มะเร็งลำไส้เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน? รู้ทันโรคร้ายใกล้ตัว
มะเร็งลำไส้เกิดจากเซลล์ในลำไส้ใหญ่เจริญเติบโตผิดปกติ มักมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่าย เช่น ถ่ายเป็นเลือด ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
มะเร็งลำไส้ เป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่โรคนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ด้วยอาการเริ่มต้นที่ไม่ชัดเจน ทำให้หลายคนละเลย จนตรวจพบในระยะที่โรคลุกลามแล้ว
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ ตั้งแต่สาเหตุ อาการ วิธีรักษา ไปจนถึงการป้องกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากตรวจพบเร็วก็สามารถรักษาให้หายได้ และลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณได้รู้เท่าทันและสามารถป้องกันตัวเองจากโรคร้ายได้
มะเร็งลำไส้ คืออะไร?
มะเร็งลำไส้ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer หรือ Colon Cancer) คือโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หรือบริเวณทวารหนัก ซึ่งมักเริ่มต้นจากการเกิดติ่งเนื้อเล็ก ๆ ภายในผนังลำไส้ที่เรียกว่า “โพลิป” (Polyp)
แม้ว่ามะเร็งลําไส้ใหญ่จะไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองและรักษา ติ่งเนื้อเล็ก ๆ นั้นอาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี โดยมะเร็งลำไส้เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงมากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ มีอะไรบ้าง?
แม้มะเร็งลำไส้จะสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัดในปัจจุบัน แต่ก็มีปัจจัยบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่มักเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่อยู่ในครอบครัวที่มีประวัติเป็นผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ ก็อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงในรุ่นถัดไปได้ รวมไปถึงผู้ที่เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือเคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง
นอกจากนี้ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น การบริโภคเนื้อแดง หรือเนื้อแปรรูปในปริมาณมาก รับประทานผักผลไม้น้อยจนทำให้ขาดใยอาหาร รวมถึงพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างการไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งชนิดนี้ได้เช่นกัน
อาการของมะเร็งลำไส้ มีอะไรบ้าง?
อาการมะเร็งลำไส้มักไม่แสดงชัดเจนในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคจนกว่าจะเข้าสู่ระยะลุกลาม การสังเกตสัญญาณผิดปกติของร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากพบอาการผิดปกติได้เร็ว จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที โดยอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบบ่อย ได้แก่
- มีเลือดปนมากับอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำคล้ำ
- ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย หรือถ่ายไม่สุด
- ปวดท้อง ท้องอืด หรือรู้สึกแน่นท้องเป็นประจำ
- น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือมีภาวะโลหิตจาง
- คลำพบก้อนในช่องท้อง หรือรู้สึกแน่นตรงลำไส้ส่วนล่าง
วิธีรักษามะเร็งลำไส้ มีวิธีไหนบ้าง?
แนวทางการรักษามะเร็งลำไส้ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง และสภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละกรณี ซึ่งการรักษาอาจใช้วิธีเดียวหรือใช้ร่วมกันหลายวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้
- การผ่าตัด (Surgery) เป็นวิธีหลักในการรักษามะเร็งลำไส้ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อนำก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ที่อาจมีการลุกลามออก บางรายอาจต้องตัดลำไส้ออกบางส่วนและเชื่อมต่อใหม่
- การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นการใช้ยาเพื่อฆ่า หรือยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง มักใช้ในกรณีที่มะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น ๆ หรือใช้หลังผ่าตัดเพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ
- การฉายรังสี (Radiation Therapy) เป็นการใช้รังสีพลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง นิยมใช้ในกรณีมะเร็งลำไส้ตรง หรือกรณีที่ต้องการควบคุมขนาดของก้อนเนื้องอกก่อนการผ่าตัด
- การรักษาด้วยยาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นการใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็ง ลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติ มักใช้ร่วมกับเคมีบำบัดในกรณีที่โรคลุกลามหรือรักษาแบบประคับประคอง
- การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้เอง เหมาะกับผู้ป่วยบางรายที่มีลักษณะพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งแบบเฉพาะ
แนวทางหลีกเลี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ทำได้อย่างไรบ้าง?
แม้มะเร็งลำไส้ใหญ่จะเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย แต่เรายังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ ด้วยการใส่ใจดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน ดังต่อไปนี้
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หรืออาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม
- รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ หรือธัญพืช
- ลดหรืองดการดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
- ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ด้วยการส่องกล้องเป็นระยะ โดยเฉพาะในผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
- ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายและเสริมภูมิคุ้มกัน
- ไม่ละเลยสัญญาณผิดปกติ เช่น อาการปวดท้องเรื้อรังหรือถ่ายผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที
มะเร็งลำไส้ ภัยร้ายใกล้ตัวที่สามารถป้องกันได้
แม้มะเร็งลำไส้จะเป็นโรคร้ายแรง แต่ก็ไม่ใช่โรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพ ตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่ละเลยอาการผิดปกติของร่างกาย จะช่วยให้เราห่างไกลจากมะเร็งลำไส้ มีสุขภาพร่างกายและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวได้มากขึ้น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิม
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ประเทศที่ไร้ทางออกสู่ทะเล
ขุมทรัพย์เรร์เอิร์ทแห่งอาเซียน: สมรภูมิแร่หายากที่โลกกำลังรุมตอม
เครื่องเล่นวิดีโอเกม ที่มียอดขายมากที่สุดอันดับหนึ่งตลอดกาล
บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งยา
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิม
ต้นไม้ต้นเดียว ที่ยาวกว่าตึก 20 ชั้น! ความลับใต้ผืนดินไทย ที่โลกต้องจารึก
เต้าหู้ผัดพุทราจีนเมนูนี้น้ำตาลไม่ต้องเอาใจสายคลีนสุด ๆ





