ทึ่งทั่วไทย : วัดเขารูปช้าง – วัดเก่าแก่แห่งภูเขาหินขาว เมืองพิจิตร
บนผืนแผ่นดินเมืองพิจิตร เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์และศรัทธาแห่งพุทธศาสนา “วัดเขารูปช้าง” คืออีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นจนยากจะหาแห่งใดเทียบได้ — ภูเขาที่หินสีขาวซ้อนกันจนเกิดเป็น “รูปช้างคุกเข่า” ราวกับสัตว์ผู้ทรงพลังแห่งธรรมชาติได้ก้มกราบพระพุทธเจ้าอยู่ชั่วนิรันดร์
วัดเขารูปช้างถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2244 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตอนปลาย ร่วมสมัยกับวัดโพธิ์ประทับช้าง โดยมี สมุหนายก เป็นผู้ควบคุมไพร่พลมาสร้างวัดตามพระราชประสงค์ของ พระศรีสรรเพ็ชรที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ กษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งด้านการรบและการศาสนา ขณะนั้นสมุหนายกได้เดินทางมาถึงภูเขาแห่งหนึ่งที่มียอดหินสีขาวซ้อนกันเป็นรูปช้างคุกเข่า เมื่อทอดมองเห็นแต่ไกลก็ให้ความรู้สึกถึงความสง่างามและศักดิ์สิทธิ์ จึงได้เลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัด และตั้งชื่อว่า “วัดเขารูปช้าง” เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะของภูเขา
สถาปัตยกรรมของวัดเขารูปช้างสะท้อนอิทธิพลของยุคอยุธยาได้อย่างชัดเจน ทั้ง พระอุโบสถ วิหาร พระพุทธรูป และพระปรางค์เจดีย์ ล้วนแสดงถึงความประณีตและความศรัทธาในศิลปะไทยโบราณ บนยอดเขามีเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ เมื่อกระทบแสงอาทิตย์ยามเช้าจะเปล่งประกายราวทองคำงามจับตา
ต่อมาในราว พ.ศ. 2300 ได้มีการสร้าง เจดีย์บรรจุพระธาตุ ขึ้นบนส่วนหัวของรูปช้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นการสืบสานศรัทธาและการบูรณะให้วัดแห่งนี้ยังคงรุ่งเรืองต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน
อีกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของวัดเขารูปช้างเกิดขึ้นเมื่อ เจ้าฟ้ามงกุฎ หรือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ขณะทรงผนวชเป็นภิกษุ ได้เสด็จธุดงค์ผ่านเมืองนครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก และอุตรดิตถ์ และได้เสด็จมาประทับร่วมฉลองวิหารที่วัดเขารูปช้าง เมื่อวันที่ 22–26 มกราคม พ.ศ. 2376 การเสด็จครั้งนั้นนับเป็นเกียรติยศสูงสุดของวัด และเป็นหลักฐานยืนยันถึงความสำคัญของวัดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
หลังจากนั้น “งานประเพณีปิดทองไหว้พระวันเพ็ญเดือน” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อระลึกถึงช่วงเวลามงคลที่พระมหากษัตริย์ได้เสด็จมาร่วมฉลองวัด และได้กลายเป็นงานบุญประจำปีที่ชาวพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียงยังคงร่วมแรงร่วมใจจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้
ในกาลต่อมา วัดเขารูปช้างได้รับการพัฒนาและบูรณะเรื่อยมา จากยุคของ พระครูพิพัฒน์ธรรรมคุณ (หลวงพ่อเตียง) สู่ พระครูวิเวกธรรมมาภิรมย์ (หลวงพ่อเทิ้ม) ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ในการรักษาวัดและสืบสานพระพุทธศาสนา จนกระทั่งกลายเป็นวัดที่งดงามทั้งทางศิลปกรรมและจิตวิญญาณอย่างในปัจจุบัน
ทุกวันนี้ วัดเขารูปช้างยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ศรัทธาที่แวะเวียนมาสักการะพระธาตุบนยอดเขา และชมทิวทัศน์เมืองพิจิตรจากมุมสูง ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและความเงียบสงบที่โอบล้อมด้วยป่าเขา เป็นสถานที่ที่ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสได้ทั้งความงดงามทางธรรมชาติ และความศักดิ์สิทธิ์ทางจิตใจในคราวเดียวกัน
“วัดเขารูปช้าง” จึงมิใช่เพียงวัดเก่าแก่ หากแต่เป็น สัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความรุ่งเรืองของพุทธศิลป์ และร่องรอยแห่งพระมหากษัตริย์ไทยที่ยังคงก้องอยู่บนยอดเขาหินขาวแห่งนี้ตลอดกาล.
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 16 ส.ค.69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569
10 ไม้ประดับที่รับประทานได้ สวยก็ได้ กินก็ดี พร้อมแนะนำเมนูอร่อย
หนังผีไทยที่ดังที่สุด ชาวต่างชาติรู้จักและชื่นชอบมากที่สุด
"บิว ภูริพล" ทำโลกหันมามอง! สื่อสเปนตั้งฉายา "คนไทยที่บินได้" หลังวิ่งต่ำกว่า 10 วิอีกครั้ง
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
5 พืชที่เกษตรกรนิยมปลูกเพื่อไถกลบทำปุ๋ย คำนวณต้นทุนเมล็ดพันธุ์ต่อไร่แบบคร่าวๆ
ยางรถหมดอายุ ดูจากตรงไหนโดยไม่ต้องถามคนขาย
7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน
ฝันเห็นผู้เฒ่ามอบสร้อยทองให้ ก่อนงวด 16 ส.ค. 69 — ตีนิมิตผสมเลขศาสตร์และการขอพร
ไฟไหม้ระทึก! แผงโซล่าเซลล์ ม.ดังเมืองคอน
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด



