Growth Mindset vs Fixed Mindset
ถ้าสตีฟ ฮาร์วีย์ เชื่อว่าเขาเป็นคนดังไม่ได้ เชื่อว่าอาการติดอ่างจะไม่หายและบอกตัวเองว่าเป็นคนล้มเหลว เขาคงไม่ได้เห็นใบหน้าตัวเองในทีวีทุกวันนี้
แต่โชคดีที่เขามีสิ่งที่เรียกว่า “กรอบความคิดแบบเติบโต"
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กรอบความคิดแบบเติบโต หรือ Growth Mindset กลายเป็น Buzzword ที่ได้ยินตลอดเวลาพูดถึงการพัฒนาตัวเองและการทำงาน แต่จริง ๆ แล้วเราเข้าใจคำนี้มากน้อยแค่ไหน
แม้ทฤษฎีเกี่ยวกับกรอบความคิดแบบเติบโตจะปรากฏครั้งแรกตั้งแต่ปี 1988 แต่แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายอีกครั้ง ตอนแคโรล เดวก นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขียนหนังสือชื่อดังเรื่อง Mindset: Changing the way you think to fulfil your potential ที่ผู้นำของโลกหลายคนแนะนำให้อ่าน ตอนแรกแคโรลแค่สงสัยว่ามนุษย์เรารับมือกับความล้มเหลวอย่างไรบ้าง เธอจึงศึกษาโดยสังเกตพฤติกรรมของเด็กนักเรียนในการแก้ปริศนาที่เพิ่มระดับความยากขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดเดาว่าผลลัพธ์คงมีสองอย่าง คือ จะมีเด็กที่รับมือกับความล้มเหลวได้ และเด็กที่รับมือไม่ได้
แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อเด็กชายวัยสิบขวบคนหนึ่งแสดงอาการตื่นเต้นเมื่อเจอโจทย์ยาก เขาถึงกับบอกว่า “ผมรักความท้าทาย!"เธอประหลาดใจเมื่อค้นพบว่ามีคนที่รักความล้มเหลวด้วย และพวกเขาไม่ได้หมดกำลังใจเพราะทำโจทย์ไม่สำเร็จเลย จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้คิดว่ากำลังล้มเหลวด้วยซ้ำ พวกเขาคิดว่าตนเองกำลังเรียนรู้
เหตุการณ์นี้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอศึกษาต่อ จนค้นพบว่าจริง ๆ แล้วความสำเร็จของคนคนหนึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขามีความสามารถมาตั้งแต่เกิดหรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีคิด” ของพวกเขาต่างหาก แคโรลจำแนกวิธีคิดไว้สองรูปแบบ ได้แก่ กรอบความคิดตายตัว (Fixed Mindset) และกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset)คนที่มีกรอบความคิดแบบตายตัว หรือ Fixed Mindset เชื่อว่า ความเก่ง ความฉลาด และความสามารถของคนคนหนึ่งถูกกำหนดมาแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนหรือพัฒนา
อธิบายง่าย ๆ คือเกิดมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แนวคิดเช่นนี้จะหยุดยั้งการเรียนรู้ เพราะคนที่เชื่อเช่นนี้มักไม่ให้โอกาสตัวเองได้ลองผิดลองถูก อะไรที่พวกเขาทำไม่ได้ก็จะไม่ทำเลย เพราะเชื่อว่าไม่เหมาะหรือไม่ใช่สำหรับพวกเขาในทางตรงกันข้าม คนที่มีกรอบความคิดแบบเติบโต หรือ Growth Mindset เชื่อว่า คนคนหนึ่งเติบโตและเปลี่ยนแปลงได้ ความฉลาดและความสามารถนั้นไม่ได้เกิดมาก็มีเลย แต่ต้องใช้ความพยายามในการพัฒนามันขึ้นมา คนที่เชื่อเช่นนี้จะมองว่าตนไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ สามารถล้มเหลวได้ ไม่มองว่าความผิดพลาดเป็นจุดจบ แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ต่างหาก
ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ
พนักงาน A ซึ่งเป็นพนักงานระดับจูเนียร์ ได้ทดลองรับผิดชอบโปรเจ็กต์สำคัญเป็นครั้งแรก เขารู้สึกกลัวเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้นและงานนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ผ่านไปสักระยะเขาถูกหัวหน้าเรียกพบเพื่อให้ฟีดแบ็ก เมื่อได้ยินข้อติติง เขาก็ได้แต่คิดในใจว่า ว่าแล้วเชียว เขาไม่เหมาะจะเป็นหัวหน้าหรือตำแหน่งเมเนเจอร์หรอก พนักงาน A ถอนตัวออกจากโปรเจ็กต์ในเวลาต่อมา และหลีกเลี่ยงที่จะไม่รับหน้าที่เช่นนี้อีกในอนาคต
ในขณะเดียวกันมีพนักงานอีกคน คือ พนักงาน B ที่อยู่ในระดับจูเนียร์และได้รับผิดชอบโปรเจ็กต์สำคัญเป็นครั้งแรกเช่นกัน เขารู้สึกตื่นเต้นกับบทบาทใหม่นี้ และแม้จะยังไม่มีประสบการณ์มากนัก เขาก็ไม่ได้กังวลอย่างใด เขาขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจากพนักงานอาวุโสกว่า เมื่อเจอเรื่องติดขัด เมื่อได้รับฟีดแบ็กจากหัวหน้า เขาใช้โอกาสนี้ในการสำรวจข้อผิดพลาดของตัวเองและแก้ไขเพื่อให้โปรเจ็กต์ราบรื่น อย่างไรก็ตาม ในตอนสุดท้ายโปรเจ็กต์นี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก
แต่พนักงาน B ก็รู้สึกขอบคุณเพราะเขาได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มากมาย
คงเดาได้ใช่ไหมครับว่าในอนาคต พนักงาน A หรือ B จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่ากัน
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
บาร์เลดี้กรุงเทพ TOP 5 ปี 2026 บรรยากาศ ราคา และข้อควรรู้ก่อนเที่ยว
ประเทศแรกที่ใช้แท็กซี่ไร้คนขับ
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
10 จักรวรรดิ ที่เคยเป็นมหาอำนาจของโลกก่อนยุคปัจจุบัน
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
เมื่อการตลาดเปลี่ยนโฉมหน้าตำนาน: จากนักบุญสู่ไอคอนชุดแดง
บ้านอัจฉริยะในอนาคตจะเป็นแบบไหน?
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
เลขจากหางประทัด "บอล เชิญยิ้ม..วัดยางใหญ่ ตาพรานบุญ
7 ขั้นตอนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนให้ปลอดภัย
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
ภาพคือตำนาน ที่ไม่มีวันได้ร้บการเกิดใหม่อีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ศิลปินแห่งครูเพลงกู่เจิงในต่างแดน
เครื่องบินรบเกิดขึ้นได้อย่างไร จากสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงยุคไร้คนขับ
ร่างของ "รองเท้าบู๊ตสีเขียว" อันโด่งดัง ซึ่งถูกฝังอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์มาเกือบ 30 ปี กำลังจะกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมแล้ว
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอส์ ญี่ปุ่น มีระบบใหม่แล้ว! ตอนนี้ตั๋วขายแบบ "ตั๋วเครื่องบิน" – ยิ่งซื้อเร็ว ยิ่งถูกลง