งาน‘ห่มผ้าแดงภูเขาทอง’ นมัสการพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคล เจริญรุ่งเรืองของชีวิต
เขียนโดย dukedick
เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงปลายเดือนตุลาคมของทุกปี กลิ่นอายของงานวัดภูเขาทองก็เริ่มลอยมาแตะใจคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง เสียงกลองยาวที่ดังแว่วมาจากลานวัด เสียงหัวเราะของผู้คนที่เดินสวนกันไปมา และแสงไฟระยิบระยับจากร้านค้าแผงลอยมากมาย กลายเป็นบรรยากาศอบอุ่นที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และมีชีวิตชีวา งานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทอง หรือที่ใคร ๆ เรียกกันติดปากว่า “งานวัดภูเขาทอง” ในปีพุทธศักราช 2568 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมไปจนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน รวมระยะเวลา 10 วัน 10 คืนเต็ม เป็นช่วงเวลาที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารในกรุงเทพมหานครเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ ต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาร่วมงานด้วยจิตใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธา
ท่ามกลางแสงไฟและเสียงเพลงจากลิเก ดนตรีลูกทุ่ง และกลิ่นหอมของขนมไทยที่ลอยคลุ้งอยู่ทั่ววัด สิ่งที่เป็นหัวใจของงานซึ่งทุกคนรอคอยมากที่สุดก็คือ “พิธีห่มผ้าแดงองค์พระเจดีย์บรมบรรพต” หรือภูเขาทอง พิธีสำคัญที่สืบทอดกันมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์พระเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์
ในยามเย็นของวันพิธี ขบวนผู้คนเริ่มทยอยกันขึ้นบันไดวนที่ทอดยาวรอบภูเขาทอง ผ้าแดงผืนใหญ่ถูกส่งต่อจากมือหนึ่งไปสู่อีกมือหนึ่งด้วยความเคารพ ทุกก้าวที่เดินขึ้นไปนั้นเต็มไปด้วยความสงบ ความตั้งใจ และเสียงสวดมนต์ที่ดังก้องเบา ๆ ไปทั่วบริเวณ สีแดงของผ้าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายแห่งความมงคล แต่ยังสื่อถึงพลัง ความรุ่งเรือง และความศรัทธาอันแรงกล้าที่ผู้คนมีต่อพระพุทธศาสนา เมื่อผ้าแดงค่อย ๆ ถูกคลี่ออกและห่มคลุมรอบองค์พระเจดีย์อย่างช้า ๆ ภาพนั้นดูราวกับสัญลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของศรัทธาที่เชื่อมโยงผู้คนในยุคปัจจุบันเข้ากับอดีตกว่าร้อยปี
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 10 วัน 10 คืน วัดสระเกศจะไม่เงียบเหงาแม้แต่คืนเดียว ผู้คนต่างพากันมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุ บางคนตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอพรให้ชีวิตราบรื่น บางคนพาเด็ก ๆ มาสัมผัสบรรยากาศงานวัดแบบดั้งเดิมที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ เสียงหัวเราะของเด็ก เสียงแม่ค้าร้องเรียกลูกค้า และเสียงสวดมนต์จากพระสงฆ์ที่ดังแผ่วเบาในอากาศ ต่างผสมผสานกันจนกลายเป็นภาพหนึ่งเดียวของ “ความสุขแบบไทย ๆ” ที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งวัด
และเมื่อค่ำคืนสุดท้ายของงานมาถึง แสงเทียนจากผู้คนที่เวียนเทียนรอบองค์พระเจดีย์จะส่องสว่างขึ้นทั่วฟ้า สายลมเย็นพัดผ่านยอดภูเขาทองพาให้กลิ่นธูปลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ในช่วงเวลานั้นทุกคนต่างหลับตา ตั้งจิตภาวนา และรู้สึกถึงความสงบในใจอย่างประหลาด เสียงระฆังจากวัดดังขึ้นช้า ๆ เหมือนเป็นสัญญาณแห่งการส่งต่อศรัทธาให้คงอยู่ต่อไป
งานวัดภูเขาทองจึงไม่ใช่เพียงงานประเพณี หากแต่เป็นพิธีแห่งจิตวิญญาณที่รวมเอาศรัทธา ความสุข และความเป็นไทยไว้อย่างงดงาม การได้ร่วมถวายผ้าแดงห่มองค์พระธาตุ ไม่เพียงเป็นการบูชาพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการบูชาความดี ความงาม และความศรัทธาที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
เมื่อผืนผ้าแดงโอบรัดรอบองค์พระเจดีย์จนแน่น เสียงสวดมนต์แผ่วเบายังคงก้องสะท้อนอยู่ในหัวใจของทุกคนที่ได้มาร่วมพิธี และแม้งานจะสิ้นสุดลงในคืนสุดท้าย แต่แสงแห่งศรัทธาที่ได้จุดขึ้นบนยอดภูเขาทองในปีนี้ ก็จะยังคงส่องสว่างอยู่ในใจผู้คนตราบนานเท่านาน.
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Beet 's Sri
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
ชื่อจังหวัดในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
ถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้ว
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูต
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน



