หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว


เขียนโดย Mind Matter

วงการการศึกษาไทยมีโรงเรียนเอกชนระดับตำนานหลายแห่งที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย สภาพเศรษฐกิจ และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผังเมือง ทำให้สถานศึกษาบางแห่งต้องตัดสินใจยุติบทบาทลง เหลือไว้เพียงความทรงจำและเกียรติประวัติให้คนรุ่นหลังได้กล่าวถึง

โรงเรียนเอกชนเก่าแก่ที่ปิดกิจการในไทยมักมีเรื่องร่วมกันหลายอย่าง คือเริ่มต้นจากยุคที่ครอบครัวต้องการโรงเรียนใกล้บ้าน โรงเรียนมีบทบาทเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีชื่อเสียงจากระเบียบ วินัย กีฬา วิชาการ หรือบุคลิกครูอาจารย์ แล้วค่อย ๆ เผชิญคลื่นใหม่จากประชากรลดลง บางแห่งยุติบทบาทเพราะเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น บางแห่งเพราะทายาทไม่ต้องการสานต่อ บางแห่งก็สู้กับโรงเรียนรัฐที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในยุค 2510–2540 ไม่ไหว และการแข่งขันกับโรงเรียนทางเลือกใหม่ ๆ เมื่อรายรับไม่พอรายจ่าย โรงเรียนที่เคยแน่นนักเรียนก็เริ่มเงียบลงทีละนิด จนวันหนึ่งต้องบอกลาอย่างเป็นทางการ

เริ่มกันที่ “โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา ในพระบรมราชูปถัมภ์” ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนลาดพร้าวย่านซอยลาดพร้าว 7 เป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ยุคนั้น

โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยผู้ก่อตั้งคือนายอัญ สาตรพันธุ์ และนางลำเจียก สาตรพันธุ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนเอกชนที่รองรับนักเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม.6 ก่อนที่ย้ายมาปักหลักสร้างที่ดินผืนใหม่ในย่านลาดพร้าว จุดเริ่มต้นของโรงเรียนแห่งนี้จริงๆ มีรากเหง้าอยู่ที่ย่านพญาไทก่อนจะขยับมาสู่ทำเลที่ในเวลานั้นยังถือว่าเป็น "นอกเมือง" พอสมควร แต่ก็กลายเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญในเวลาต่อมา

สิ่งที่ทำให้โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาโดดเด่นกว่าโรงเรียนเอกชนแห่งอื่นอย่างเห็นได้ชัดคือตัวอาคารเรียน อาคารเรียนโดดเด่นด้วยตึกเรียนสูง 9 ชั้น ซึ่งถือว่าทันสมัยและแปลกตาอย่างยิ่งในสมัยนั้น ตัวอาคารตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนลาดพร้าว ทำให้ใครที่ขับรถผ่านหันมองอย่างไม่อาจละสายตา เพราะความสูงและสถาปัตยกรรมที่สะดุดตา ตึกแห่งนี้เริ่มก่อสร้างประมาณปี พ.ศ. 2513 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2514 นับว่าล้ำหน้ามากสำหรับยุคนั้น เพราะตึกสูง 9 ชั้นที่เป็นโรงเรียนเอกชนนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา ผลงานการออกแบบตกเป็นฝีมือของ องอาจ สาตรพันธุ์ บุตรของผู้ก่อตั้งซึ่งก็กลายมาเป็นผู้บริหารรุ่นต่อมาด้วย

ความภาคภูมิใจที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาพูดถึงบ่อยที่สุดคือการได้รับพระบรมราชูปถัมภ์ โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาในพระบรมราชูปถัมภ์ถือเป็นโรงเรียนเอกชนแท้ๆ แห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่ได้รับพระบรมราชูปถัมภ์จากในหลวงรัชกาลที่ 9 สิ่งนี้ทำให้ชุดพิธีการของนักเรียนปานะพันธุ์วิทยาออกมาในแนวเดียวกับโรงเรียนวชิราวุธ และเสริมชื่อเสียงให้โรงเรียนแห่งนี้เป็นที่ต้องการในสายตาผู้ปกครองยุคนั้นอย่างมาก บรรยากาศภายในโรงเรียนยังมีสระบัว สระว่ายน้ำใหญ่ ห้องสมุดมีคอมพิวเตอร์ ร่มรื่นจนใครที่เคยเรียนล้วนพูดถึงด้วยความคิดถึง

