ทำไมถึงควรให้อภัย ประโยชน์ของการให้อภัย ที่ไม่ใช่เพื่อปลดปล่อยคนทำผิด แต่เพื่อปลดปล่อยตัวเองให้มีความสุข และ อิสระ
เขียนโดย sompeansomped
การให้อภัย Forgiveness ที่แท้จริง ไม่ได้มาจากการบังคับขู่เข็ญตัวเอง ให้แกล้ง ๆ ลืม ๆ เรื่องราวที่ถูกกระทำ และ ไม่ใช่ความอ่อนแอ การยอมแพ้ การปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล หรือ ต้องกลับไปคืนดีกับคนที่ทำให้เจ็บ
นักวิชาการนิยามการให้อภัยไว้หลากหลายในรายละเอียด แต่จุดร่วมที่เด่นชัดคือ การให้อภัยถือเป็น ‘กระบวนการอย่างหนึ่งที่คนหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนผ่านจากความขุ่นเคืองใจ ไปสู่จุดที่ความโกรธเคืองต่อผู้กระทำผิด (ในการรับรู้ของใครคนนั้น) ค่อย ๆ จางหายไป’
ในรายละเอียดอื่น ๆ นักวิชาการบางกลุ่มเชื่อว่า การให้อภัยที่แท้จริงและเหมาะสม ต้องมีสายตาที่สามารถมองผู้กระทำผิด หรือ ละเมิดต่อเราในมุมมอง ‘realistic’ คือ มองเห็นคนนั้นตามจริง รับรู้ทั้งในส่วนดี และ ไม่ดีของคนนั้น หากเราสามารถมีเมตตา หรือ มอบความเข้าใจบางอย่างให้คนนั้นได้ นั่นคือ ‘จุดสำคัญที่จะช่วยให้การให้อภัยเกิดขึ้นได้จริง’
อาจารย์ด้านจิตวิทยาและนักวิจัย Loren Toussaint และ Everett Worthington ที่ศึกษาเรื่องการให้อภัยระบุว่า ‘เหตุผลแรกมาจากความเครียดที่ลดลง การให้อภัยอนุญาตให้คุณปลดปล่อยตัวจุดชนวนความเครียดในความสัมพันธ์ และ ได้ละวางภาระที่ไม่จำเป็นต้องแบกรับไว้’
Bob Enright นักจิตวิทยาอีกคนที่ศึกษาเรื่องการให้อภัยมายาวนานเสนอว่า ‘มันช่วยลดความโกรธประเภท toxic anger ในตัวเรา ความโกรธประเภทนี้คือ ความโกรธที่อยู่ยาวนาน และ ฝังรากลึก จนส่งผลกระทบต่อตัวเราได้ “พอคุณทิ้งความโกรธนั้นไป กล้ามเนื้อคุณก็ผ่อนคลาย คุณก็วิตกน้อยลง คุณมีพลังงานมากขึ้น และ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณก็แข็งแรงขึ้นได้”’
Enright ระบุว่า ‘การให้อภัยช่วยเพิ่มการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง self-esteem ได้ เพราะมันคือการเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นต่อเรา โดยที่เรายังสามารถหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้แก่คนที่ทำให้เราเจ็บปวดได้ พอทำแบบนั้นได้ ภาพที่เรามองตัวเองก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไป’
ผลการศึกษาเกี่ยวกับการให้อภัยที่แม้แต่ Toussaint ยังเซอร์ไพรส์คือ ‘สำหรับกลุ่มคนที่มีระดับการให้อภัยสูง ความเครียดระดับสูงในชีวิตดูเหมือนจะไม่สามารถทำอะไรกับสุขภาพจิตของคนกลุ่มนี้ได้เลย’
การให้อภัยเป็นทักษะที่ฝึกฝนกันได้ เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ให้อภัยเก่งที่สุดในโลก เพียงแค่เริ่มต้นทำงานเรื่องนี้กับตัวเอง ความเครียดที่ลดลงจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้บ้าง เทคนิคคือ ให้เรียนรู้ที่จะมอบความเข้าอกเข้าใจ (empathy) แก่คนรอบข้าง ลองแทนที่ตัวเองในอยู่ในจุดที่เขาเป็น โดยสามารถเขียนความคิดความรู้สึกนั้นออกมา อาจได้เข้าใจปัจจัยที่กระทบใครคนนั้นมากขึ้น
1.การให้อภัย ไม่ได้แปลว่า จะต้องลืม การให้อภัยคือการที่เราตัดสินใจที่จะละทิ้งความรู้สึกนั้นไว้ตรงนั้น จงจำไว้ว่า ความรู้สึกเกิดขึ้นที่ตัวเราเอง เรามีอำนาจในการจัดการมัน แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องลืม สิ่งต่างๆ ที่ได้เกิดขึ้นกับเรา
2.การให้อภัย ไม่ได้หมายถึง การยอมรับในคำขอโทษ หรือ ต้องบอกกับอีกฝ่ายหนึ่งว่า เราให้อภัยเขา เราให้อภัยเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากความทุกข์ จากการกำวัตถุร้อน ๆ ในมือ ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเดินไปบอกเขาว่า เราให้อภัยเขาแล้ว และ ทำดีกับเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือ ยอมรับในคำขอโทษของเขา
3.การให้อภัยส่งผลดีกับสุขภาพร่างกายและจิตใจ การให้อภัย เรากำลังทำสิ่งนี้เพื่อตัวเอง มันอาจจะไม่ง่ายในช่วงแรก แต่เมื่อเราทำได้ ผลดีต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง
4.เป้าหมายสำคัญของการให้อภัย ก็คือ การปลดปล่อยตัวเองจากความโกรธ คนที่สามารถปลดปล่อยตัวเองจากอารมณ์โกรธได้ จะส่งผลให้มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น การให้อภัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่มาทำให้เราต้องรู้สึกทุกข์ใจ เสียใจ แต่เป็นการทำเพื่อตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องยอมให้เรื่องราวนั้นเกิดขึ้นกับเราอีก แต่ที่เราให้อภัยนั้นเราทำเพื่อตัวเราเอง
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
เรียนครูสายไหน? ถึงจะได้เงินเยอะ
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต








