5 วิธีในการอ่าน ‘หนังสือ’ ให้เข้าใจอย่างแท้จริง
เขียนโดย solbra
การอ่านหนังสือของหลายๆคนนั้น อาจเป็นการอ่านให้จบเป็นเล่มๆแต่หาได้เข้าใจเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้นอย่างลึกซึ้งเพียงพอต่อการนำเนื้อหาที่ได้รับไปปรับใช้กับชีวิตหรือไปใช้ในการสอบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องประกอบไปด้วย “ความเข้าใจ” อย่างแท้จริง ซึ่งผมขอนำเสนอ 5 วิธีที่จะช่วยให้ การอ่านหนังสือไม่ได้เป็นแค่การอ่าน แต่ยังสามารถ เข้าใจเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้นอย่างลึกซึ้ง จดจำได้ยาวนาน และใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. เลือกหนังสือให้ตรงกับเป้าหมายของคุณ Not every book deserves a thorough study
ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือ เราควรที่จะถามตัวเองก่อนว่า
- หนังสือที่จะอ่านนี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับเราและเป้าหมายของเรา
- เราคาดหวังอะไรจากการอ่านหนังสือเล่มนี้
- ทำไมเราต้องเลือกหนังสือเล่มนี้
ที่เราต้องตั้งคำถามเพื่อให้เราตระหนักรู้ก่อนอ่าน เพื่อตั้งทิศทางให้ถูกต้องไม่ให้เราอ่านแบบหลงประเด็นจับใจความไม่ได้ เนื่องจากหากเราอ่านแบบหลงประเด็นไปนั้น จะทำให้เราเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ไป
2. ดูภาพรวมของหนังสือที่เราเลือกอ่าน
ก่อนจะเริ่มอ่านนั้น เราควรเปิดดูสารบัญของหนังสือ คำนำ บทสรุปต่างๆทั้งปกหน้าปกหลัง เพื่อที่เราจะเข้าใจโครงสร้างและภาพรวมของหนังสือเล่มนั้นว่ามีหัวข้ออะไรบ้างและอะไรบ้่างที่สำคัญสำหรับเราที่สุด ซึ่งจะช่วยให้เรารู้ว่าควรเน้นอ่านบทไหนบ้าง บทไหนไม่สำคัญสำหรับเราก็สามารถที่จะข้ามได้
3. การอ่านพร้อมปากกาในมือ
การจดบันทึกขณะที่อ่าน ไม่ว่าเป็นการเน้นข้อความไฮไลต์ สรุปใจความสำคัญ หรือเขียนคำถามที่เราสงสัยในเนื้อหาที่เราอ่านช่วยให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นและจำได้แม่นขึ้น เพราะเหมือนมีการโต้ตอบกับเนื้อหา ไม่ใช่แค่เราเป็นฝ่ายรับข้อมูลอยู่ฝ่ายเดียว
4. หยุดอ่านเป็นระยะและไตร่ตรอง
ในการอ่านเราสามารถหยุดและนั่งทบทวนไตร่ตรองสิ่งที่เราได้อ่านไป อาจจะเป็นการหยุดพักหลังอ่านจบ 1 บท หรืออ่านจบ 1 หัวข้อ หรือจะเป็นการกำหนดกับตัวเองว่า อ่านแล้วแล้ว 10 หน้า จะหยุดพักเพื่อไตร่ตรองข้อมูล การหยุดคิดแบบนี้เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลความรู้ใหม่กับตัวเราเองทำให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งไม่ใช่การจำชั่วคราว
5. สรุปด้วยภาษาของตัวเอง
เมื่ออ่านจบบทหรืออ่านหนังสือจบ ให้ลองทำเขียนสรุปใจความสำคัญในแบบคุณเอง อาจทำเป็นmind mapping หรือบันทึกเป็น bullet point ก็ช่วยได้มากโดยตั้งเป้าหมายให้เข้าใจจนสามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ง่าย
การอ่านหนังสือให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงแค่อ่านให้จบ แต่คือการเลือกหนังสือให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง มองภาพรวมก่อนอ่าน มีการจดบันทึกระหว่างอ่าน หยุดไตร่ตรองเป็นระยะ และสุดท้ายคือการสรุปด้วยภาษาของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้เรา “เข้าใจ” ไม่ใช่แค่ “จำ” และสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงหรือการสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
เกาะที่ไม่มีรถยนต์
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
"งูเขียวล้วงตับตุ๊กแก" มิตรภาพ หรือ เพชฌฆาต
2จังหวัดที่ทำนาได้ทั้งปี
ประเทศที่มีคนแข่งHyroxเยอะที่สุด
'ฝานฉางอวี้' นางเอกล่าหยก เสน่ห์แรง มีผู้ชายมาชอบถึง 6 คน
แท้จริงครูไทยได้ปิดเทอมกี่วัน
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?







