“เฉาก๊วยเขียว” (cincau ) อาหารเพื่อสุขภาพต้านอนุมูลอิสระ
อากาศร้อนๆ ได้ขนมหวานๆใส่น้ำแข็งสักถ้วยคงได้ชื่นใจ วันนี้ผู้เขียนจะขอพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับต้นเฉาก๊วยเขียว ต้นเยลลี่ บ้างก็เรียกว่าต้นวุ้น พืชเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตามมองเลยทีเดียว
ต้นเยลลี่ cincau หรือ Cincau Hijau มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่มักจะอยู่ในกลุ่ม Cyclea barbata Miers. หรืออาจอยู่ในสกุล Premna spp. เป็นพืชที่ให้วุ้นสีเขียว ใช้ทำของหวานเหมือนเฉาก๊วย และเป็นที่นิยมในอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ จากงานวิจัยของ อาจารย์ ดร.ศุภชัย สุทธิเจริญ รองคณบดีฝ่ายจัดการทรัพยากรและพัฒนานิสิต คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบว่า ต้นเยลลี่ หรือต้นเฉาก๊วยเขียว ยังมีการค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ มีคลอโรฟิลล์ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซาโปนินที่พบในใบซินเซา และตัวซาโปนินมีประโยชน์ที่สามารถใช้ในการลดไข้ และคุณสมบัติอื่นอีกมากมายที่คุณจะต้องรู้จักกับต้นเยลลี่ หรือต้นเฉาก๊วยเขียว
จากนี้วิจัยชิ้นนี้ เกิดจากความชื่นชอบต้นไม้แปลก และพันธุ์พืชที่หายากของดร.ศุภชัย สุทธิเจริญ จึงทำการศึกษา และเริ่มสะสมได้พันธุ์พืชจากสถานที่ต่างๆ เพื่อนำมาทำการทดลอง และพัฒนาสามารถนำไปส่งเสริมองค์ความรู้ ให้เกษตรกรในชุมชน และเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ในครัวเรือนได้ “ต้นเยลลี่ หรือต้นเฉาก๊วยเขียว หรือต้นวุ้น” ไม่ระบุแน่ชัดว่ามีแหล่งกำเนิดจากที่ใด เท่าที่ศึกษาค้นหาข้อมูลทำให้ทราบว่า บางสายพันธุ์มีต้นกำเนิดที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเวียดนาม แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ชนิดแบบต้น และ แบบเลื้อยเป็นเถา
ลักษณะพิเศษของต้นเยลลี่ หรือต้นเฉาก๊วยเขียว “คือเมื่อนำใบมาแช่น้ำแล้วทำการขยี้ผ่านไปสักพัก จะเกิดเป็นวุ้นโดยที่ไม่ต้องผสมผงวุ้นแต่อย่างใด “ผู้วิจัยจึงเกิดแนวคิดที่จะนำมาขยายพันธุ์ เพาะพันธุ์ เพื่อทำการศึกษา และพัฒนาวิธีการเพาะปลูก และเล็งเห็นโอกาส ที่จะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกร ได้ทำการเพาะปลูก สามารถนำไปแปรรูป และเพิ่มมูลค่าของผลผลิตต่อไปในอนาคต
จากทำการทดลองปลูกในแปลงสาธิต และทดลองในพื้นที่ภายในฟาร์มเกษตร คณะเทคโนโลยี (พื้นที่นาสีนวน) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบว่า ลักษณะดินที่เหมาะสมในการเพาะปลูกควรมีค่า pH อยู่ระหว่าง 6.5 – 7.5 มีลักษณะร่วน และมีอินทรียวัตถุ ไม่ชอบน้ำขัง สามารถปลูกได้ทั่วภูมิภาคของประเทศไทย
ส่วนการทดลองแปรรูปต้นเยลลี่ หรือต้นเฉากล้วยเขียว พบว่า ต้นเยลลี่นี้สามารถเพิ่มมูลค่าได้ส่วนใหญ่จะนำไปทำเป็นวุ้น และนำมาผสมในเครื่องดื่มปรุงรสตามต้องการ โดยมีสีสันที่สวยาม น่าทาน และมีประโยชน์ “ซึ่งวิธีการทำเป็นวุ้นจากต้นเยลลี่ หรือต้นเฉากล้วยเขียว ไม่มีความยุ่งยาก เพียงนำใบต้นเยลลี่ หรือต้นเฉาก๊วยเขียว ประมาณ 10-15 ใบ นำไปขยี้ในน้ำอุ่นปริมาณ 300-500 มิลลิลิตร นำไปแช่ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง” ก็สามารถนำไปไปรับประทาน หรือนำไปผสมเป็นเครื่องดื่มเย็นปรุงรสชาติตามใจชอบ
