หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทึ่งทั่วไทย : "โขนเรือครุฑ" ที่เก่าที่สุดในประเทศไทย


เขียนโดย dukedick

ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา มีเรื่องราวหนึ่งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งอดีตและกลิ่นอายของความลึกลับจากสายน้ำ นั่นคือเรื่องของ “โขนเรือพระที่นั่ง” อันเป็นโบราณวัตถุหายากที่งมพบได้จากแม่น้ำลพบุรี วัตถุชิ้นนี้คือหลักฐานสำคัญที่บอกเล่าความรุ่งเรืองของราชสำนักอยุธยาในยุคทอง ทั้งในด้านศิลปะการช่างและพิธีกรรมทางราชประเพณีของกษัตริย์ไทยในอดีตกาล

โขนเรือชิ้นดังกล่าว ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดิมเคยจัดแสดงอยู่ภายใน พระราชวังจันทรเกษม ซึ่งเคยเป็นพระราชวังหลวงในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนจะมีการย้ายมาจัดเก็บและอนุรักษ์อย่างถาวรในพิพิธภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยและการศึกษา

หลักฐานจากเอกสารโบราณระบุว่า บริเวณที่เคยเป็น “โรงเรือพระที่นั่ง” ในสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ทางใต้ของ วัดเชิงท่า ตามแผนที่ในหนังสือของ มองสิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ ราชทูตชาวฝรั่งเศสผู้เดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เขาได้ลงรายละเอียดไว้ในบันทึกว่า บริเวณดังกล่าวอยู่เหนือป้อมเพ็ชร์ขึ้นมา ตรงหน้าวัดพนัญเชิง และข้ามฝั่งไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ เป็นอู่เรือสำหรับเรือพระที่นั่งและเรือรบของราชสำนัก

พื้นที่ระหว่างวัดเชิงท่าถึงวัดพนมโยง ยังมีเรื่องเล่าของชาวบ้านที่ถ่ายทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ “โรงเรือหลวง” หรือ “อู่หลวง” ซึ่งเคยใช้เก็บเรือพระที่นั่งและเรือกระบวนหลวงต่าง ๆ ในอดีต ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยลำรางโบราณที่ชาวบ้านเรียกว่า “คูไม้ร้อง” เชื่อกันว่าเป็นอู่ที่เคยเก็บเรือหรือมาดพระที่นั่งไว้ และมีตำนานเล่าขานกันว่า เคยมีเสียงคล้ายการร้องของหญิงสาวดังขึ้นจากอู่แห่งนั้นในยามค่ำคืน จนชาวบ้านพากันเชื่อว่าเป็น “นางไม้มาดเรือ” ที่คร่ำครวญถึงความสูญเสีย จึงตั้งชื่อสถานที่นั้นว่า “คูไม้ร้อง” สืบมาจนถึงปัจจุบัน

ตำนานและประวัติศาสตร์ของเรือพระที่นั่งแห่งอยุธยานั้นเต็มไปด้วยเหตุการณ์อันน่าเศร้า ในครั้งสงครามเมื่อ พระเจ้าอลองพญา กษัตริย์พม่ายกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยาในรัชสมัย พระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ พระองค์ทรงโปรดให้ถอยเรือพระที่นั่งทั้งหมด ทั้งเรือกิ่ง เรือไชย เรือศรี เรือกราบ และเรือศีรษะสัตว์ต่าง ๆ รวมถึงกำปั่นและเรือรบ ลงไปไว้ที่ท้ายคู แต่สุดท้ายกองทัพพม่าก็สามารถตีท้ายคูแตกและเผาทำลายเรือพระที่นั่งกับกำปั่นและเรือรบเหล่านั้นจนสิ้น เหลือรอดมาได้เพียงไม่กี่ลำ

ต่อมาในครั้งที่กรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย เมื่อปี พุทธศักราช 2310 มังมหานรธาและเนเมียวสีหบดีได้ยกทัพใหญ่เข้ามาตีกรุงอีกครั้ง ได้ความว่าแม่ทัพฝ่ายใต้ของกรุงศรีอยุธยาได้นำ “เรือพระที่นั่งกิ่ง” ไปขึ้นที่ท่าดินแดง ก่อนชักลากลงลำน้ำสมิและส่งไปถวายเจ้าอังวะที่เมืองเมาะตะมะ ส่วน “ปืนพระพิรุณ” ซึ่งเป็นปืนใหญ่ประจำเรือลำนั้น พม่าพยายามจะนำกลับไปด้วย แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักมากจึงไม่สามารถลากขึ้นบกได้ จึงตัดสินใจบรรจุดินดำและจุดระเบิดทำลายทิ้ง เหลือเพียงทองคำที่หลอมจากส่วนตกแต่งเท่านั้น

สำหรับ “โขนเรือพระครุฑพาหะ” ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาในปัจจุบันนั้น เชื่อกันว่าเป็นชิ้นส่วนจากเรือพระที่นั่งที่ได้รับความเสียหายและถูกแยกเก็บไว้ต่างหากในช่วงกรุงแตก หลังสิ้นสงคราม มีผู้คนพบชิ้นส่วนนี้ในสภาพชำรุด และนำไปตั้งศาลบูชาในพื้นที่อยุธยา เชื่อว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และมีเทพารักษ์สถิตอยู่ ผู้คนจึงมักมาขอพรและบนบานด้วยการแสดงละครหรือรำถวายเป็นประจำ

ต่อมาในรัตนโกสินทร์ศก 121 (ตรงกับ พ.ศ. 2445) ศาลดังกล่าวพังทลายลง ชิ้นส่วนโขนเรือที่เคยตั้งบูชาจึงถูกเก็บรวบรวมและนำไปอนุรักษ์ไว้ใน อยุธยาพิพิธภัณฑ์ (วังจันทรเกษม) และภายหลังจึงย้ายมาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาในปัจจุบัน

โขนเรือโบราณชิ้นนี้จึงมิได้เป็นเพียงวัตถุโบราณ หากแต่เป็น สัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง ความงาม และความสูญสิ้นของกรุงศรีอยุธยา เป็นพยานแห่งยุคสมัยที่เล่าขานถึงความยิ่งใหญ่ของราชพิธีทางน้ำในอดีต และเป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินไทยจากภัยสงคราม โขนเรือพระครุฑพาหะจึงไม่เพียงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ แต่ยังเป็นร่องรอยแห่งวิญญาณของอารยธรรมอยุธยา ที่ยังคงดำรงอยู่ในความทรงจำของแผ่นดินไทยตราบจนทุกวันนี้.

 

- ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๖๓

ที่มาบทความ:เพจ

ตามรอยวัดเก่าลุ่มน้ำลพบุรี

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
เขียนโดย dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี202610 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มีจากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูตผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7ประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุด"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทยเงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัวอันดับ 1 ของรายจ่ายที่ทำให้เงินไม่พอใช้ทั้งเดือนแบบไม่รู้ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่