หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปวดหัว อาการที่ควรต้องรับมือ

เขียนโดย Zummarikun

อาการปวดหัวที่ควรรับมือ

หลายคนที่มีอาการปวดหัว ทำให้ชีวิต​ในแต่ละวันยุ่ง​ยาก​ลำบาก​มาก ปวดขนาดมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตื่นเช้ามาเหมือนสมองไม่โล่ง ตื้อๆ น่าจะเคยเป็นกันใช่มั๊ยคะ

อาการปวดหัว จะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนมีอาการปวดหัว​เพียง​เล็กน้อย สักพักก็หายเองได้เอง หรือบางคนมีอาการปวดรุนแรงมาก โดยอาการปวดรู้สึกปวดบีบ หรือปวดตื้อๆ ที่ศีรษะ อาจเป็นบริเวณขมับทั้งสองข้าง ปวดข้างเดียว หรือทั่วทั้งศีรษะ บางครั้งมีอาการปวดบริเวณท้ายทอยร่วมด้วย

สาเหตุของการปวดหัวมีดังนี้

อาการปวดหัว ที่มาจากความตึงเครียด สำหรับคนทำงานที่ไม่ได้ผ่อนคลาย ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอมีอาการ​หดเกร็ง หรือหากมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้มีอาการปวดหัวได้

อาการปวดหัวที่มาเป็นชุดๆ ทางการแพทย์​เรียกการปวดหัวชนิดนี้ว่า "คลัสเตอร์"  คืออาการ ปวดหัวรุนแรงเป็นชุดๆ มักจะเกิดบริเวณรอบดวงตาข้างเดียว มีอาการคัดจมูก​ร่วมด้วย และมีอาการน้ำตาไหล

อาการปวดหัวไมเกรน คนที่มีอาการคงทราบดี ว่าปวดหัวไมเกรนนั้น มันสร้างความทรมาน​ขนาดไหน สาเหตุเกิดมาจากความผิดปกติของระบบประสาท และหลอดเลือดในสมอง อาการคือ จะปวดตุบๆ ข้างเดียว และมีอาการร่วมอื่นๆ เช่นปวดกระบอกตา รู้สึกอยากจะอาเจียน​ร่วมด้วย หรือบางครั้งเกิดจากปัจจัย​ที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดไมเกรนได้ เช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อาหารบางชนิด กลิ่นฉุน หรือการดื่มแอลกอฮอล์

อาการปวดหัวจากสาเหตุอื่น เช่นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ การติดเชื้อ ความดันโลหิตสูง หรือปัญหาเกี่ยวกับสายตา ซึ่งก็ส่งผลให้มีอาการปวดหัวได้เช่นกัน​ บางคนมุ่งแต่กินยา แต่พอวัดสายตา ใส่แว่น อาการปวดหัวหายเป็นปลิดทิ้งไปเลย

วิธีแก้อาการปวดหัว มีหลายวิธีค่ะ บางคน ใช้วิธีนวดผ่อนคลายก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน หรือใช้สมุนไพรในการรักษา เช่น ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ กลิ่นของน้ำขิงช่วยทำให้อาการปวดหัวเบาลง แต่ถ้ามีอาการรุนแรง​มากขึ้น ควรรับประทาน​ยาแก้ปวด ซึ่งยาที่คุ้นเคยและสามารถซื้อมารับประทาน​เองได้คือ

 

ยาพาราเซตามอล แก้ปวด ลดไข้ได้ แต่อย่ารับประทาน​มาเกินไป อาจมีผลกับตับ สำหรับใครที่เป็นไมเกรน ยาที่ใช้ แพทย์​จะเป็นผู้สั่งให้ เนื่องจากยาแรง และต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม​กับผู้ป่วยด้วย ยานี้อาจมีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร (เช่น ปวดท้อง ท้องอืด) และระบบหัวใจและหลอดเลือด ควรรับประทานหลังอาหารทันที และผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร โรคหัวใจ หรือโรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ โดยยาทำให้หลอดเลือดในสมองที่ขยายตัวหดตัวลง และยับยั้งการปล่อยสารที่ก่อให้เกิดอาการปวดไมเกรน

 

การรับประทานยา ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำในการใช้ยาด้วยนะคะ ขอให้รักษา​สุขภาพ​เนื่องจาก การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ​ เป็นความจริงค่ะ

เนื้อหาโดย: Zummarikun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 84 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Fan Supawat, Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยตีแผ่วิธีฟอกเงินของ "ทุนเทา" ทำไมเงินผิดกฎหมายจึงกลายเป็นเงินสะอาดได้?5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยน้ำตกที่สูงที่สุดในไทย27 มิถุนายน วันแว่นกันแดดโลก (National Sunglasses Day) เมื่อ "แฟชั่น" กลายเป็นเกราะป้องกันดวงตาปริศนาชายปริศนาบนชายหาดปี 1943: นักเดินทางข้ามเวลาหรือเพียงภาพถ่ายแห่งความเข้าใจผิด?10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน3 ซีรีส์อาชญากรรม ที่มีฉากสวยงามตระการตาน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกหอยเปาฮื้อน้ำจืด เชอรี่สีทองแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
กลิ่นแก่ คืออะไร ผลเสียต่อสุขภาพ ต่างจากกลิ่นตัวอย่างไร?กระดองเต่าทะเล ไม่ใช่แค่เกราะแข็ง แต่ช่วยให้ว่ายน้ำและอยู่รอดในมหาสมุทรปัสสาวะเล็ดไม่ใช่เรื่องเล็ก เช็กสาเหตุที่พบได้ทั้งชายและหญิงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงอะไร ทำไมบางเมนูถึงอันตรายกว่าที่คิด
ตั้งกระทู้ใหม่