"เรือสุริยะฟาโรห์คูฟู" พาหนะสู่โลกหน้าของฟาโรต์
หากย้อนกลับไปเมื่อ 4,500 ปีก่อนคริสกาล อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในลุ่มแม่น้ำไนล์ หลายคนคงทราบดีว่า นั้นคือ อาณาจักรโบราณของอียิปต์อันรุ่งเรืองที่มีอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จากร่องรอยการขุดข้นต่างๆทางประวัติศาสตร์คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า “อาณาจักรอียิปต์โบราณ” มีอะไรที่ชวนน่าค้นหา
สัญลักษณ์ที่ทุกคนนึกภาพออกเสมอหากพูดถึงอียิปต์นั่นคือ พีระมิด และพีระมิดที่ยิ่งใหญ่และได้รับการขนาดนามเป็น1 ใน 7สิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้น คงหนีไม่พ้น “มหาพีระมิดกิซา” ที่ถูกสร้างโดย ฟาโรห์คูฟู (Khufu) หรือที่รู้จักในนาม คีออปส์ (Cheops) ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ที่ 4 ของอียิปต์โบราณ มหาพีระมิดนี้เป็นพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มพีระมิดแห่งกิซา สร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานของพระองค์ในช่วงประมาณ 2,550 ปีก่อนคริสตกาล แต่วันนี้เราไม่ได้พูดถึงมหาพีระมิดแต่อย่างใด แต่เราจะขอกล่าวถึงอัฉริยะภาพของฟาโรห์คูฟู และการสร้างเรือสุริยะ พาหนะนำพาดวงวิญญาณฟาโรห์แห่งโลกหลังความตายไปพบพานกับเทพสุริยะ
คูฟู หรือ คีออปส์ เป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ ซึ่งเป็นฟาโรห์พระองค์ที่สองของราชวงศ์ที่สี่ในช่วงครึ่งแรกของสมัยราชอาณาจักรเก่า (ช่วงศตวรรษที่ 26 ก่อนคริสตกาล) ฟาโรห์คูฟูทรงสืบพระราชบัลลังก์ต่อจากฟาโรห์สเนฟรูเป็นพระราชบิดาและฟาโรห์ พระองค์ทรงเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าทรงเป็นผู้ที่โปรดให้สร้างพีระมิด ซึ่งเป็นหนึ่งใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่ด้านอื่นๆ อีกมากมายในรัชสมัยของพระองค์กลับได้รับการบันทึกไว้ค่อนข้างน้อย
วัตถุโบราณที่เกี่ยวข้องฟาโรห์คูฟูเพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ คือ รูปสลักงาช้างขนาดสูง 3 นิ้ว ซึ่งถูกค้นพบในซากปรักหักพังของวิหารในช่วงเวลาหลังจากรัชสมัยของพระองค์ที่อไบดอสในปี ค.ศ. 1903 ส่วนภาพนูนต่ำนูนสูงและรูปปั้นอื่น ๆ ทั้งหมดถูกพบในสภาพที่เสียหายอย่างหนัก และโครงสร้างอาคารหลายแห่งของฟาโรห์คูฟูก็ได้สูญหายไปแล้ว ข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับฟาโรห์คูฟูก็มาจากจารึกในสถานที่ฝังพระบรมศพของพระองค์ที่กีซาและเอกสารในช่วงเวลาภายหลัง ตัวอย่างเช่น ฟาโรห์คูฟูเป็นทรงปรากฏอยู่ในบันทึกปาปิรุสเวสต์คาร์ ซึ่งเป็นบันทึกปาปิรุสที่เขียนขึ้นในช่วงราชวงศ์ที่สิบสามแห่งอียิปต์
เอกสารส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงฟาโรห์คูฟูเขียนขึ้นโดยนักประวัติศาสตร์ชาวอียิปต์และกรีซโบราณ เมื่อประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล ข้อมูลเกี่ยวกับการเสด็จสวรรคตของฟาโรห์คูฟูได้ถูกบันทึกหรือเขียนในลักษณะที่ขัดแย้งกัน คือ ในขณะที่มีการบันทึกว่า พระองค์ทรงเพลิดเพลินกับทำนุบำรุงมรดกทางวัฒนธรรมที่ยืนยาวในช่วงระยะเวลาของสมัยราชอาณาจักรเก่าและจักรวรรดิอียิปต์ แต่นักประวัติศาสตร์สมัยโบราณ ได้แก่ แมนิโธ,ดิโอโดรัส ซิคูลัส และ เฮอรอโดทัส ได้บรรยายฟาโรห์คูฟูในลักษณะเชิงลบ ซึ่งบันทึกและเอกสารดังกล่าวได้ทำให้ทราบลักษณะโดยภาพรวมของฟาโรห์คูฟูที่คลุมเครือและเป็นที่ถกเถียงที่ยังคงมีอยู่
อีกสิ่งหนึ่งที่น้อยคนนักจะนึกถึงและรู้จักเกี่ยวกับประวัติของอิยิปต์โบราณก็คือในเรื่องของการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เพราะนอกจากมหาพีระมิดต่าง ๆ แล้ว ข้อมูลอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบกันนั้นก็คือ “เรือโซล่าร์” (Solar Boat) หรือเรือแห่งแสงอาทิตย์ที่เชื่อกันว่า จะเป็นพาหนะที่นำพาวิญญาณขององค์กษัตริย์ไปหาเทพเจ้าแห่งแสงอาทิตย์บนสวรรค์ได้ เรือโซล่าร์นี้สร้างขึ้นจากไม้มากกว่า 1,200 ชิ้น สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ 2500 ปีก่อนคริสตกาล และอาจจะเป็นเพียงเครื่องบูชาพระศพในสุสาน ไม่ได้นำไปใช้ล่องในแม่น้ำจริง ๆ แต่อย่างใด
