ปรากฏการณ์ทุ่งดอกไม้บานกลางทะเลทรายอาตากามา
หากพูดถึงทะเลทรายหลายคนคงนึกถึงอากาศที่ร้อนจัด แสงแดดอันแผดเผาให้ร่างแทบจะเป็นธุลี แทบจะหาสิ่งมีชีวิตปกติค่อนข้างยาก และยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เราจะพบพืชสักต้นคงเป็นได้ยาก ยกเว้นพืชวงศ์วิทย์ฯในกลุ่มจำพวกกระบองเพชร แต่หากยิ่งเป็นทะเลทรายที่จึ้นชื่อว่าร้อนระอุที่สุดในโลกหลายคนยิ่งนึกถึงเลยว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีทุ่งดอกไม้เบ่งบานกลางท้องทะเลทราย แต่นั่นคงมิใช่ความมหัศจรรย์แห่งทะเลทรายอาตากามา ในประเทศชิลี แน่นอน
ทะเลทรายอาตากามา เป็นหนึ่งในทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในตอนเหนือของชิลี ทะเลทรายแห่งนี้ขึ้นชื่อว่ามีฝนตกน้อยที่สุดบนโลก บางส่วนของทะเลทรายนี้ไม่เคยมีการบันทึกฝนตกเลย สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลทรายอาตากามาทำให้มันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดในโลก วันนี้จะผู้เขียนจะมาเล่าถึงความเป็นมา ลักษณะพิเศษ และเหตุผลที่ทำให้ทะเลทรายอาตากามาเป็นที่ตั้งอยู่ในใจของผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติและการผจญภัย
ทะเลทรายอาตากามามีความยาวประมาณ 1,000 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอนดีสและชายฝั่งแปซิฟิก ภูมิประเทศที่ซับซ้อนและความสูงของเทือกเขาแอนดีสนี่เองทำให้ทะเลทรายอาตากามามีการกีดกันภูมิอากาศซึ่งหมายความว่ามันถูกป้องกันจากความชื้นจากทั้งสองด้าน ทำให้ฝนตกน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย
อย่างไรก็ตามทะเลทรายอาตากามาไม่ได้มีแค่ความแห้งแล้งเท่านั้น แต่ยังมีความหลากหลายทางภูมิประเทศ รวมถึงทะเลทรายทราย, เทือกเขาหิน, และแม้แต่บริเวณที่มีเกลือแข็งปกคลุม ทำให้มันเป็นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ที่มีความพิเศษที่ปรับตัวเพื่อการดำรงชีวิตในสภาพที่ยากลำบากเช่นนี้
จากการศึกษาพบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ฝนตกน้อยมากในทะเลทรายอาตากามามาจากการตั้งอยู่ของเทือกเขาแอนดีสที่สูงชันซึ่งกีดกันความชื้นจากแอมะซอนและเทือกเขาชายฝั่งที่ป้องกันความชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีเทือกเขาขนาบ 2ฝั่งแล้ว กระแสลมและระบบความกดอากาศยังทำให้ความชื้นที่อาจมีอยู่ไม่สามารถตกลงสู่พื้นทะเลทรายได้
นอกจากนี้ทะเลทรายอาตากามามีจุดท่องเที่ยวมากมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิทยาศาสตร์ รวมถึงอาทิเช่น
Valle de la Luna หรือ หุบเขาแห่งดวงจันทร์ : ที่นี่มีลักษณะภูมิประเทศที่เหมือนดวงจันทร์ มีภูมิทัศน์ที่งดงามจากหินและเกลือที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นรูปทรงที่น่าตื่นตาตื่นใจ
Lagunas Altiplanicas: หนึ่งในบริเวณที่มีน้ำในทะเลทราย มีสระน้ำสีฟ้าใสที่เป็นที่อยู่อาศัยของนกฟลามิงโก
El Tatio Geysers: เป็นสถานที่ที่มีน้ำพุร้อนธรรมชาติและไอน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากพื้นดินในยามเช้า ให้บรรยากาศที่สวยงามอย่างเหลือเชื่อ
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้วความมหัศจรรย์ของทะเลทรายอาตากามา คือ ในช่วงฤดูฝนของปี มักจะมีฝนแรกในเดือนตุลาคม จะมี ดอกไม้กลับเริ่มเบ่งบาน ซึ่งถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งนักเพราะทะเลทรายอาตากามาถูกปกคลุมไปด้วยแอ่งดินสลับกับผืนทรายราบเรียบ ดูเวิ้งว้างและทอดยาวสุดลูกหูลูกตา สภาพทางภูมิศาสตร์ของทะเลทรายเป็นที่ราบสูงที่ลาดชันขนานไปกับแนวเทือกเขาแอนดีสซึ่งเป็นเทือกเขาสูงตะหง่านที่ทอดยาวไปตามไหล่ทวีปอเมริกาใต้ ส่วนด้านตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ในทะเลทรายมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีเพียง 1 มิลลิเมตรเท่านั้นในขณะที่บางพื้นที่ของทะเลทรายกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีฝนตกลงเลย การที่มีปริมาณฝนตกลงในพื้นที่ดังกล่าวเพียงจำนวนน้อยทำให้ทะเลทรายอาตากามากลายเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและร้อนระอุที่สุดของโลก ในอาณาบริเวณของทะเลทรายเต็มไปด้วยทราย เกลือ และกระแสลาวา ความแห้งแล้งและความร้อนระอุที่เกิดขึ้นกับทะเลทรายอาตากามาเกิดจากปัจจัยสำคัญสอง
ประการ คือการที่มีเทือกเขาสูงตะหง่านขวางกั้นอยู่ทางทิศตะวันออก ทำให้ลมและฝนไม่สามารถฝ่าปรากฏการณ์ธรรมชาติเข้ามาถึงดินแดนแห่งนี้ได้
ปัจจัยที่สองคือ แม้อีกฟากจะติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกแต่พื้นที่ดังกล่าวกลับถูกจัดให้เป็นพื้นที่ที่เรียกว่า แอนติไซโคลน (anticyclone) ซึ่งแทบจะไม่มีพายุพัดผ่าน ความร้อนระอุจึงถูกทับถมลงบนพื้นทรายโดยไม่มีปัจจัยให้ผ่อนคลายหรือระบายออกเลย
ปัจจัยสำคัญทั้งสองประการเสริมให้ทะเลทรายอาตากามากลายเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดในโลก แต่กระนั้น ทะเลทรายอาตากามาก็ใช่ว่าจะขาดความชุ่มชื้นเอาเสียเลย เพราะสายลมตะวันตกยังได้พัดพาไอระเหิดระเหยจากมหาสมุทรแปซิฟิกพัดผ่านเข้ามาสู่ทะเลทรายบ้างเป็นครั้งคราว แม้จะเป็นเพียงไอชุ่มฉ่ำเพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้บนพื้นทรายอันแห้งผากแห่งนี้
แต่สิ่งมหัศจรรย์ดอกไม้บานนี้กลับเกิดขึ้นเมื่อมีฝนตกในทะเลทรายอาตากามา ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ยากมาก แต่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (Conaf) ระบุว่า ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศชิลีจะขยายไปยังบริเวณที่ราบชายฝั่งและภายในแผ่นดินของภูมิภาคอาตากา ที่ส่งผลให้เกิดดอกไม้บานบนทะเลทราย
ในปี 2025 โดยเฉพาะจากโตโตรัลไปจนถึงกาเลตา ชาญารัล เด อาเซอิตูโน ทำให้ทะเลทรายอาตากามามีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่แต่งแต้มด้วยเฉดสีชมพู ม่วง ขาว และเหลือง ครั้งสุดท้ายที่ชิลีตอนเหนือมีดอกแบบนี้คือในปี 2022 ปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้เกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยบางประการ ทุ่งดอกไม้อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ทางตอนเหนือของชิลีเกิดขึ้นได้จากการผสมผสานกันของอุณหภูมิ ความชื้น และแสงแดด ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้คือปริมาณน้ำฝนที่บันทึกได้ใน พื้นที่แห้งแล้ง ทาง ตอนเหนือของประเทศ หากในปีที่มีฝนตก เมล็ดพันธุ์ที่ปลูกในดินทะเลทรายจะได้รับน้ำอย่างเพียงพอ
ดังนั้น ดอกไม้กว่า 200 สายพันธุ์จึงงอกงามและบานสะพรั่ง ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าต้องมีปริมาณน้ำฝนอย่างน้อย 15 มิลลิเมตรจึงจะเกิดปรากฏการณ์นี้ได้ การไปเยือนทุ่งดอกไม้กลางทะเลทรายอาตากามา ประเทศชิลีเป็นประสบการณ์อันแสนวิเศษ
********
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
จังหวัดไหนในไทย มีโรงแรมมากที่สุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
แฝดสยาม อิน-จัน จาก 'ตัวประหลาด' สู่ 'เศรษฐีที่ดิน' ในอเมริกา
"เกลือ กิตติ" ส่งสารถึง "อนุทิน" และได้รับการตอบกลับทันที
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..ส่องเลย เลขไหนมาแรง!
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
ตำนานเฒ่าจันทรากับด้ายแดงเส้นสุดท้ายในวันวาเลนไทน์" (ตอนที่1)
เลขเด็ด "นายกฯ คนที่ 33" กระแสแรงรับรัฐบาลใหม่ 2569
นาฬิกาที่แพงที่สุด เท่าที่เคยมีการประมูลซื้อขายกันบนโลก
"ดราม่าสนั่นโตเกียว! ชาวเน็ตแขวะ"ลิซ่า" แบรนด์แอมฯ Shiseido คนใหม่'ไม่ตรงสเปกญี่ปุ่น'
ราดหน้า เมนูกู้ชาติ?
ฟ้าผ่าท้องถิ่นขอนแก่น! กกต. แจกใบแดง “สจ.ภู” พรรคประชาชน ปมแจกเสื้อ-จัดเลี้ยง สั่งเลือกตั้งใหม่เขต 1 เมือง
5 เทคนิคอุ่นเครื่อง "นอกร่มผ้า" ที่จะเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นบทเพลงรักสุดประทับใจ
ไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?
เสียงสะท้อนจากความเงียบของลาในซานโตรินี: "ความอดทนไม่ใช่ความสมัครใจ"
ใจปลาซิว: เมื่อวิทยาศาสตร์เฉลยความจริงเบื้องหลังสำนวนไทยที่ฝังรากลึก






