ทึ่งทั่วโลก : ทุ่งหินรูปรังผึ้ง "Bungle Bungles" ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย สวยแปลกไปอีกแบบนะเนี่ยหนอ
เขียนโดย dukedick
กลางผืนแผ่นดินทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย มีภูมิประเทศแห่งหนึ่งที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดเหนือจินตนาการ — ทุ่งหินทรายรูปรังผึ้ง “Bungle Bungles” หรือชื่อเต็มว่า Bungle Bungle Range หนึ่งในสมบัติอันล้ำค่าของอุทยานแห่งชาติ Purnululu ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) ด้วยรูปลักษณ์อันแปลกตาและความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการธรรมชาตินับร้อยล้านปี
กลุ่มหินทรงโดมสีส้มดำที่เรียงตัวอยู่เป็นแนวยาวหลายกิโลเมตรนี้ ดูเผิน ๆ คล้ายกับรังผึ้งยักษ์ที่โผล่ขึ้นจากพื้นโลก ความสลับซับซ้อนของลวดลายบนผิวหินเกิดจากการสลับชั้นของตะกอนทรายและดินเหนียว ซึ่งผ่านการกัดเซาะและการสะสมตัวของลมฝนมาตลอดกาลยาวนานกว่า 20 ล้านปี แต่ถ้าจะย้อนไปให้ถึงต้นกำเนิดจริง ๆ ของหินเหล่านี้ ต้องย้อนกลับไปไกลกว่านั้น — ราว 375–350 ล้านปีก่อน ในยุคที่บริเวณนี้ยังเป็นลุ่มน้ำโบราณที่ชื่อว่า “Ord”
ในยุคนั้น ลุ่มน้ำ Ord เป็นแหล่งสะสมตะกอนมหึมาที่เกิดจากการพัดพาของน้ำจากเทือกเขาเก่าแก่ ตะกอนทรายและกรวดมนถูกทับถมซ้อนกันจนกลายเป็นชั้นหินทรายแข็งตัวตามกาลเวลา ก่อนที่แรงของโลก—ทั้งการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะจากลมฝน—จะค่อย ๆ ปั้นแต่งให้มันกลายเป็นภูเขาหินรูปรังผึ้งอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ Bungle Bungles โดดเด่นยิ่งกว่าที่ใดคือ “สี” ของมัน — สลับแถบระหว่างสีส้มอมแดงและสีดำเข้มอย่างเป็นธรรมชาติ สีส้มเกิดจากการเคลือบของออกไซด์เหล็กในชั้นทราย ส่วนสีดำมาจากแบคทีเรียไมโครไซยาโนที่เติบโตบนชั้นดินเหนียวซึ่งสามารถเก็บความชื้นไว้ได้ดี เมื่อแสงอาทิตย์สาดกระทบ ยอดโดมหินนับพันลูกในทุ่งแห่งนี้จะส่องประกายระยิบระยับดุจรังผึ้งทองคำกลางทะเลทรายกว้างใหญ่
แม้รูปร่างจะดูนุ่มนวลโค้งมน แต่สภาพแวดล้อมของที่นี่กลับโหดร้ายและแห้งแล้งสุดขั้ว อุณหภูมิอาจแตะระดับ 40 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน และลดฮวบลงในยามค่ำคืน อย่างไรก็ตาม บริเวณนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ทั้งจิงโจ้หิน นกหายาก และพืชพันธุ์ที่สามารถปรับตัวอยู่รอดได้ในดินทรายอันขาดน้ำ
สำหรับชาวอะบอริจินพื้นเมือง Bungle Bungles ไม่ใช่เพียงภูเขาหินธรรมดา แต่เป็น “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ที่สืบทอดตำนานบรรพบุรุษมาหลายชั่วอายุคน พวกเขาเรียกพื้นที่นี้ว่า “Purnululu” ซึ่งในภาษาพื้นเมืองหมายถึง “ทราย” หรือ “หินทราย” อันสื่อถึงหัวใจของภูมิประเทศแห่งนี้โดยแท้
ทุกวันนี้ ทุ่งหินทราย Bungle Bungles กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามและน่าทึ่งที่สุดของโลก ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างเดินทางมาชมด้วยตนเอง บางคนเลือกขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อชมวิวจากมุมสูงที่เผยให้เห็นลวดลายโค้งเว้าและร่องรอยของกาลเวลาอย่างชัดเจน บางคนเลือกเดินเท้าเข้าไปในหุบเขาแคบ ๆ ที่ล้อมรอบด้วยผนังหินสูงชัน เพื่อสัมผัสพลังของธรรมชาติที่สร้างงานศิลป์อันยิ่งใหญ่โดยไม่ต้องพึ่งฝีมือมนุษย์
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เงาของโดมหินจะทอดยาวไปทั่วทุ่ง เสียงลมพัดแผ่วผ่านช่องหินที่ถูกกัดเซาะ กลายเป็นดนตรีแห่งโลกยุคดึกดำบรรพ์ที่ยังขับขานอยู่จนถึงวันนี้ Bungle Bungles จึงไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์แปลกตา หากแต่เป็นบทกวีที่ธรรมชาติเขียนไว้บนแผ่นดิน — เรื่องราวของหิน ทราย ลม และเวลา ที่ร่วมกันสลักเสลาความงามให้โลกได้จดจำตลอดกาล.
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
หมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูต
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้ว
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
ชื่อจังหวัดในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
ห้องพักหรือวิลล่าที่มีราคาแพงที่สุด ที่เปิดให้เข้าพักได้ในประเทศไทย
เงินรั่วมากที่สุด 10 อย่างที่คนไทยทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน





