จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามนุษย์เปลี่ยนพฤติกรรมหลักจากการ “เดินตัวตรง” ไปเป็น “คลาน”
ถ้ามนุษย์เปลี่ยนพฤติกรรมหลักจากการ “เดินตัวตรง” ไปเป็น “คลาน” สุขภาพร่างกายและการดำเนินชีวิตจะเป็นอย่างไร
จริงๆแล้ว มนุษย์เคยคลาน และเริ่มคลานมาตั้งแต่ตอนเกิดมา แต่ปัจจุบันวิวัฒนาการไปสู่การเดินสองขา มนุษย์โบราณอย่าง โฮโม อีเร็กตัส (Homo erectus) ที่ยังคลานสี่ขา
ได้เปรียบเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนจากป่าทึบเป็นทุ่งหญ้า ทำให้ต้องยืนขึ้นเพื่อมองเห็นภัยคุกคามและเดินทางหาอาหารได้สะดวกขึ้น
สาเหตุที่มนุษย์วิวัฒนาการจากการคลานเป็นการเดินสองขา
-สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง: การเกิดทุ่งหญ้าสะวันนาแทนที่ป่าทึบ ทำให้การคลานไม่ใช่วิธีการดำรงชีวิตที่ดีที่สุดอีกต่อไป
-การมองเห็นและการระวังภัย: การยืนตัวตรงช่วยให้มนุษย์สามารถมองเห็นผู้ล่าและภัยอันตรายจากระยะไกลได้ดีขึ้น
-การเคลื่อนย้าย: การเดินสองขาทำให้เดินทางระยะไกลได้สะดวกกว่าการคลาน และสามารถหาอาหารจากต้นไม้ที่อยู่ห่างกันได้ง่ายขึ้น
-การใช้เครื่องมือ: การที่มือว่างจากการเดินช่วยให้มนุษย์สามารถถือเครื่องมือเพื่อล่าสัตว์หรือป้องกันตัวได้
-การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นกระบวนการวิวัฒนาการที่ส่งผลให้มนุษย์ปัจจุบันสามารถเดินและดำรงชีวิตอยู่บนสองขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การคลานมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและสมอง โดยเฉพาะในวัยเด็ก ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ส่งเสริมพัฒนาการด้านการมอง การรับรู้พื้นที่ และการทำงานประสานกันระหว่างร่างกายทั้งสองซีก (สมองซีกซ้ายและขวา) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ในอนาคต ทั้งการอ่านเขียน การรับรู้ความเสี่ยง และการเข้าสังคม
-ประโยชน์ต่อร่างกาย:
เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: การคลานช่วยให้กล้ามเนื้อหลายส่วนของร่างกาย เช่น แขน ขา และลำตัว ได้รับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
-ส่งเสริมพัฒนาการของกระดูกสะโพก: การเคลื่อนไหวขณะคลานช่วยปรับรูปร่างของกระดูกสะโพกให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพยุงตัวและทรงตัวเพื่อการเดินในอนาคต
-พัฒนาความมั่นคงของข้อต่อ: การลงน้ำหนักในท่าสี่จุด (มือและเข่า) ช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ เช่น ข้อไหล่ ข้อศอก และแขนส่วนล่าง เกิดความมั่นคง
-ประโยชน์ต่อสมองและการรับรู้:
ส่งเสริมการทำงานประสานกันของสมองทั้งสองซีก: ในขณะที่คลาน ร่างกายจะมีการเคลื่อนไหวแขนขาซ้าย-ขวา สลับกัน ซึ่งช่วยให้สมองทั้งสองซีกทำงานประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการกระตุ้นกิจกรรมของสมองส่วนต่างๆ
-พัฒนาทักษะการมองเห็น: เด็กจะฝึกมองกวาดสายตาไปยังสิ่งของที่ต้องการเพื่อคลานเข้าหา ทำให้กล้ามเนื้อตาแข็งแรงขึ้น และพัฒนาการรับ-รู้ทางสายตา
-พัฒนาการรับรู้พื้นที่และระยะห่าง: การสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัวขณะคลาน ช่วยให้เด็กเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับสิ่งของในพื้นที่ และเรียนรู้เรื่องระยะห่าง (Personal space)
-พัฒนาทักษะทางสังคม: การคลานช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีการสื่อสารกับผู้ปกครอง เพื่อค้นหาตำแหน่งของผู้ปกครอง และยังช่วยพัฒนาทักษะการสบตา (Eye contact) ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทางสังคม
-เพิ่มทักษะการรับรู้ความเสี่ยง: ประสบการณ์การคลานช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะประเมินว่าสถานการณ์ใดปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม
ชมคลิปเธอคนนี เดิน 4 เท้า มนุษย์ยังเดินสี่เท้าได้อยู่
เขียนโดย ลูกสาวอบต
จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์: บุรุษเหล็กผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย
อีกาอาบมด ทำไมศัตรูตัวจิ๋วจึงกลายเป็นผู้ช่วยดูแลขน
"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
ทะเลสาบสีเลือดที่เปลี่ยนสัตว์ให้เป็นหิน
ปลาสิงโตจากตัวรุกรานทะเล สู่เมนูที่ช่วยลดแรงกดต่อปะการัง
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อ
ส้มแขก สมุนไพรใต้รสเปรี้ยวกับ HCA ที่ควรรู้ก่อนกินดูแลรูปร่าง
ไทยส่งเครื่องบินรบขึ้นฟ้า หลังสถานการณ์ในพม่า ทวีความรุนแรงขึ้น
"จิ้งจก" เมนูยาโด๊ปและสรรพคุณทางยาในมุมมองภูมิปัญญาชาวบ้าน
"เอ ศุภชัย" เปิดซองงานแต่ง "ณเดชน์-ญาญ่า"
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
ทะเลสาบสีเลือดที่เปลี่ยนสัตว์ให้เป็นหิน
พ่อแม่ทำร้ายลูกจนตายก่อนนำไปฝังโบกปูนทับ






