกับผู้คนจากทุกทิศทาง เป็นจุดรวมแห่งอารยธรรมและการเดินทางในสมัยโบราณ

ตำนานอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่เกี่ยวกับความเป็นมาของพระธาตุพนม ได้กล่าวถึงเมืองนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า เมืองร้อยเอ็ดเป็นเมืองใหญ่ มีเมืองบริวารมากถึง 101 เมือง และมีประตูเมืองถึง 101 ประตู จึงได้ชื่อว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นักวิชาการบางส่วนได้ตั้งข้อสงสัยว่าจำนวน “ร้อยเอ็ด” นั้นอาจไม่ได้หมายถึงจริง ๆ หนึ่งร้อยเอ็ด แต่เป็นผลจากการเข้าใจผิดในวิธีเขียนตัวเลขของคนอีสานและคนลาวสมัยก่อน ซึ่งมักเขียนเลข “สิบเอ็ด” ว่า “๑๐๑” หรือ “101” เมื่อต้นฉบับตกทอดมาสู่ผู้คนรุ่นหลังที่ไม่คุ้นกับวิธีเขียนแบบเดิม จึงอ่านผิดไปว่า “หนึ่งร้อยเอ็ด” กลายเป็นที่มาของชื่อเมือง “ร้อยเอ็ด” ดังที่รู้จักกันในปัจจุบัน

ทว่าข้อสันนิษฐานนี้ก็ต้องตกไปในที่สุด เพราะจากการตรวจสอบของกรมศิลปากรในต้นฉบับใบลานของตำนานอุรังคธาตุ พบว่าการเขียนชื่อเมืองร้อยเอ็ดประตูนั้นไม่ได้ใช้ตัวเลขเลย แต่เขียนเป็นตัวอักษรทั้งหมดอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าคำว่า “ร้อยเอ็ด” ไม่ได้มาจากการอ่านเลขผิด หากเป็นชื่อที่มีเจตนาและความหมายในตัวเอง

แม้จากหลักฐานทางภาพถ่ายทางอากาศในปี พ.ศ. 2496 จะพบว่าร่องรอยของเมืองโบราณร้อยเอ็ดมีช่องทางเข้าออกอยู่เพียง 11 ประตูเท่านั้น แต่จำนวนนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์พิเศษ เพราะเมืองโบราณอื่นในยุคเดียวกัน เช่น เมืองศรีเทพ ก็มีประตูเมืองจำนวนใกล้เคียงกัน ดังนั้น จึงสันนิษฐานได้ว่าคำว่า “ร้อยเอ็ดประตู” ไม่ได้อ้างอิงจากสิ่งปลูกสร้างทางกายภาพ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรุ่งเรืองและอำนาจของเมืองมากกว่า

กรมศิลปากรได้ให้คำอธิบายที่น่าสนใจไว้ในเอกสาร “ชื่อบ้านนามเมือง...ร้อยเอ็ด” ซึ่งจัดพิมพ์ในปี พ.ศ. 2552 โดยกล่าวว่า ความหมายของคำว่า “ร้อยเอ็ดประตู” มีรากแนวคิดมาจากอินเดีย เช่นเดียวกับชื่อเมือง “ทวารวดี” ที่เมื่อแปลจากภาษาสันสกฤตจะได้ความว่า “เมืองที่มีประตูเป็นกำแพง” โดยคำว่า “ทวาร” หมายถึงประตู และ “วดี” หมายถึงรั้วหรือกำแพง การตั้งชื่อเมืองด้วยจำนวนประตูที่มากมายจึงเป็นสัญลักษณ์ของการมีอำนาจและอิทธิพลที่แผ่ขยายไปทุกทิศทาง เมื่อเปรียบเทียบกับชื่อเมืองร้อยเอ็ดประตู ก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ทั้งสองชื่อมีคติความเชื่อในแนวเดียวกัน นั่นคือ การแสดงถึงความยิ่งใหญ่ ความมั่งคั่ง และการเป็นศูนย์กลางของอำนาจ

ด้วยเหตุนี้เอง ชื่อ “ร้อยเอ็ดประตู” จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงจำนวนประตูที่มีอยู่จริง หากแต่เป็นมงคลนามที่สะท้อนถึงความเป็นเมืองใหญ่ที่เปิดกว้างสู่ทุกสารทิศ เมืองที่มีอำนาจแผ่ขยายและติดต่อกับผู้คนมากมายรอบด้าน เป็นชื่อที่เต็มไปด้วยความหมายอันเป็นสิริมงคลและศักดิ์สิทธิ์ในเชิงสัญลักษณ์

ปัจจุบัน จังหวัดร้อยเอ็ดอาจไม่ได้มีประตูเมืองมากมายดังในตำนานอีกต่อไป แต่ชื่อของมันยังคงส่องประกายด้วยความภาคภูมิใจ เป็นร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าอดีตอันรุ่งเรืองของแผ่นดินอีสาน เมืองร้อยเอ็ดจึงเปรียบเสมือนหัวใจที่เปิดกว้างต้อนรับผู้คนจากทุกสารทิศ เช่นเดียวกับความหมายของชื่อที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตกาล — เมืองแห่งประตูร้อยเอ็ดบานที่เปิดกว้างสู่โลกกว้างอย่างไม่รู้จบ.

 

ที่มาข้อมูล:

ผู้เขียน

กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม

silpa-mag

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 654 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เองคณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทยแนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการมหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริการู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะวิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เผยเคล็ดลับ "Nazar Battu" เครื่องรางมะนาวพริกสไตล์อินเดีย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เรียกลูกค้าเข้าร้านฝนหนัก 14–18 พ.ค. 2569 เช็กจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันมองเผินๆ คือกิ่งไม้…แต่ขยับได้! “แมลงกิ่งไม้ยักษ์” จอมพรางตัวแห่งออสเตรเลียจีนเปิดตัว "Unitree (รุ่นที่ถูกต้อง)" หุ่นยนต์ยักษ์ขับได้จริง! สานฝันแฟนกันดั้ม ในราคา 19 ล้านบาทค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทปี 2569 อยู่ได้จริงแค่ไหนเมื่อเทียบค่าครองชีพใช้รถมาตั้งนานเพิ่งรู้! คันโยกเล็กๆ ใต้กระจกมองหลังมีไว้ทำไม? ความลับที่ช่วยให้ขับรถกลางคืนปลอดภัยขึ้น 100%!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เผยเคล็ดลับ "Nazar Battu" เครื่องรางมะนาวพริกสไตล์อินเดีย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เรียกลูกค้าเข้าร้านรู้หรือไม่ ?...ในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมด มีแค่ "โลก" ดวงเดียวที่ไม่ได้ตั้งชื่อตามเทพเจ้า!ไม่ได้มีแค่พระองค์เดียว! เปิดลำดับ "พระพุทธเจ้า" ในอดีตและอนาคต ยอดรวมทั้งหมดมีกี่พระองค์กันแน่?"Boti" มีดทรงพระจันทร์เสี้ยว เครื่องมือทำปลา คู่ใจคนขายปลาแห่งเอเชียใต้ที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ
ตั้งกระทู้ใหม่