ถึงเวลาศาลชี้ขาด! ครูเต้ย อภิวัฒน์ เคลียร์ปมดราม่าดูแลลูก ยันไม่เคยทิ้ง
ครูเต้ย อภิวัฒน์ เผยความในใจ ขอใช้สิทธิ์บิดา เพื่อสวัสดิภาพลูก สู้ทุกทางถูกต้องตามกฎหมาย
ประเด็นดราม่าครอบครัวของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “ครูเต้ย อภิวัฒน์” กลายเป็นหัวข้อที่สังคมไทยจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างครูเต้ยและอดีตภรรยา “ขนม ศศิกานต์” เรื่องการดูแลและสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก ล่าสุดครูเต้ยได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงความจริงและยืนยันถึงความเป็นพ่อ พร้อมเรียกร้องสิทธิ์ตามกฎหมายในการดูแลบุตรอย่างเป็นธรรม
ครูเต้ยยืนยันความรับผิดชอบของพ่ออย่างต่อเนื่อง
ในโพสต์ของเขา ครูเต้ยเน้นย้ำว่า ตนไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูลูก และได้โอนค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องเสมอ โดยมีบางช่วงที่ล่าช้าเกิดจากขั้นตอนเอกสารที่ยังไม่เรียบร้อย ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธความรับผิดชอบ
ครูเต้ยระบุว่า เขาให้ความสำคัญกับ สวัสดิภาพทางใจและอนาคตของเด็ก มากกว่าความขัดแย้งของผู้ใหญ่ และตั้งคำถามว่า เหตุใดตนยังไม่ได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายในฐานะบิดา ทั้งที่ทำหน้าที่พ่ออย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งของผู้ใหญ่ ไม่ควรถูกโยงกับลูก
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ครูเต้ยพูดถึงคือ การแยกความขัดแย้งของผู้ใหญ่กับชีวิตของเด็ก เขาเน้นว่าความขัดแย้งระหว่างตัวผู้ใหญ่ไม่ควรถูกนำมาสร้างผลกระทบต่อบุตร เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ การเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขของเด็ก
ครูเต้ยระบุในโพสต์ว่า
“ผมเชื่อว่าควรเป็นการพูดคุยกันภายในครอบครัว มากกว่าถูกนำออกไปเผยแพร่ต่อสังคม เพราะเมื่อเรื่องเหล่านี้ถูกเปิดเผย สิ่งที่กระทบมากที่สุดคือความรู้สึกและอนาคตของลูก”
เขายังชี้ว่า การแสดงความห่วงใยโดยการดึงเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหาผู้ใหญ่ เป็นสิ่งที่ อาจสร้างภาระทางใจให้กับเด็กโดยไม่จำเป็น และไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาและการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว
การชำระค่าใช้จ่ายเพื่อบุตร: ไม่เคยขาดตกบกพร่อง
อีกประเด็นที่ครูเต้ยให้ความชัดเจนคือ เรื่องค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับการเลี้ยงดูลูก เขากล่าวว่า ตนได้โอนเงินอย่างต่อเนื่องมาตลอด ไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบ
“หากมีบางช่วงล่าช้า ก็เพราะยังไม่ได้รับเอกสารเบิก ไม่ใช่เพราะไม่เต็มใจหรือหลีกเลี่ยง ทุกอย่างมีเหตุผลครับ เพียงแค่ไม่อยากออกไปพูดเพราะไม่อยากให้อะไรเสียหายไปมากกว่านี้”
ข้อความนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของครูเต้ยในการ ทำหน้าที่พ่ออย่างถูกต้องและครบถ้วน แม้ว่าจะต้องเดินทางทำงานหลายจังหวัด ทำให้ไม่สามารถอยู่ดูแลลูกตลอดเวลา
ครูเต้ยยังเปิดเผยว่า ตนพยายามสอบถามและขอจดรับรองบุตรหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ ทำให้เขาไม่ได้สิทธิ์ตามกฎหมายในฐานะบิดา
“การไม่อนุญาตให้บิดามีสิทธิ์ในตัวบุตร ทั้งที่ผมปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของตนมาโดยตลอด ไม่เพียงไม่ยุติธรรมต่อบิดา แต่ยังอาจกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของบุตรในการมีพ่ออยู่ในชีวิต”
ในท้ายที่สุด ครูเต้ยระบุว่า เมื่อไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ การปล่อยให้ศาลเป็นผู้พิจารณา คือวิธีที่ดีที่สุดเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูก
ในโพสต์ยาวของเขา ครูเต้ยยังฝากข้อความถึงลูก ๆ ว่า ทุกสิ่งที่ทำไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อลูกเติบโตอย่างมีความสุขและปลอดภัย
“ลูกหนูทั้งคู่คือดวงใจของพ่อ พ่อจะทำทุกวิธีทางอย่างถูกต้องเพื่อให้เราได้เจอกันนะครับ รอพ่อหน่อยนะลูก”
ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นว่า ครูเต้ยให้ความสำคัญกับลูกมากที่สุด และพร้อมต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของเขาในฐานะพ่อ ด้วยความรักและความรับผิดชอบ
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของครูเต้ยและอดีตภรรยาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง ปัญหาสิทธิ์ของบิดาในสังคมไทย ปัจจุบันมีหลายกรณีที่พ่อไม่ได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกเต็มที่ แม้ว่าจะทำหน้าที่และรับผิดชอบทางการเงินอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นนี้จึงเป็น เรื่องที่สังคมควรตระหนัก เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กในการมีพ่อแม่ครบถ้วน และความสำคัญของการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ
การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ: ทางออกที่เหมาะสม
ครูเต้ยเลือก ใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย เพื่อให้ได้คำสั่งที่ชัดเจนและเป็นธรรม ซึ่งเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุดในสถานการณ์ความขัดแย้งเช่นนี้ การพึ่งศาลไม่เพียงแต่ช่วยให้ความขัดแย้งยุติ แต่ยัง ปกป้องสวัสดิภาพทางใจของเด็ก และลดการดึงเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องในความขัดแย้ง
นักกฎหมายครอบครัวหลายท่านชี้ว่า การตัดสินใจให้ศาลพิจารณาเป็นทางออกที่เหมาะสม โดยศาลจะพิจารณาทั้ง ความพร้อมของพ่อแม่ สภาพแวดล้อม และประโยชน์สูงสุดของเด็ก ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญตามกฎหมายไทย
บทสรุป: ครูเต้ยพร้อมสู้เพื่อสิทธิ์และสวัสดิภาพลูก
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความรักและความรับผิดชอบของพ่อ สามารถแสดงออกได้ทั้งในทางการเงินและทางจิตใจ แม้จะเจอความขัดแย้งหรือไม่ได้รับสิทธิ์ตามกฎหมาย
โพสต์ของครูเต้ยยังส่งสารสำคัญต่อสังคมว่า เด็กไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในความขัดแย้งของผู้ใหญ่ และการพึ่งพากฎหมายเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรม
สุดท้าย ครูเต้ยย้ำว่า ลูกคือดวงใจของพ่อ และเขาจะทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้เจอกับลูก พร้อมสัญญาว่า ทุกการกระทำที่ทำไปไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างมีความสุข ปลอดภัย และมีอนาคตที่ดี
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
ครูมวยพิมายควบ "เจ้าทอม" สู้แดดไปเลือกตั้ง! สีสันโคราชคึกคัก ปลุกพลังใช้สิทธิเปลี่ยนประเทศ
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
ไขปริศนา URL: ทำไมยุคนี้ "www" ถึงหายไป และเรายังจำเป็นต้องพิมพ์อยู่ไหม?
เปิดความลับ Culture Shock: ทำไมฝรั่งถึง (ยัง) ไม่ใช้ "สายฉีดชำระ" เหมือนบ้านเรา?
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"Connor Storrie" สลัดผ้าโชว์หุ่นพระเจ้าสร้าง ขึ้นปกนิตยสารดัง
น้ำตาหลั่งริน!รศ.112 สมุทรปราการด่านสุดท้าย. มหามงคลฟิล์มมูฟวี่ทาวน์เปิดจดหมายเหตุสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เปิดโครงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการแสดงสอนโดยบดินทร์ ดุ๊ก
การกลับมาของ "คาวาคิตะ ไซกะ" เมื่อชื่อเดิมที่คุ้นเคยขลังกว่าชื่อใหม่
รอชม!! Netflix Thailand ประกาศทำ สารคดี "คดีชมพู่ เด็กหายที่ถูกลืม" (Missing: The Chompoo Case)