ในยุครุ่งเรือง โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาผลิตศิษย์เก่าชื่อดังออกมาไม่น้อย ศิษย์เก่าคนดังที่รู้จักกันดี เช่น โดม ปกรณ์ลัม, โอ้ เสกสรร และอ๊อฟ อภิชาติ อดีตดาราหนุ่มที่เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีบุคคลในแวดวงต่างๆ ที่เติบโตมาจากรั้วโรงเรียนแห่งนี้อีกจำนวนมาก

ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนเอกชนที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ตึกใหญ่สวยคล้ายปราสาทเทพนิยาย พื้นที่กว้างขวาง มีเรือนนักเรียน มีรถโรงเรียนหลายคัน แต่ในที่สุด พ.ศ. 2540 ก็ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจ จำเป็นต้องยกเลิกกิจการใน พ.ศ. 2542 ปิดตำนานสถาบันการศึกษาที่เคยรุ่งโรจน์ยาวนานหลายทศวรรษ อาคาร 9 ชั้นที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความภูมิใจ ถูกทุบลงในปีเดียวกันนั้น เพื่อพัฒนาเป็น "ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว"

ถัดมาที่ “โรงเรียนสมถวิล” ซึ่งเป็นชื่อที่อาจทำให้สับสนเล็กน้อย เพราะมีหลายสาขาและหลายที่ตั้ง นางสมถวิล สังขะทรัพย์ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนสมถวิล สุขุมวิท 67 โรงเรียนดวงถวิล โรงเรียนสมถวิล ราชดำริ โรงเรียนสมถวิล หัวหิน รวมถึงโรงเรียนอนุบาลสมาคมสตรีไทยและแผนกรับเลี้ยงเด็กยากจน เส้นทางชีวิตของนางสมถวิล สังขะทรัพย์นั้นน่าทึ่งไม่น้อย ท่านเกิดในปี พ.ศ. 2460 ฝั่งธนบุรี จบการศึกษามัธยมจากโรงเรียนสายปัญญา แล้วไต่เต้าขึ้นมาเป็นครูก่อนจะก้าวสู่การเป็นผู้บริหารและเจ้าของโรงเรียนหลายแห่ง ในยุคที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสร้างเครือข่ายการศึกษาระดับนั้นได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน

โรงเรียนสมถวิล ราชดำริ ตั้งอยู่บนทำเลทองย่านถนนราชดำริ ซึ่งเป็นย่านที่ดินราคาสูงและเปลี่ยนมือบ่อยในยุคพัฒนาเมือง โรงเรียนสมถวิล ราชดำริ ปิดกิจการไปก่อน ส่วนโรงเรียนสมถวิลสาขาอื่นทยอยปิดตามมาในช่วงที่โรงเรียนเอกชนขนาดกลางทั่วกรุงเทพฯ เริ่มประสบปัญหา ที่ดินบนถนนราชดำริในเวลาต่อมาเปลี่ยนมือสู่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่นำมาสร้างโรงแรมและอาคารพาณิชย์แทน ส่วนสาขาสุขุมวิท 67 และพระโขนงนั้นก็ค่อยๆ หายไปจากแผนที่เช่นกัน ปัจจุบันมีเพียงโรงเรียนสมถวิล หัวหิน ที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ในรูปแบบโรงเรียนนานาชาติ ทำให้ชื่อ "สมถวิล" ยังคงมีชีวิตอยู่บ้างในโลกปัจจุบัน แม้สาขาในกรุงเทพฯ จะไม่มีอีกแล้ว

