"ฉางไป๋"ภูเขาสองแผ่นดินสุดโรแมนติก
ภูเขาไฟที่หลับใหลมักมีมนต์เสน่ห์ในเรื่องของทัศนียภาพที่งดงามอันเกิดจากธรรมชาติสร้างสรรค์ และบางภูเขาไฟก็มีเรื่องเล่าตำนานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและความรัก วันนี้จะพูดถึงความรักที่รักกันจนแก่เฒ่า อยู่กันจนหัวขาว ดั่งชื่อของ ภูเขาฉางไป๋
ภูเขาฉางไป๋ (Changbai Mountains) มีความหมายว่า “ภูเขาหัวขาว” อันหมายถึง ยอดเขาแห่งนี้ที่มีหิมะหรือทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั้งปี บางครั้งจะเรียกว่า ยอดขาวยาว โดยมันตั้งอยู่ระหว่าง อำเภอฝู่ซง เมืองไป่ซาน มณฑลจี๋หลิน ในประเทศจีน และอำเภออันถู เขตปกครองตนเองชนเผ่าเกาหลีเอี๋ยนเปียน ประเทศเกาหลีเหนือ
หากกล่าวถึงตำนานของภูเขาฉางไป๋ ก็อาจกล่าวถึงได้ว่า บรรพบุรุษของราชวงศ์แมนจูที่ปกครองประเทศจีนมานานกว่า 276 ปี หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ว่าภูมิเขาฉางไป๋นั้น เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อหลอมอารยธรรมแมนจูมานานกว่า 1,000 ปี
ภูเขาฉางไป๋ หรือ Changbai Mountains เป็นภูเขาไฟหลับไหลที่ตั้งอยู่ในมณฑลจี๋หลิน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน มี “ทะเลสาบสรวงสวรรค์” เป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศจีนและเกาหลีเหนือ โดยทะเลสาบตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่มีการระเบิดล่าสุดเมื่อ 300 ปีก่อน และมียอดเขา 7 ลูกอยู่ในพื้นที่ประเทศเกาหลีเหนือ และยอดเขา 9 ลูกอยู่ในประเทศจีน อาจเรียกว่า เทือกเขาฉางไป๋ ก็ได้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญ 3 สายได้แก่ แม่น้ำทรงฮวา แม่น้ำถูเหมิน และแม่น้ำยาลวี่ อีกด้วย
ตั้งแต่โบราณกาล เทือกเขาฉางไป๋ได้ถูกบันทึกไว้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์มานานนับหลายพันปี ในตำราภูมิศาสตร์โบราณของจีนอย่างซานไห่จิง ต่างก็บันทึกเทือกเขาฉางไป๋ว่าเป็นภูเขาแห่งเทพเจ้า ในสมัยราชวงศ์จินที่ถูกก่อตั้งโดยชนเผ่าหนี่เจิน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวแมนจู ก็บันทึกไว้ในพงศาวดารเช่นกัน โดยกล่าวถึงชนเผ่าหนี่เจินที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเทือกเขาฉางไป๋ ซึ่งเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวแมนจูต่างเคารพนับถือ
ในสมัยราชวงศ์ชิง นู่เอ๋อร์ฮาชื่อ ผู้นำเผ่าหนู่เจิน ได้เริ่มจัดตั้งกองทัพแปดกองธงขึ้นมา และได้ขับไล่กองทัพราชวงศ์หมิง ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ในนามราชวงศ์ชิง นับจากนั้น ราชวงศ์ชิงได้ให้ความสำคัญต่อเทือกเขาฉางไป๋มาโดยตลอด ยกให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของบรรพบุรุษที่ต้องมากราบไหว้สักการะบูชาในทุก ๆ ปี ซึ่งจักรพรรดิหลายพระองค์ในราชวงศ์ชิงต่างก็เคยเสด็จพระราชดําเนินมาสักการะบูชาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เทือกเขาฉางไป๋ด้วยพระองค์เอง อาทิจักรพรรดิคังซี จักรพรรดิเฉียนหลง จักรพรรดิเจียชิ่ง เป็นต้น อีกทั้งยังได้แต่งบทกวีที่เปรียบเปรยถึงความสวยงามของเทือกเขาฉางไป๋ ว่าเป็นดินแดนที่อัศจรรย์และยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม
เทือกเขาฉางไป๋แห่งนี้มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,691 เมตร และเป็นภูเขาไฟที่หลับใหลอยู่ โดยมีการบันทึกว่า เกิดระเบิดมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อราว 600,000 ปีก่อน ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นราว 400,000-300,000 ปีก่อน ครั้งที่ 3 เมื่อราว 200,000-100,000 ปีก่อน ระเบิดครั้งที่ 4 เมื่อประมาณ 80,000 ปีก่อน ทำให้เกิดเป็นเขาฉางไป๋และทะเลสาบเทียนฉือบนยอดเขา และครั้งล่าสุดคือเมื่อ 300 กว่าปีก่อน ในปี ค.ศ.1702 เหตุการณ์ครั้งนั้นได้นำเถ้าภูเขาไฟปกคลุมพื้นที่กว่า 161 กิโลเมตร ซึ่งทำให้ดินมีแร่ธาตุต่างๆ เหมาะสมต่อการเติบโตของพืช รวมถึงการมีอากาศบริสุทธิ์ ทำให้พืชได้ซึมซับธาตุที่ดีต่อร่างกายมนุษย์ พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นแหล่งสมุนไพรที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ เทือกเขาฉางไป๋ยังได้ถูกบันทึกลงกินเนสส์บุ๊คว่าเป็นภูเขาไฟที่มีระดับความสูงของน้ำทะเลที่สูงที่สุดในโลก และ ด้านบนของปล่องภูเขาเป็นที่ตั้งของทะเลสาบเทียนฉือ หรือ “ทะเลสาบสวรรค์” ลึกกว่า 373 เมตร กว้างกว่า 9.82 ตารางกิโลเมตร เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างจีนและเกาหลีเหนือโดยพื้นที่ 1 ใน 3 ของภูเขา อยู่ทางฝั่งจีน มีเส้นทางน้ำไหลไปตามหุบเขาจนเกิดเป็นน้ำตกฉางไป๋ ดังนั้นด้วยความอุดมสมบูรณ์นี้จึงส่งผลให้มีพืชพันธุ์กว่า 2,540 ชนิดและสัตว์อีกกว่า 1,500 ชนิดอาศัยอยู่
ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนิยม เหมาะแก่การฮันนีมูนเป็นอย่างมาก ด้วยคำว่า เนื่องจากคำว่า “ฉางไป๋ซาน” ในภาษาจีน และคำว่า “เพ็กตูซาน” ที่เป็นชื่อเรียกในภาษาเกาหลีเหนือ ต่างก็มีความหมายที่สื่อถึง “หัวขาวไปด้วยกันจนแก่” หรือไป๋โถวเสียเหล่า ดั่งสํานวนจีน “รักกันจนแก่เฒ่าหัวขาว” นั่นเอง ซึ่งเป็นความหมายมงคล เหมาะสมแก่การมาฮันนีมูน คู่รักมาขอแต่งงาน ขออธิฐานของความรัก หรือขึ้นมาชมธรรมชาติอันงดงามทั้งในฤดูร้อนและฤดูหนาว ยกเว้นเพียงเขตสงวนที่เข้าได้ในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ฉางไป๋ ยังถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เขตกั้นสองพรมแดนแห่งนี้ ต่างสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนมากมาย เนื่องจากมีทัศนีย์ภาพสวยงามตลอดปี โดยเฉพาะทะเลสาบสรวงสวรรค์ที่สูงใหญ่น่าเกรงขาม เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ได้พบเห็น ราวกับแดนสวรรค์บนโลกมนุษย์ ที่ถูกขนานนามยกให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สองพรมแดน ที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมแมนจูตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
************
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ใกล้เข้ามาแล้วพวกเรา! ส่องแนวทางเลขเด่นงวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนกำลังมา?
ประโยชน์ของ "ว่านหางจระเข้" ไม่ได้มีดีแค่ความเย็นฉ่ำ
ติ่งกระบอกบนสายชาร์จโน้ตบุ๊กมีไว้ทำอะไร
"สบู่" มีใช้ในไทยครั้งแรก จากโปรตุเกส ในสมัยอยุธยา
ตารางมังกร อ.ลักษณ์ นำโชค 1 ต.ค. 69 เปิดชุด 51-52-57-58 พร้อมเลข 3 ตัว
โรงเรียนกวดวิชายุค 90s หายไปไหน ทำไมสยามไม่เหมือนเดิม
นักโบราณคดีสมัครเล่น ค้นพบขุมทรัพย์เหรียญโรมัน จำนวนมหาศาล
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 1 ตุลาคม 69
โอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
บริษัทผลิตขนมขบเคี้ยวของญี่ปุ่น หันมาใช้เนื้อปลาฉลามในการทำขนม
ปฏิทินจีน 1 ต.ค. 69 เลข 2-7-8-0-3 โผล่ในปฏิทินครอบครัวข่าว 3
ประโยชน์ของ "ว่านหางจระเข้" ไม่ได้มีดีแค่ความเย็นฉ่ำ
งวดที่แล้วหวยออกอะไร? เช็กผลสลาก 16 ก.ย. 69 ก่อนซื้อลอตเตอรี่ 1 ต.ค. 69
มีปีกเหมือนกันแต่ชีวิตไม่เท่ากัน! เป็ด ไก่ นก สรุปใครคือ "ตัวตึง" แห่งวิวัฒนาการ?
บางคนถูกหวยทั้งๆที่ไม่อยากซื้อ แต่ช่วยแม่ค้าซื้อแล้วดันถูกจริง
ทำไมยิ่งห้าม เหมือนยิ่งยุ?
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ถ้วยเล็กบนโต๊ะอาหาร: "น้ำปลาพริก" หรือ "พริกน้ำปลา" คำไหนถูกต้องกันแน่?
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
แร้งคอนดอร์แอนดีส (Andean Condor) จ้าวเวหาแห่งเทือกเขาแอนดีส กับอาวุธลับกรดมหาประลัยและจิตวิญญาณแห่งความตาย
"อาบัติ" กับ "ปาราชิก" ต่างกันอย่างไร? พระทำผิดแบบไหนต้องสึกทันที



