Blue Ringed Octopus : วงแหวนสีน้ำเงินที่แฝงไปด้วยพิษร้ายในท้องทะเล
เห็นหมึกในท้องทะเล ใช่เพียงหมึกที่สามารถพ่นหมึกเพื่อพรางศัตรูเท่านั้น แต่หมึกบางประเภทก็แฝงไปด้วยพิษร้ายจนใครๆก็ขยาย หนึ่งในนั้นคือ "หมึกสายวงน้ำเงิน" ถือสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก
จากข่าวที่พบหมึกสายวงสีน้ำเงินในร้านปิ้งย่างที่ผ่านมา ทำให้ผู้เขียน ขอเล่าเรื่องหมึกสายวงสีน้ำเงินนั้นเป็นอย่างไร
หมึกสายวงน้ำเงิน (Blue-ringed octopus) เป็นสัตว์ทะเลขนาดเล็กแต่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก แม้จะมีขนาดเท่าลูกกอล์ฟ แต่พิษของมันสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้เลยทีเดียว
ตามปกติแล้วหมึกบลูริงจะมีสีน้ำตาลอ่อนหรือเหลือง แต่เมื่อรู้สึกถูกคุกคามหรือตกใจ สีผิวจะเปลี่ยนไปทันที พร้อมทั้งมีวงแหวนสีน้ำเงินสดใสราวกับเรืองแสงกระจายทั่วตัว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยตามธรรมชาติ
ตัวเต็มวัยมีขนาดเล็กมาก เพียงประมาณ 4-20 เซนติเมตรเท่านั้น
เป็นสัตว์ที่ขี้อาย ชอบซ่อนตัวอยู่ในซอกหิน โพรง หรือเปลือกหอยร้างตามแนวปะการังและพื้นทรายในเวลากลางวัน และจะออกหากินในเวลากลางคืนเป็นหลัก
พิษของหมึกบลูริงมีชื่อว่า เตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ซึ่งเป็นสารพิษชนิดเดียวกับที่พบในปลาปักเป้าและมีความร้ายแรงกว่าพิษไซยาไนด์ถึง 1,200 เท่า หรือร้ายแรงกว่าพิษงูเห่าถึง 20 เท่า
พิษจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ ทำให้ผู้ได้รับพิษไม่สามารถหายใจได้จนอาจเสียชีวิตภายในไม่กี่นาที
ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถต้านพิษชนิดนี้ได้โดยตรง การรักษาจึงเน้นการประคับประคองอาการ เช่น การใช้เครื่องช่วยหายใจจนกว่าพิษจะหมดฤทธิ์
พิษเตโตรโดท็อกซินทนความร้อนได้สูงมาก แม้จะนำไปประกอบอาหารหรือปิ้งย่างจนสุก พิษก็ยังคงอยู่และเป็นอันตรายถึงชีวิต
แม้จะทำให้สุกก็ตาม" เพราะถึงแม้จะเอาไปทำให้สุกก็ตาม แต่สารพิษในตัวมันก็ทนความร้อนสูงได้ถึง 200 องศา ต่อมพิษของหมึกบลูริงจะอยู่ที่ปาก (ที่ต่อมน้ำลาย salivary gland) ไม่ได้กระจายทั่วไปตามลําตัว ผู้ที่ได้รับพิษนั้นจึงมักเกิดจากการถูกมันกัด ไม่ใช่จากการสัมผัสโดนตัว แต่ก็ไม่ควรรับประทานเข้าไปอยู่ดี เพราะอาจเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้
หมึกบลูริงเป็นหมึกในกลุ่ม Hapalochlaena ซึ่งมีหลายชนิดย่อย กระจายพันธุ์อยู่ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นไปจนถึงออสเตรเลีย ในประเทศไทยเองก็เคยมีการพบเห็นหมึกชนิดนี้ได้ทั่วทุกท้องทะเลไทย ตามแนวปะการังและโขดหินที่ระดับน้ำตื้นไปจนถึงน้ำลึก
วิธีสังเกตก็คือ มันเป็นหมึกสาย รูปทรงแบบเดียวกับปลาหมึกยักษ์ตัวเล็กๆ หัวโตๆ หนวดเยอะๆ (ไม่ใช่แบบปลาหมึกกล้วย หรือหมึกกระดอง) และที่สำคัญคือ มีลวดลายรูปวงแหวนอยู่ทั่วไป ทั้งที่ตัวและหนวด ซึ่งจะแตกต่างกับพวกหมึกสายอิ๊กคิว ที่มีวงแหวนแค่ 1-2 วงที่ตัว )
หากคุณพบเห็นหมึกที่มีลักษณะคล้ายหมึกบลูริง ควรอยู่ให้ห่างและไม่ควรไปสัมผัสหรือจับมันเด็ดขาด เพราะอันตรายจากพิษนั้นร้ายแรงมากจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
*****
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
หญิงญี่ปุ่นถูกจับ หลังถูกกล่าวหาใช้เข็มเย็บปากเพื่อนร่วมบ้าน
หวัง ลี่หง ล้มหน้ากระแทกเวที บาดเจ็บระหว่างคอนเสิร์ตเฉิงตู
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
6 วิธีเปลี่ยนรายจ่ายประจำ ให้กลายเป็นเงินออมแบบง่าย ๆ
AI ไม่ได้เพิ่งเกิด เปิดที่มาปัญญาประดิษฐ์จากแนวคิดสู่เทคโนโลยีใกล้ตัว
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
3 คาเฟ่ลาว บรรยากาศดี
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ที่โดดเด่นเรื่องนางงามมากที่สุด
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
ทำไมหลังสงครามโลก ฝรั่งเศสไม่คืนมณฑลบูรพาให้ไทย
หญิงญี่ปุ่นถูกจับ หลังถูกกล่าวหาใช้เข็มเย็บปากเพื่อนร่วมบ้าน
AI ไม่ได้เพิ่งเกิด เปิดที่มาปัญญาประดิษฐ์จากแนวคิดสู่เทคโนโลยีใกล้ตัว
เกาะอาโอชิมะ เกาะแมวในญี่ปุ่นที่มีแมวมากกว่าคน
6 วิธีเปลี่ยนรายจ่ายประจำ ให้กลายเป็นเงินออมแบบง่าย ๆ
ทำไมหลังสงครามโลก ฝรั่งเศสไม่คืนมณฑลบูรพาให้ไทย
รวบ 2 ผู้ต้องหาคดียาบ้าที่เหนือคลอง ยึดยาดำเนินคดีทั้งเสพ-ครอบครอง-ค้ายา
มาทำความรู้จัก บรมครูฤๅษีทั้ง 108 และวิธีการบูชาอย่างไร สายมูต้องห้ามพลาด!
วาทกรรม "ดวงกินผัว" ตราบาปที่สังคมสร้างขึ้น
กรมศิลป์พบแหวนทองคำจารึกอักษรพราหมี อายุราว 2,000 ปี กลางแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เพชรบุรี
"คุณฝันถึงคนบางคนที่คิดถึงไหม" ...การสื่อสารผ่านความฝันทำอย่างไร


