‘โรคเบาจืด’ เมื่ออาการหิวน้ำบ่อย-ปัสสาวะมาก ไม่ใช่เรื่องปกติ!?
โรคเบาจืด คือ โรคที่เกิดจากการที่ร่างกายเสียสมดุลน้ำ จากการขาด ฮอร์โมนแอนติไดยูเรติก (Antidiuretic Hormone) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้หลอดไตดูดน้ำกลับเข้าสู่เส้นเลือด ทำให้ร่างกายปัสสาวะออกมามากกว่าปกติ โดยคนปกติจะปัสสาวะวันละ 1-2 ลิตร แต่ในผู้ป่วยโรคเบาจืดจะปัสสาวะมากกว่าวันละ 2 ลิตร ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจปัสสาวะได้มากถึงวันละ 20 ลิตร ก่อให้เกิดอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรง
โรคเบาจืด แบ่งตามสาเหตุได้ดังนี้
1.โรคเบาจืดจากความเสียหายของสมอง บริเวณสมองส่วนไฮโปทาลามัส หรือ บริเวณต่อมใต้สมอง ทำให้ไม่สามารถผลิต สะสม และ หลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกได้ตามปกติ จึงทำให้ของเหลวจำนวนมากถูกกำจัดออกมาทางปัสสาวะ
2.โรคเบาจืดจากความผิดปกติของไต หลังจากที่ต่อมใต้สมอง หลั่งฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกออกมาสู่กระแสเลือด และ ท่อไต ไตจะเกิดการดูดน้ำกลับเข้าเลือด ทำให้ปริมาตรของเลือดเพิ่มขึ้น และ ขับถ่ายปัสสาวะได้น้อยลง แต่หากไตเกิดความผิดปกติหรือเสียหาย จนไม่สามารถตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกได้ จะทำให้ปัสสาวะออกมามากผิดปกติ
3.โรคเบาจืดจากความผิดปกติของกลไกควบคุมการกระหายน้ำ อาจเกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพจิต หรือ การใช้ยาบางชนิด
4.โรคเบาจืดขณะตั้งครรภ์ เกิดจากเอ็นไซม์บางตัวที่สร้างขึ้นจากรก เข้าไปทำให้ไตตอบสนองต่อฮอร์โมนแอนติไดยูเรติกลดลง ทำให้กลายเป็นโรคเบาจืดขณะตั้งครรภ์
สัญญาณอาการ โรคเบาจืด
- ปัสสาวะบ่อยและมากกว่าปกติ ปัสสาวะมักจะมีสีอ่อน หรือ ใสเหมือนน้ำเปล่า
- หิวน้ำมากผิดปกติ ดื่มน้ำเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าไม่พอ จนแทบจะต้องดื่มน้ำตลอดเวลา
- ปากแห้ง คอแห้ง รู้สึกอ่อนเพลีย
- ปวดศีรษะ หงุดหงิดง่าย จนอาจมีปัญหาเรื่องสมาธิ
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริวง่าย
- ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว
- อาจปัสสาวะรดที่นอน เนื่องจากกลั้นไม่อยู่ขณะนอนหลับ
อาการโรคเบาจืดในเด็ก
- ปัสสาวะมาก กระหายน้ำ เช่นเดียวกับอาการเบาจืดในผู้ใหญ่
- ปวดท้องน้อยหรือเอว เนื่องจากปัสสาวะคั่ง
- ร้องไห้ผิดปกติ หงุดหงิดง่าย
- รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา
- อยากอาหารน้อยลง น้ำหนักลดผิดปกติ
- โตช้ากว่าที่ควรจะเป็น
- ปัสสาวะรดที่นอน
วิธีการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคเบาจืด
1.ปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องของการกินยาให้ถูกต้องและตรงเวลาสม่ำเสมอ รวมทั้งการไปพบแพทย์ทุกครั้งตามนัด
2.หมั่นสังเกตอาการข้างเคียงจากการกินยา เช่น ปวดท้อง ปวดศีรษะ อาเจียน หากพบอาการผิดปกติให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
3.ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
4.หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด เพราะจะทำให้ยิ่งขาดน้ำมากขึ้น
5.พักผ่อนให้เพียงพอ งดดื่มน้ำก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
6.กินผักผลไม้ให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายได้เกลือแร่ที่เพียงพอ
อ้างอิงจาก: https://allwellhealthcare.com/diabetes-insipidus/
https://www.pobpad.com/เบาจืด
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
มหาวิทยาลัยรัฐที่คนสมัครเยอะ ทำไมเด็กไทยยังเลือกกลุ่มนี้ก่อน
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว
กล้องชัด!หนุ่มใหญ่ซิ่งเก๋ง บุกขโมยดาบสมเด็จพระเจ้าตาก - ลูกแก้วองค์จตุคามรามเทพ
เงินเดือน สารวัตรทหาร (ส.ห.)
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
ทำไมคนที่ ‘ดูไม่เครียด’ มักป่วยหนักกว่าคนที่ระบายออกมา — วิทยาศาสตร์ของอารมณ์ที่กลืนไว้”
ช่างทำผมสุดฮอตของญี่ปุ่นแปลงโฉมตัวเอง กลายเป็นอินฟลูฯ คลิปหนึ่งมียอดวิวมากกว่า 5 ล้านครั้ง
ทำไมต้องบินกลางคืน? เจาะลึกความลับเที่ยวบิน "ข้ามแอตแลนติก" ที่ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก
รถยนต์ไฟฟ้า ประหยัดและคุ้มค่ากว่าใช้รถยนต์ Eco Car จริงมั้ย