หากขยับมาทางฝั่งถนนสุขุมวิท จะมีชื่อของ “โรงเรียนดรุณพิทยา” ที่เคยเป็นแหล่งบ่มเพาะกุลบุตรกุลธิดาในย่านใจกลางเมือง โรงเรียนแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องหลักสูตรที่ทันสมัยและการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด ครูอาจารย์ส่วนใหญ่มีความผูกพันกับนักเรียนเหมือนลูกหลาน ทำให้ศิษย์เก่าหลายคนมีความรักและหวงแหนสถาบันอย่างมาก ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมีทั้งดาราในวงการบันเทิงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน แต่ด้วยราคาที่ดินบนถนนสุขุมวิทที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาการจราจรและการเปลี่ยนมือของเจ้าของที่ดิน ในที่สุดโรงเรียนต้องปิดตัวลง ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวถูกพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และอาคารสำนักงานที่ทันสมัย ซึ่งหากมองจากภายนอกแทบจะมองไม่ออกเลยว่าที่แห่งนี้เคยมีสนามหญ้าและอาคารเรียนไม้ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ

โรงเรียนไพศาลศิลป์” นั้นเป็นอีกบทหนึ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูในฐานะโรงเรียนดีเด่นทางวิชาการ แต่ โรงเรียนไพศาลศิลป์ฝั่งธนบุรีนั้นเป็นโรงเรียนที่ชาวบ้านเรียกร้องให้ปิดบ่อยมาก เนื่องจากเป็นที่ชุมนุมของเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว พูดตรงๆ ก็คือโรงเรียนไพศาลศิลป์อยู่ในตำนานอีกแบบหนึ่ง มีสองสาขา สาขาหนึ่งอยู่ฝั่งสะพานยศเส อีกสาขาอยู่แถบบางขุนเทียน/จอมทอง สาขาฝั่งสะพานยศเสนั้นกลายเป็นมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ซึ่งถือว่าที่ดินผืนนั้นเปลี่ยนบทบาทไปได้งดงามทีเดียว จากโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในทิศทางตรงข้าม กลายเป็นมหาวิทยาลัยที่ยังคงเปิดให้การศึกษาอยู่จนทุกวันนี้ ส่วนสาขาจอมทองบนถนนวุฒากาศ ปัจจุบันไม่มีร่องรอยของโรงเรียนหลงเหลืออีกแล้ว

โรงเรียนเสสะเวชวิทยาเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ผุดขึ้นมาอยู่เสมอ โรงเรียนนี้เคยตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ และมีคนในชุมชนกับศิษย์เก่าพูดถึงว่าเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดกลางที่มีชีวิตชีวา นักเรียนไม่ได้เยอะจนล้น แต่ก็มีบรรยากาศคุ้นเคยแบบโรงเรียนที่ผู้คนจำหน้ากันได้ มีหลักฐานจากกระทู้และการรวมตัวของศิษย์เก่าว่ามีการจัดงานอำลาและเล่าความทรงจำกันหลังโรงเรียนเข้าสู่ช่วงปิดตัวแล้ว ชื่อของเสสะเวชจึงไม่ได้อยู่ในฐานะโรงเรียนที่ปิดเงียบ ๆ เท่านั้น แต่ยังอยู่ในฐานะสถานที่ที่มีคนรัก มีรุ่นพี่รุ่นน้องจำได้ และมีการย้อนกลับไปพูดถึงครู อาจารย์ และวันวานกันอยู่เรื่อย ๆ

โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยาก็เป็นอีกชื่อที่คนชอบยกมาคู่กับโรงเรียนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ โดยข้อมูลที่ค้นพบระบุว่าโรงเรียนนี้จัดการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2479 และถูกมองว่าเป็นโรงเรียนเอกชนเก่าแก่มากแห่งหนึ่ง เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลถึง ม.6 คำบอกเล่าจากชุมชนออนไลน์สะท้อนว่าผะดุงศิษย์พิทยาเคยเป็นโรงเรียนที่ย่านบางซื่อและเตาปูนรู้จักกันดี ก่อนค่อย ๆ เลือนหายไปตามสภาพยุคสมัยและจำนวนนักเรียนที่ลดลง สิ่งที่น่าสนใจของโรงเรียนแบบนี้คือ แม้ตัวอาคารหรือกิจการอาจไม่อยู่แล้ว แต่ชื่อยังวนอยู่ในความทรงจำของคนแถวนั้น โดยเฉพาะศิษย์เก่าและคนที่เคยผ่านย่านเก่า ๆ ของกรุงเทพฯ สำหรับรายละเอียดศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง ข้อมูลสาธารณะที่ค้นได้ยังไม่เด่นชัดเท่าโรงเรียนศรีวิกรม์ แต่การมีสมาคมศิษย์เก่าและกลุ่มเพื่อนผะดุงศิษย์ก็ชี้ว่าฐานศิษย์เก่ายังผูกพันกับชื่อโรงเรียนอยู่ไม่น้อย

ส่วนโรงเรียนสตรีประเทืองวิทย์ ย่านอุรุพงษ์ ก็เป็นชื่อที่ชวนให้ย้อนกลับไปเห็นภาพโรงเรียนหญิงล้วนในกรุงเทพฯยุคก่อน ข้อมูลที่ค้นได้จากสื่อสังคมออนไลน์ชี้ว่าโรงเรียนนี้ยังมีศิษย์เก่ารวมกลุ่มกันอยู่และพูดถึงชื่อโรงเรียนอย่างอบอุ่น แสดงให้เห็นว่าตัวโรงเรียนเคยมีรากในชุมชนและมีความทรงจำร่วมที่แข็งแรงพอสมควร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลประวัติอย่างเป็นทางการ ศิษย์เก่าชื่อดัง และสภาพที่ดินเดิมหลังปิดกิจการ ยังหาได้ไม่ครบถ้วนจากแหล่งสาธารณะที่ตรวจสอบได้ในครั้งนี้ จึงควรเล่าแบบระมัดระวังว่าโรงเรียนนี้ยังเป็นชื่อที่คนเก่า ๆ จำได้ดี แต่รายละเอียดปลายทางของพื้นที่ยังไม่ชัดจากแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้

โรงเรียนศรีวิกรม์เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีศิษย์เก่าหลากหลายวงการ ตั้งแต่นักการเมือง นักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ นักเขียน ไปจนถึงบุคคลในแวดวงทหารและสื่อ รายชื่อที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลสาธารณะมีทั้ง ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ, หฤทัย ม่วงบุญศรี, สุชาติ รังนกใต้, เบญจพล เชยอรุณ, อัมรินทร์ นิติพน, สหรัถ สังคปรีชา, มณีนุช เสมรสุต, ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์, พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และงามพรรณ เวชชาชีวะ โรงเรียนแบบศรีวิกรม์จึงทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของโรงเรียนเอกชนไทย คือไม่ใช่แค่สถานที่สอนหนังสือ แต่เป็นพื้นที่สร้างเครือข่าย สร้างภาพจำ และสร้างศิษย์เก่าที่กระจายไปหลายวงการ

โรงเรียนไผทอุดมศึกษา” ซึ่งเพิ่งปิดกิจการอย่างสมบูรณ์ในปีการศึกษา 2569 นี้เอง จึงยังอยู่ในความรับรู้ของคนร่วมสมัยมากกว่าโรงเรียนที่กล่าวมาก่อนหน้า โรงเรียนไผทอุดมศึกษาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2514 โดยคุณหญิงอุดมลักษณ์ ศรียานนท์ เพื่ออุทิศเป็นอนุสรณ์แก่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ผู้ก่อตั้งจึงมีความผูกพันกับตำรวจระดับสูงที่มีบทบาทในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคทศวรรษ 2490 เลยทีเดียว

โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นย่านที่ครอบครัวชนชั้นกลางนิยมส่งลูกหลานมาเรียน ปรัชญาประจำโรงเรียนคือ "เรียนดี กีฬาเก่ง เคร่งวินัย ใฝ่คุณธรรม" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนทั้งด้านวิชาการและด้านร่างกายควบคู่กัน ในช่วงเปิดตำแหน่งแข็งแกร่ง ไผทอุดมศึกษาเคยมีนักเรียนมากกว่า 3,300 คน ครูและบุคลากรรวมกว่า 300 ชีวิต ถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ระดับต้นๆ ของย่าน ศิษย์เก่าที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งคงหนีไม่พ้น แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นักแสดงชื่อดัง ซึ่งทำให้คนยุค 2000s จำนวนมากรู้จักชื่อโรงเรียนนี้โดยอัตโนมัติ

อีกแห่งที่เพิ่งประกาศเลิกกิจการคือ โรงเรียนถนอมพิศวิทยา ย่านลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง กรุงเทพฯ ก่อตั้งปี พ.ศ. 2505 โดยคุณแม่ถนอม ร้ายบำรุง เริ่มจากอาคารไม้ชั้นเดียว มีครู 3 คน นักเรียนอนุบาล 1 ห้อง 38 คน บนเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ด้วยงบส่วนตัวของครอบครัวร้ายบำรุง เพื่อให้บุตรหลานได้เรียนคู่คุณธรรม ต่อมา พ.ศ. 2514 สร้างอาคารไม้ 2 ชั้น รองรับอนุบาลถึง ป.6 รวม 30 ห้อง ก่อนปิดตัวโรงเรียนมีอาคาร 9 หลัง เป็นอาคารเรียน 6 หลัง หอประชุม โรงอาหาร อาคารเอนกประสงค์ และสระว่ายน้ำ เปิดมา 63 ปี เกียรติประวัติคือเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองเสมอมา พัฒนาการสอนต่อเนื่อง นักเรียนจบไปประกอบอาชีพและเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้ดี สร้างความภาคภูมิใจแก่ชุมชนและบุคลากร โรงเรียนแจ้งเลิกกิจการ มีผลปีการศึกษา 2569 เช่นกัน สาเหตุหลักหนีไม่พ้นนักเรียนน้อยลงแบบที่เกิดกับโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 229,616 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
11 VOTES (3.7/5 จาก 3 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี, Thorsten, pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา9 สถานีรถไฟรุ่นแรกของไทย จากปี 2439 วันนี้เหลือกี่สถานีที่ยังใช้งาน10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดรถที่พ่อแม่เคยขี่ วันนี้ยังเห็นบนถนน! 10 มอเตอร์ไซค์ยอดนิยมของคนไทยหวย16 สิงหาคม คนส่องเลขดังสำนักไหนจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านส่องกระแสหวยลาว 11 สิงหาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? 5-8 มาแรง จับตา 58, 51, 89ขนลุกซู่! เจ้าของร้านถ่ายคลิปกลางดึก เจอเครื่องออกกำลังกายหน้าวัดขยับเอง9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69“ต้นนุ่น” ต้นไม้คุ้นตาในอดีต ที่เด็กรุ่นใหม่อาจไม่เคยเห็นความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย9 สถานีรถไฟรุ่นแรกของไทย จากปี 2439 วันนี้เหลือกี่สถานีที่ยังใช้งาน9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยส่องกระแสหวยลาว 11 สิงหาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุด? 5-8 มาแรง จับตา 58, 51, 89ทำไมราคาทองถึงขึ้น ๆ ลง ๆ ช่วงนี้? แค่ข่าวดอกเบี้ยสหรัฐ ก็ทำให้ทองแกว่งได้เป็นพันบาท“พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” นักเทควันโดหญิงไทย ผู้สร้างสถิติที่ไม่มีใครลืม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
9 สถานีรถไฟรุ่นแรกของไทย จากปี 2439 วันนี้เหลือกี่สถานีที่ยังใช้งานรถที่พ่อแม่เคยขี่ วันนี้ยังเห็นบนถนน! 10 มอเตอร์ไซค์ยอดนิยมของคนไทย“พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” นักเทควันโดหญิงไทย ผู้สร้างสถิติที่ไม่มีใครลืมหวย16 สิงหาคม คนส่องเลขดังสำนักไหน
ตั้งกระทู้ใหม่