หายไปกับชายในรถกระบะขาว คดีลึกลับของเลนนี ดีริกสันที่ยังไม่มีคำตอบ
วันนี้ผมมีเรื่องราวที่ทั้งลึกลับ ทั้งชวนขนลุก และทั้งน่าคิดมาเล่าให้ฟังครับ เป็นคดีที่เกิดขึ้นจริงในปี 1998 ที่เมืองสตรองซิตี รัฐโอกลาโฮมา กับชายคนหนึ่งชื่อ “เลนนี ดีริกสัน” ที่หายตัวไปกลางวันแสก ๆ หลังคุยกับชายแปลกหน้าหน้าบ้านตัวเอง... แล้วไม่เคยกลับมาอีกเลย
เรื่องมันเริ่มจากเช้าวันธรรมดา เลนนีกำลังกินข้าวเช้ากับลูกชายวัย 16 ปีชื่อ “จาเร็ด” อยู่ดี ๆ ก็มีรถกระบะ Ford F-150 สีขาวขับมาจอดหน้าบ้าน คนขับเป็นชายไว้เคราสีน้ำตาลแดง บอกว่า “สนใจม้าที่เลนนีประกาศขาย”
เลนนีลุกออกไปคุยกับชายคนนั้น ทั้งสองดูพูดคุยกันดี ไม่มีท่าทีทะเลาะหรือขัดแย้ง แต่หลังจากนั้น...เลนนีก็ “หายตัวไป” อย่างไร้ร่องรอย
ครอบครัวรีบแจ้งตำรวจทันที มีการค้นหาทั้งทางบกและทางอากาศ แต่ไม่พบแม้แต่ร่องรอยของอุบัติเหตุ หรือหลักฐานใด ๆ
และที่ทำให้ทุกคนอึ้งคือ... เลนนี “ไม่เคยประกาศขายม้าเลยแม้แต่ตัวเดียว!”
นายอำเภอโจ เฮย์ ยืนยันว่า เลนนีเป็นคนทำงานหนัก ไม่ดื่ม ไม่เที่ยว รักลูกชายสุดหัวใจ ไม่มีทางทิ้งครอบครัวไปเฉย ๆ แน่นอน เพื่อนบ้านก็เห็นพ้องกันหมด
แต่สิ่งที่ตำรวจมั่นใจคือ ชายแปลกหน้าคนนั้น “ไม่ได้มาด้วยเหตุผลเรื่องม้า” เพราะบ้านของเลนนีอยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ มองไม่เห็นจากทางผ่าน การที่เขาขับรถมาถึงบ้านได้ แปลว่า “เขาตั้งใจมาหาเลนนีโดยเฉพาะ”
การสืบสวนร่วมกับสำนักงานสืบสวนแห่งรัฐโอกลาโฮมา ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เพราะ “ไม่มีหลักฐานชี้ชัด” จนถึงขั้นที่นายอำเภอเฮย์พูดว่า
“มันเหมือนเรากำลังตามล่าผีอยู่เลย”
เมื่อขุดลึกไปในประวัติของเลนนี ก็พบว่าเขาเคยมีปัญหาทางการเงินจากการเลิกกิจการฟาร์มโคนม แต่ชีวิตกำลังกลับมาดีขึ้น หลังเริ่มงานใหม่ที่โรงงานแปรรูปโลหะ ไม่มีวี่แววว่าอยากหนี หรือคิดจะหายไปจากชีวิตเดิม
ครอบครัวเชื่อว่า เลนนี “ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรม” เพราะวันนั้นเขาหายตัวไปพร้อมแค่เสื้อผ้าที่สวม ไม่มีเงินติดตัว ไม่มีการถอนเงินจากบัญชีธนาคาร และที่สำคัญ...เขาไม่มีทางทิ้งลูกชายไว้ตามลำพังแน่นอน
เบาะแสเดียวที่โผล่มาคือ ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน มีชายคนหนึ่งโทรมาจากบาร์ในเมืองอมาริลโล รัฐเท็กซัส อ้างว่าเห็นเลนนีอยู่ที่นั่น
แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง ทั้งเลนนีและชายผู้โทร...ก็ “หายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตน”
เลนนี ดีริกสัน หายตัวไปในวัย 39 ปี เวลาผ่านมากว่าสองทศวรรษ ครอบครัวยังเชื่อว่าเขาอาจจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ตำรวจยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่า เขาอาจจากไปด้วยเหตุผลของตัวเอง
สิ่งเดียวที่พวกเขายังคงยึดไว้ คือความเชื่อว่า...
“ชายแปลกหน้าในรถกระบะสีขาวคนนั้น” คือกุญแจสำคัญ ที่จะไขปริศนาที่ยังคงค้างคานี้
ผมว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดหลายอย่างเลยครับ หนึ่งคือ...คนเราหายไปได้จริง ๆ โดยไม่มีร่องรอย สองคือ...ความลับบางอย่างอาจซ่อนอยู่ในชีวิตที่ดูธรรมดา สามคือ...บางคดีไม่ได้ต้องการแค่หลักฐาน แต่ต้องการ “โชค” ด้วย
สุดท้ายนี้...ขอให้ครอบครัวของเลนนี ได้คำตอบในสักวันหนึ่ง และขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนว่า “ความเงียบของวันธรรมดา อาจซ่อนอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด” ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ผลกระทบของการกินของหวานมื้อดึกต่อสุขภาพฟันและร่างกาย
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
จริงหรือไม่? ขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่คน อาจถูกปรับและถึงขั้นจำคุก
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
แคปชั่นวันแม่ สั้นๆ กวนๆ ฮาๆ ซึ้งๆ เอาไว้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
แจกกลอนวันแม่ 4 บท ซึ้งๆ ความหมายดีๆ เหมาะสำหรับเขียนใส่การ์ดวันแม่
เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมตอนดึกๆ ที่ตากำลังจะปิด เตียงก็นุ่มสบาย แต่หมอฟันและคุณแม่ถึงต้องคอยชะโงกหน้ามาทักว่า "อย่าลืมแปรงฟันก่อนนอนนะ!" 😴แปรงฟันตอนเช้าก็น่าจะพอแล้วหรือเปล่า?
เปิดจอ = ปิดปาก? ทำไม "กินข้าวไปดูทีวีไป" ถึงกลายเป็นมิวสิกวิดีโอแห่งความเงียบเหงา! 📺🍚
พาลูกเที่ยวอ่าวมะนาว กองบิน5 ที่ไม่ได้มีแค่ทะเล ?
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน



