ทำไมผมถึงชอบอ่านหนังสือ
เขียนโดย machete007
มันเหมือนกับผมหาทางออกของปัญหาชีวิตควบคู่กับการหาครูสอนวิธีแก้ปัญหาชีวิตไปพร้อมกัน อย่างสมัยผมเรียนจบม.ปลาย ผมก็ชอบอ่านแนวจิตวิทยาและศาสนาประยุกต์ เพื่อหาคำตอบว่าทำไมชีวิตคนเราเกิดมามีต้นทุนไม่เท่ากัน ทำไมเกิดมาบางคนมีปัญญามาก บางคนมีปัญญาน้อย ซึ่งมีผลต่อการประสบความสำเร็จในชีวิต เรียนต่อ หรือสอบเข้าในคณะที่แข่งขันกันสูงก็ล้วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ก่อนทั้งสิ้น ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง พยายามสร้างบุญกุศลเป็นต้นทุนทางปัญญาที่ดีขึ้น ไม่แตะต้องสุรา หมั่นนั่งสมาธิทุกวันเพื่อเกิดชาติหน้าจะได้เฉลียวฉลาด เอาตัวรอดได้ นำพาความสำเร็จให้ชีวิตสมปรารถนาขึ้นบ้าง และแอบหวังจะส่งผลทางปัญญาในชาตินี้ด้วยเช่นกัน
เมื่อจบมหาวิทยาลัยก็มีปัญหากับความสัมพันธ์กับเพื่อน กับคนรู้จัก กับคนในที่ทำงาน ทำอะไรก็ถูกตำหนิรุนแรงจนทนทำงานต่อไปไม่ได้ อีกทั้งรายได้ที่น้อย ไม่ค่อยพอเลี้ยงชีพ โชคดีที่ไม่ได้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้านไม่มาก จึงพอมีเหลือเก็บ เหลือออม เหลือลงทุนได้บ้าง ผมก็พยายามหาความรู้ทางการเงิน ผมหวังจะเป็นคนรวยเพราะผมมีปัญหาจากการทำงานสูงมาก ผมพิจารณาตัวเองแล้ว และไม่คิดว่ามันเกิดจากการที่ผมทำงานไม่รอบคอบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการถูกกดดันจากผู้มีอำนาจจากรุ่นพี่ในที่ทำงานที่ควบคุมการทำงานของผมด้วย ทำให้การตัดสินใจหรือทำอะไรก็ตามแต่มักมีแต่คำตำหนิตามมา แทนที่จะช่วยกันแก้ปัญหากลับกลายเป็นจับผิดและตำหนิด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง มันเหมือนการกลั่นแกล้งผมเสียมากกว่า ผมทั้งเจ็บใจ แค้นใจตัวเอง ที่พาตัวเองมาเจอปัญหาแบบนี้จากการทำงานมาแล้ว 2 ที่ ฝึกงานอีก 2 ที่ ผมจึงเริ่มอ่านหนังสือฮาวทูแนะแนวการปฏิบัติตัวเพื่อการทำงาน และหนังสือการเงินเพื่อที่จะสร้างรายได้โดยไม่ต้องพึ่งงานประจำไปตลอดชีวิต
หนังสือก็เปรียบเสมือนครู ครูเขียนหนังสือแล้วอ่านรู้เรื่องและเข้าใจนำไปปฏิบัติใช้ได้มั้ย เราศึกษาแล้วเราเข้าใจวิชานั้นหรือเปล่า ถ้าไม่ เราก็ต้องเปลี่ยนครู คนเรามีหลายจริต การที่เราไม่ถนัดแนวการเขียนจากผู้เชี่ยวชาญคนนี้ เราก็ต้องหาอ่านจากผู้เชี่ยวชาญคนใหม่แทน หนังสือเรื่องเดียวกันจึงมีหลายคนเป็นผู้แต่ง หากได้เจอหนังสือดีสำหรับตัวเราแล้วก็นับว่าโชคดีระดับหนึ่ง แต่จะโชคดียิ่งกว่าถ้าเรานำความรู้นั้นไปแก้ปัญหาชีวิตได้สำเร็จ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร
ผมไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาชีวิตนี้ได้อีกนานแค่ไหนถึงจะสำเร็จ ทั้งปัญหาในหน้าที่การงาน การเงิน ความรักความสัมพันธ์ ส่วนสุขภาพนั้นยังดีอยู่ แต่ถ้ามีเรื่องให้ทุกข์ เครียด กดดัน ปรับตัวไม่ได้กับปัญหาที่ต้องรับมือ เมื่อนั้นสุขภาพก็คงทรุดโทรมตามมา
ความจริงแล้วการประสบความสำเร็จได้เร็ว เข้าใจ รู้เรื่องจริงจากการเรียนรู้ ฟัง คิด อ่าน วิเคราะห์ ปรับใช้ จะเป็นการการันตีได้ว่าจะเป็นการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
ผมหวังประสบความสำเร็จเร็ว เพราะความกลัว กลัว..ว่าวันหน้าจะไม่ต่างอะไรจากวันนี้ จริงอยู่ที่ทุกคนมีเวลาและจังหวะของตัวเอง แต่ละคนจะไปถึงเป้าหมายในเวลาที่เหมาะสม อีกอย่างการประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นความเท่ห์อย่างหนึ่ง ที่จะได้มีความสุขโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน อีกทั้งเป็นการใช้ชีวิตตามที่ตนต้องการได้ โดยที่สุขภาพยังแข็งแรงอยู่
หนังสือจึงเป็นเสมือนครูที่ชี้ทางและเป็นความหวังของผมมาโดยตลอด
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
เคยสงสัยมั้ย? จิ้งจกข้างฝา ทำไมบางตัวมีลายบางตัวไม่มี! รู้แล้วจะมองน้องไม่เหมือนเดิม
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล
ผู้ชายที่สูงที่สุดในโลก
"มันแกว" พรีไบโอติกชั้นยอดที่ลำไส้ของคุณโหยหา
รวมอาหารแห้งที่เก็บได้นาน เหมาะสำหรับตุนช่วงวิกฤต อยู่ได้หลายวัน ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อย
ทำไมจบมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่โอกาสในการทำงานถึงไม่เท่ากัน?
ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงหาเงินไม่พอใช้ ทั้งที่มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นก่อน
เผยความลับ "แอร์โฮสเตส" บนเครื่องบิน..พวกเธอนอนพักกันที่ไหน ?
ค่าไฟเดือนละ 2,000 ติด "โซล่าร์เซลล์" คุ้มไหม? สรุปให้ชัดๆ ต้องกี่ปีคืนทุน หรือแค่ติดคูลๆ ตามกระแส?