หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เขมร, ขอม, ขแมร์, กัมปูเจีย, กัมพูชา, แคมโบเดีย แต่ละคำในภาษาเขมรมาจากไหน? ถ้าอยากรู้ที่มาที่ไปห้ามพลาดเป็นอันขาด

เนื้อหาโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

ภาพของคุณ จิตร ภูมิศักดิ์ ยืนอยู่หน้านครวัด ประเทศกัมพูชา

 

เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้อ่านบทความหนึ่งจากเว็บไซต์ ศิลปวัฒนธรรม โดยบังเอิญ เป็นบทความที่พูดถึงชื่อเรียกต่าง ๆ ของประเทศกัมพูชาในภาษาไทย ทั้งคำว่า เขมร ขอม ขแมร์ กัมปูเจีย กัมพูชา และแคมโบเดีย ซึ่งฟังดูคล้ายกัน แต่ที่จริงแล้ว แต่ละคำมีที่มาแตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง

 

สรุปจากบทความ (โดย ผศ.ดร.อัครพงษ์ ค่ำคูณ และ ผศ.ดร.กังวล คัชชิมา)

 

"เขมร" เป็นคำที่เก่าแก่ที่สุด พบในจารึกสมัยก่อนเมืองพระนคร คำเดิมคือ “เกมร” นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่า มาจากคำว่า กัมพุช + เมรา (ชื่อฤๅษีกับนางฟ้า) เป็นชื่อกลุ่มคนดั้งเดิมของภูมิภาคนี้

 

"ขอม" เป็นคำที่ใช้กันมากในเอกสารไทยสมัยอยุธยา เป็นคำกร่อนเสียงมาจาก “กะโรม” หรือ “กะหล๋อม” แปลว่า “อยู่ข้างล่าง” คนไทยในอดีตใช้เรียกกลุ่มคนที่อยู่ทางใต้ของตน เช่นชาวละแวก (พื้นที่ของกัมพูชาในปัจจุบัน)

 

"ขแมร์" เป็นคำที่คนกัมพูชาเรียกตนเองในปัจจุบัน (Khmer) และออกเสียงใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส

 

"กัมปูเจีย" เป็นคำที่ใช้ในช่วงที่ประเทศเปลี่ยนชื่อเป็น Democratic Kampuchea ตอนเขมรแดงขึ้นครองอำนาจ

 

"กัมพูชา" เป็นคำในภาษาไทยและบาลี สันสกฤต มาจาก “กัมโพชะ” ซึ่งเป็นชื่อแคว้นโบราณในชมพูทวีป และเป็นชื่อของฤๅษีด้วย

 

"แคมโบเดีย" มาจากชื่อทางการภาษาอังกฤษ Kingdom of Cambodia ที่นิยมใช้ในเวทีนานาชาติ

 

แม้จะเป็นเพียงชื่อเรียก แต่แต่ละคำล้วนมีน้ำหนักทางประวัติศาสตร์ ภาษา และวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ดิฉันเองเคยได้ยินแต่ไม่เคยรู้ที่มาชัดเจนมาก่อน จึงรู้สึกอยากแบ่งปันไว้เผื่อใครสนใจ หรือเคยสงสัยเหมือนดิฉันค่ะ

 

อีกประเด็นที่อาจารย์เขาพูดไว้และดิฉันเห็นด้วยมาก คือ ไม่ว่าคำไหนจะเก่าหรือใหม่ สำคัญกว่านั้นคือ “เราจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้หรือไม่” โดยเฉพาะในช่วงที่มีข้อพิพาทเรื่องพรมแดน คำพูด คำเรียก หรือถ้อยคำทางวัฒนธรรมควรจะนำไปสู่ความเข้าใจ ไม่ใช่ความขัดแย้ง

 

โลกยุคนี้ เราน่าจะหันหน้าคุยกันด้วยความเคารพมากกว่าการเน้นว่าใครเหนือกว่าใคร เพราะในที่สุดแล้ว เราก็เป็นเพื่อนบ้านที่ต้องอยู่ร่วมฟ้าฝนกันไปอีกยาวค่ะ

 

หากท่านใดสนใจบทความเต็ม ดิฉันแนะนำให้ลองค้นจากชื่อบทความในเว็บ “ศิลปวัฒนธรรม” ค่ะ เขียนดี อ่านเพลิน และได้ความรู้จริง ๆ

 

ขอบพระคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ 

เนื้อหาโดย: เรื่องน่ารู้
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69ปิดฉาก..ยุติออกอากาศ ช่อง JKN18 ของ แอน จักรพงษ์ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุดธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งพฤติกรรมการกินของ "โดนัลด์ ทรัมป์" แปลกกว่าใครๆลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหารวันนี้!! เครนอีกตัวถล่มทบรถยนต์ในไทยแรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมายสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"แกงปลาค้อโหลงเส่อผักขี้ขม" ความหอมกรุ่นที่แสนกลมกล่อมและอร่อยเหนียวแน่น"ของหวานและของคาว" เข้ากันได้อย่างลงตัวจิ้มและสร้างความสุขในการทานอาหารความเชื่อและสีสันของ "ความเชื่อของเจ้าเต่าหลังตุง" สีสันของบ้านที่ทรงคุณค่า"เข้าตู้อบสมุนไพร" สร้างภูมิต้านทานอากาศหนาวด้วยไอร้อน
ตั้งกระทู้ใหม่