ประโยชน์การทำงานวิจัย เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกร มีทางเลือกในการเพิ่มรายได้ เช่น นำไปเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ เพื่อจำหน่ายเป็นต้นพันธุ์ หรือสามารถนำไปแปรรูป เป็นเมนูเพื่อสุขภาพได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกเมนูหนึ่งที่น่าสนใจ ที่มีประโยชน์ เป็นที่น่าจับตามอง เช่นเครื่องดื่มเย็น หรือสามารถนำไปเป็นส่วนผสม ของขนมหวานได้เป็นอย่างดี และลงตัวกับเมนูเครื่องดื่มที่แปลกใหม่สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ต้นเยลลี่ หรือต้นเฉากล้วยเขียว มีคุณสมบัติ และสรรพคุณทางยา คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ มีคลอโรฟิลล์ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซาโปนินที่พบในใบซินเซา และซาโปนินนี้มีประโยชน์สามารถใช้ในการลดไข้
ตัวอย่างเช่นมีไข้เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ และอื่นๆ เมื่อมีไข้จะต้องได้รับการรักษา เพื่อให้ไข้ลดลง ด้วยวิธีการใช้ใบวุ้นสีเขียว หรือใบซินเกาสีเขียวนำใบมาต้มกับน้ำสะอาด หลังจากนั้นปล่อยให้น้ำอุ่นเล็กน้อย ดื่มวันละสองครั้ง
“มีสาร ยาปฏิชีวนะธรรมชาติ” และปริมาณคลอโรฟิลล์ของเยลลี่ ยังเป็นยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติ หางโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ ที่มีคุณสมบัติกันน้ำ เพื่อให้สามารถแยกมวลสารที่รบกวนร่างกาย หากสารเหล่านี้ถูกกำจัดออกไปแล้ว หลอดเลือดก็จะสะอาดจากสิ่งสกปรก หรือสารอุดตัน เส้นเลือดที่สะอาดจะช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น บทบาทของคลอโรฟิลล์จะเหมาะสมมากที่สุด หากทานควบคู่กับปริมาณน้ำที่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติ สามารถบริโภคได้ทันทีหลังจากปรุงโดยไม่มีส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม “สารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ” ซึ่งใบมีประโยชน์ในการต้านการอักเสบ ซึ่ง”สรรพคุณตัวนี้ได้มาจากคลอโรฟิลล์ ซึ่งพบได้ในใบวุ้นสีเขียว” การอักเสบที่สามารถเอาชนะได้คือการอักเสบเนื่องจากแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
จากข้อมูลที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่า เฉาก๊วยเขียว นั้น นอกจากเป็นเครื่องดื่ม ขนมเพื่อดับร้อนดับกระหายแล้ว ยังมีสรรพคุณต่างๆที่ช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะสร้างต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตามเมื่อผู้เขียน...เขียนเสร็จแล้วคงต้องไปหามาทานบ้างแล้วหล่ะ
***********
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
“เปิดวิธีกำจัดกิ้งกือ ที่หลายบ้านใช้แล้วได้ผลจริง”
7 ขนมไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น แทบไม่เคยได้ยินชื่อ
มารู้จัก "ฟิก" ผลไม้โบราณ ที่กลายมาเป็น "ผลไม้หรู"
มหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุด
5 ภัยเงียบจากการนอนดึก ที่ร่างกายอาจสะสมโดยไม่รู้ตัว
อาหารลูกที่ไม่น่าเบื่อ สำหรับเด็ก 6 เดือน+ วิธีรับมือในช่วงที่ลูกไม่ยอมกินข้าวหรือกินยาก
"ทับทิม" พันธนาการรักเจ้าแห่งยมโลก
รู้จัก 3 ชื่อนี้ให้ชัด‘ลูกไหน ลูกพลัม ลูกพรุน’ ที่แท้เกี่ยวข้องกันแบบนี้
คนใช้รถ EV ควรรู้ FVR60 เรดาร์ 4D อาจเปลี่ยนเกมรถช่วยขับ
ถอดรหัสปริศนา SOS สัญญาณกู้ภัยสากลที่โลกจำ กับความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด
ปริศนาวิวัฒนาการ 90% ทำไมมนุษย์ถนัดขวา? ความลับใต้กะโหลกศีรษะที่เชื่อมโยงกับลิงและเอป
จากสมรภูมิสงคราม สู่ระบบไซส์ S-M-L ที่ปั้นธุรกิจฟาสต์แฟชั่นเปลี่ยนโลก Standardized Clothing Sizes
"หัวปากกาลูกลื่น" เทคโนโลยีปราบเซียนที่ยากระดับสร้างยานอวกาศ