นักโบราณคดีระบุว่า เรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู เป็นเรือไม้ทั้งลำมีความยาว 42 เมตร น้ำหนัก 20 ตัน ใหญ่พอๆ กับเรือของจริงที่ชาวไอยคุปต์เคยใช้ล่องแม่น้ำไนล์ในอดีต เรือลำนี้อายุเก่าแก่ประมาณ 4,500 ปี เชื่อว่าเป็นเรือที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำพาองค์ฟาโรห์ไปสู่โลกหน้า และอาจจะเคยใช้ขนส่งพระศพฟาโรห์คูฟูมายังมหาพีระมิดแห่งนี้เช่นกัน
เรือลำนี้ถูกพบครั้งแรกโดยนักโบราณคดีชาวอียิปต์ เมื่อปี 2479 ฝังอยู่ด้านข้างฝั่งทิศใต้ของมหาพีระมิดแห่งฟาโรห์คูฟู พีระมิดใหญ่ที่สุดในบรรดา 3 มหาพีระมิดแห่งกิซา หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และเมื่อนักโบราณคดีนำชิ้นส่วนมาต่อกันก็พบว่า นี่เป็นเรือโมเดลที่มีสภาพสมบูรณ์ ซึ่งในตอนนั้นได้มีการขนย้ายเรือลำนี้ไปตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในเมืองกิซา แต่เมื่อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ปิดตัวลง ทำให้รัฐบาลอียิปต์ได้จัดขบวนเคลื่อนย้าย “เรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู” ตลอดจนโบราณวัตถุต่างๆจากพิพิธภัณฑ์เมืองกิซา ไปตั้งแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ชื่อว่า "เดอะ แกรนด์ อียิปต์ มิวเซียม" โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ของอียิปต์ ที่กำลังจะเปิดตัวภายในปี2564 โดยการขนย้ายเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 โดยตู้ขนส่งและรถที่นำมาใช้เคลื่อนย้ายทุกขั้นตอนเป็นรถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกันแรงกระแทก โดยรถพิเศษขนาดใหญ่ที่บรรจุเรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู ค่อยๆ เคลื่อนไปตามถนนอย่างช้าๆ สองข้างทางมีประชาชนออกมายืนดูด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่ใช่ภาพที่เห็นได้บ่อยนัก
นักโบราณคดีระบุว่า เรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู เป็นเรือไม้ทั้งลำมีความยาว 42 เมตร น้ำหนัก 20 ตัน ใหญ่พอๆ กับเรือของจริงที่ชาวไอยคุปต์เคยใช้ล่องแม่น้ำไนในอดีต เรือลำนี้อายุเก่าแก่ประมาณ 4,500 ปี เชื่อว่าเป็นเรือที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนำพาองค์ฟาโรห์ไปสู่โลกหน้า และอาจจะเคยใช้ขนส่งพระศพฟาโรห์คูฟูมายังมหาพีระมิดแห่งนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ระบุว่า นับเป็นการปกป้องและรักษาโบราณวัตถุเก่าแก่และมีชิ้นใหญ่ทำจากไม้โบราณจากมนุษยชาติในประวัติศาสตร์ไปสู่คนรุ่นใหม่ในอนาคต หากใครอยากเห็นเรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู คงต้องเดินทางไปที่ประเทศอียิปต์ ที่ “เดอะ แกรนด์ อียิปต์ มิวเซียม”
******
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
จุดจบรถ EV จีนราคาถูก กับ "ยุคทองของการช้อนซื้อของถูก"
ชาวญี่ปุ่นฝ่าหิมะไปเลือกตั้ง
กลุ่มชนชั้นนำที่มีอำนาจมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้
ภาพที่เห็นอยู่นี้ คือภาพในปากของ "เต่ามะเฟือง" ยักษ์ใหญ่ใจดีของท้องทะเล สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ดูน่ามหัศจรรย์แท้เน่อ
เตือนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น! หิมะตกหนัก ยกเลิกเที่ยวบินกว่า 200 เที่ยว และรถไฟชินคันเซ็นบางเส้นทางงดให้บริการ
รอยสักอมตะจากชั้นดินเยือกแข็ง: ถอดรหัสชีวิต "เจ้าหญิงน้ำแข็งแห่งไซบีเรีย"
พิธีวัชรกีลายะ (Gutor Puja) และระบำหน้ากาก: ชำระล้างสิ่งอัปมงคล เปิดรับพลังงานบวกแห่งปีใหม่ของชาวทิเบต
ตำนาน "โยนีปีศาจ" แห่งพนมรุ้ง รากเหง้าวัฒนบนแผ่นดินบุรีรัมย์
เมื่อสนามประลองกลายเป็นทะเล และจุดเปลี่ยนสู่โรงละครแห่งความตาย


